Digiqole ad

อนามัยโลกชี้ ทั่วโลกป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น แม้ตรวจโรคน้อยลง

 อนามัยโลกชี้ ทั่วโลกป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น แม้ตรวจโรคน้อยลง

เจนีวา, 17 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (16 มี.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มในทั่วโลก แม้จำนวนการตรวจเชื้อจะน้อยลงและยอดการติดเชื้อจะลดลงหลายสัปดาห์

Advertisement

องค์การฯ กล่าวว่าจำนวนผู้ป่วยกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในหลายพื้นที่ของเอเชีย พร้อมเรียกร้องให้ขยายอัตราการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม และเตือนให้ระมัดระวังในการยกเลิกมาตรการป้องกันการระบาดใหญ่

ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การฯ แถลงว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกแม้การตรวจโรคน้อยลง “หมายความว่าจำนวนผู้ป่วยที่เรารายงานออกไปเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น” พร้อมคาดว่าจะมีการระบาดและการพุ่งขึ้นของยอดผู้ป่วยในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการยกเลิกมาตรการป้องกันการระบาด

มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านการรับมือโรคโควิด-19 ขององค์การฯ ระบุว่าองค์การฯ ได้รับรายงานการพบผู้ป่วยมากกว่า 11 ล้านรายในสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากสัปดาห์ก่อนหน้า

เคอร์โคฟเผยว่าปัจจัยแรกที่เอื้อต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งแพร่ระบาดได้ง่ายที่สุดในขณะนี้ ส่วนปัจจัยที่ 2 ได้แก่ การยกเลิกมาตรการป้องกัน อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงการยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทางในบางประเทศ อีกทั้งอัตราการฉีดวัคซีนยังไม่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เสี่ยงป่วยรุนแรง

ขณะปัจจัยที่ 3 ได้แก่ การให้ข้อมูลไม่ถูกต้องที่ว่าเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอนนั้นไม่รุนแรง และการระบาดใหญ่สิ้นสุดลงแล้ว โดยเคอร์โคฟเน้นย้ำว่า “ทั่วโลกต้องเฝ้าระวังการระบาดใหญ่อย่างเข้มงวด และยังต้องเดินหน้าตรวจโรคต่อไป”

ในขณะที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน องค์การฯ เตือนว่าการระบาดใหญ่ยังไม่สิ้นสุด และเรียกร้องให้ทุกประเทศเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ด้านไมก์ ไรอัน กรรมการบริหารประจำโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การฯ เผยว่าเชื้อไวรัสฯ จะ “เพิ่มๆ ลดๆ” เนื่องจากมันยังไม่ได้เป็นเชื้อไวรัสตามฤดูกาลหรือเป็นเชื้อที่คาดการณ์ได้อย่างแท้จริง พร้อมเสริมว่า “เราต้องเฝ้าระวังตัวให้มาก และมุ่งให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มเปราะบางที่สุดอย่างเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดในทุกประเทศ”

(แฟ้มภาพซินหัว : ชายเดินผ่านพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส วันที่ 19 ม.ค. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : หญิงวิ่งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 4 มี.ค. 2022)
Advertisement
Facebook Comments

Related post