Digiqole ad

“อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,267,971 โดส

 “อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,267,971 โดส
Social sharing

“อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,267,971 โดส และทั่วโลกแล้ว 11,017 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 1,001.1ล้านโดส
➡️(15 มีนาคม 2565) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 11,017 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 21.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 557 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 217 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว”
ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 1,001,1 ล้านโดส โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (95% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 360.2 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 126,267,971 โดส

🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 11,017 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

 

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 126,267,971 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 54,453,850 โดส (82.3% ของประชากร)
-เข็มสอง 50,002,849 โดส (75.5% ของประชากร)
-เข็มสาม 21,811,272 โดส (33% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 – 15 มี.ค. 65 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 126,267,971 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 109,592 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 175,914 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 22,909,697 โดส
– เข็มที่ 2 3,599,894 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 13,933,923 โดส
– เข็มที่ 2 28,503,018 โดส
– เข็มที่ 3 5,194,093 โดส

วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 7,553,909 โดส
– เข็มที่ 2 7,245,994 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
– เข็มที่ 1 9,294,088 โดส
– เข็มที่ 2 9,780,855 โดส
– เข็มที่ 3 13,203,351 โดส

วัคซีน Moderna
– เข็มที่ 1 762,233 โดส
– เข็มที่ 2 873,088 โดส
– เข็มที่ 3 3,413,828 โดส

4. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 1,001,181,967 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 360,250,837 โดส (70.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. เวียดนาม จำนวน 200,368,920 โดส (81.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 138,008,339 โดส (56.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca 4. ไทย จำนวน 126,267,971 โดส (82.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 68,214,783 โดส (83.7%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6. พม่า จำนวน 46,247,597 โดส (45.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
7. กัมพูชา จำนวน 37,405,490 โดส (87.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac

8. สิงคโปร์ จำนวน 13,651,279 โดส (92%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9. ลาว จำนวน 9,725,141 โดส (72.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 1,041,610 โดส (95%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร อย่างน้อย 1 เข็ม

5. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 69.70%
2. ยุโรป 10.03%
3. อเมริกาเหนือ 8.54%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.19%
5. แอฟริกา 3.91%
6. โอเชียเนีย 0.62%

6 ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 3,193.24 ล้านโดส (225.8% ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อประชากร)
2. อินเดีย จำนวน 1,803.04 ล้านโดส (130.8%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 556.82 ล้านโดส (166.1%)
4. บราซิล จำนวน 402.57 ล้านโดส (190.1%)
5. อินโดนีเซีย จำนวน 360.25 ล้านโดส (130.6%)

7. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. คิวบา (310.2%) (ฉีดวัคซีนของ Abdala และ Soberana02)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (262%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. ชิลี (255.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
4. มัลดีฟส์ (241.3%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
5. กาตาร์ (241.3%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderma)
6. บรูไน (236.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)
7. ฝรั่งเศส (235%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech, Moderna, J&J และ AstraZeneca/Oxford)
8. เกาหลีใต้ (234.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech J&J AstraZeneca/Oxford และ Moderna)
9. สิงคโปร์ (231.9%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
10. บาห์เรน (231.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments

Related post