Digiqole ad

อนาคตการศึกษาไทย หลัง PISA 2022 ให้ไทยอยู่ครึ่งท้ายตารางทุกด้าน

 อนาคตการศึกษาไทย หลัง PISA 2022 ให้ไทยอยู่ครึ่งท้ายตารางทุกด้าน
Social sharing
Digiqole ad
เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค. 2566) องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้มีการเผยแพร่ผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ประจำปี 2022 ซึ่งเป็นการประเมินทักษะของนักเรียนและตัวชี้วัดคุณภาพระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ ที่มีการวัดผลทุก 3 ปี
.
ผลคะแนนของนักเรียนไทยที่ออกมา ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของคนในวงการการศึกษาไทยมากนัก นั่นคือสมรรถนะของนักเรียนไทย อยู่ครึ่งท้ายของตารางในทุกด้านที่มีการวัดผล และเป็นจุดที่ต่ำสุดในรอบ 20 ปี
1) คณิตศาสตร์ คะแนนลดลง 6% (อันดับ 58 จาก 81 ประเทศ-พื้นที่ที่เข้าร่วม)
2) การอ่าน คะแนนลดลง 4% (อันดับ 64 จาก 81 ประเทศ-พื้นที่ที่เข้าร่วม) และ
3) วิทยาศาสตร์ คะแนนลดลง 4% (อันดับ 58 จาก 81 ประเทศ-พื้นที่ที่เข้าร่วม)
.
ผลลัพธ์เช่นนี้แม้เป็นสิ่งที่หลายคนคาดการณ์ได้ เพราะคุณภาพของระบบการศึกษาไทยมีแนวโน้มถดถอยต่อเนื่องตลอดหลายสิบปี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผลคะแนนนี้ไม่น่ากังวลต่ออนาคตการศึกษาไทย
.
นั่นคือข้อกังวลของ พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu โฆษกและ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่ชี้ให้เห็นว่าการที่นักเรียนไทยเรียนหนักเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่กลับมีทักษะที่ตามหลังนักเรียนหลายประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาไทยที่มีปัญหาไม่ใช่เพราะเด็กไทย “ไม่ขยัน” แต่เป็นเพราะ “ระบบการศึกษา” ที่ล้มเหลวในการแปรชั่วโมงเรียนมหาศาลของนักเรียนไทยให้ออกมาเป็นทักษะได้เท่ากับระบบการศึกษาของประเทศอื่น
.
และสิ่งที่ควรจะต้องเกิดขึ้นทันที คือการพัฒนาหลักสูตรใหม่เพื่อมาแทนที่หลักสูตรปัจจุบันที่ไม่ได้มีการเขียนใหม่หรือปรับปรุงขนานใหญ่มาหลายปี และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นหลักสูตรที่เน้นพัฒนาทักษะ-สมรรถนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่การศึกษาไทยล้มเหลวมาโดยตลอด
.
[ 9 ข้อเสนอยกเครื่องหลักสูตรการศึกษาไทย ]
.
นั่นจึงนำมาสู่กรอบข้อเสนอเพื่อยกระดับหลักสูตรการศึกษาไทย ที่พริษฐ์เห็นว่าจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนทั้งหมด 9 ด้าน ประกอบด้วย :
.
1) ปรับวิชาหรือเป้าหมายของวิชาให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักเรื่องทักษะ-สมรรถนะ, ทบทวนวิชาที่ควรมีหรือไม่มี, ปรับเป้าหมายของแต่ละวิชาให้เน้นทักษะที่สำคัญ มากกว่าการอัดฉีดเนื้อหาหรือข้อมูลให้กับผู้เรียน เช่น ภาษาอังกฤษที่เน้นการสื่อสาร หรือวิชาประวัติศาสตร์ที่เน้นการวิเคราะห์-ถกเถียง-แลกเปลี่ยน
.
2) ปรับวิธีการสอนและเสริมทักษะให้ครูสามารถพลิกบทบาทจาก “ครูหน้าห้อง” ที่เน้นถ่ายทอดความรู้ผ่านการบรรยายทางเดียว มาเป็น “ครูหลังห้อง” ที่เน้นสร้างบรรยากาศและจัดสรรเวลาให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนมากขึ้น
.
3) ลดจำนวนชั่วโมงเรียนและคาบเรียน จาก 1,200 ชั่วโมงต่อปี เหลือประมาณ 800-1,000 ชั่วโมงต่อปีตามมาตรฐานสากล ลดเนื้อหาหรือกิจกรรมในส่วนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อเน้นที่คุณภาพของชั่วโมงเรียน และให้นักเรียนเหลือเวลาเพียงพอสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียนและการพักผ่อน
.
4) ลดภาระการบ้านและการสอบแข่งขันที่หนักเกินไป ปรับไปใช้วิธีประเมินผลรูปแบบอื่น เช่น การบูรณาการการบ้านหลายวิชา การทำกิจกรรมในเวลาเรียน การทำโครงการกลุ่ม ฯลฯ เพื่อลดภาระและความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของเยาวชนไทย
.
5) เพิ่มเสรีภาพในการเรียนรู้ ลดวิชาบังคับ เพิ่มวิชาทางเลือก ให้นักเรียนมีอิสระและมีส่วนร่วมในการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเอง โอบรับความหลากหลายของผู้เรียนที่มีความถนัดและความชอบที่แตกต่างกัน
.
6) เพิ่มการตรวจสอบโดยประชาชน เพิ่มกลไกในการทำให้หนังสือเรียนและข้อสอบปรับตามและสอดรับกับหลักสูตรใหม่ ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มให้ประชาชนตรวจสอบเนื้อหาหนังสือเรียน และการเปิดข้อสอบ TCAS ย้อนหลังทั้งหมดพร้อมเฉลย
.
7) กระจายอำนาจด้านการออกแบบหลักสูตร โดยวางระบบให้มีหลักสูตร 3 ระดับ ประกอบด้วยแกนกลาง จังหวัด และสถานศึกษา ควบคู่กับการลดกลไกควบคุมจากส่วนกลาง เพื่อให้โรงเรียนมีอำนาจมากขึ้นในการออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นของผู้เรียนในแต่ละโรงเรียน
.
😎 วางกลไกสำหรับการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ให้มีการทบทวนหลักสูตรแกนกลางทุก 4 ปี เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและทักษะที่จำเป็นในแต่ละยุคสมัย
.
9) ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ออกแบบสภาพแวดล้อมและการเรียนการสอนในห้องเรียนที่เอื้อต่อการพร้อมตั้งคำถามและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
.
[ คืนครูให้นักเรียน คืนชีวิตให้คุณครู ]
.
นอกจากการปรับหลักสูตรแล้ว อีกข้อเสนอหนึ่งที่พริษฐ์ย้ำว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการคืนครูให้นักเรียน หรือการลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนหรือการพัฒนาผู้เรียน
.
เพราะปัจจุบันประมาณ 40% ของเวลาทำงานครูถูกใช้ไปกับงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร งานธุรการ การเขียนรายงาน การนอนเวร ฯลฯ
.
ดังนั้น ข้อเสนอคือต้องมีการเร่งทบทวนลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนเหล่านี้ทั้งหมดในทันที เพื่อลดภาระงานครูและคืนครูให้นักเรียน ตัดงานที่ไม่จำเป็นออก นำเทคโนโลยีมาช่วยงานในบางส่วน และการจัดหาบุคลากรด้านอื่นมาช่วยแบ่งเบาภาระ
.
พริษฐ์ชี้ว่ารัฐบาลจะต้องระมัดระวังในการโยนนโยบายไปให้ครูปฏิบัติโดยไม่ประเมินภาระงานและความคุ้มค่าของงานอย่างรอบคอบ เพราะทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น ครูมักต้องดึงตัวเองออกมาจากห้องเรียนเพื่อไปทำเอกสารรายงานการดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ผลลัพธ์ของนโยบายดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริงตามที่รัฐคาดหวัง แต่ยังไม่สร้างผลดีทั้งต่อตัวครู ตัวผู้เรียน และคุณภาพการศึกษาในภาพรวมด้วย
.
[ ข้อเสนอที่ไม่เคยถูกนำมาใช้ เมื่อรัฐกับประชาชนอยู่บนโลกคนละใบ ]
.
สำหรับข้อเสนอว่าด้วยการจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะมีการพูดถึงมานานแล้ว และมีการพัฒนาไปตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง
.
โดยเฉพาะการพูดถึงหลักสูตร ที่เน้นการพัฒนาทักษะ-สมรรถนะ ที่นำไปใช้จริงได้ในอาชีพการงานและในชีวิต
.
ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้เคยคุยกันและพัฒนาข้อเสนอเกี่ยวกับหลักสูตรด้านนี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว และยังคงมีการพูดคุยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพราะไม่เคยมีรัฐบาลไหนนำข้อเสนอของพวกเขาไปปรับใช้อย่างจริงจัง
.
พรรคก้าวไกล ได้ติดตามและมองเห็นความพยายามของภาคส่วนเหล่านี้มาเป็นเวลานาน และวันใดก็ตามที่เราได้เป็นรัฐบาล เราพร้อมที่จะเชิญภาคส่วนเหล่านี้ มาร่วมออกแบบหลักสูตรใหม่สำหรับการศึกษาไทยให้เสร็จภายใน 1 ปี เพื่อให้เริ่มทยอยนำมาใช้ในแต่ละระดับชั้นให้ครบทั้งหมดภายในวาระ 4 ปีของรัฐบาล
.
เราหวังว่ารัฐจะไม่มองเห็นการจัดลำดับ PISA ในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งการจัดลำดับที่ผ่านไปหรือหลงคิดว่าการศึกษาไทยดีอยู่แล้ว แต่จะมองเห็นมันเป็นอีกสัญญาณเตือนให้เห็นว่าการศึกษาไทยกำลังอยู่ในขั้น “วิกฤต” ที่ต้องมีมาตรการเร่งด่วนออกมาจัดการมันให้เป็นผลเสียที
ที่มา : เพจพรรคก้าวไกล
Facebook Comments

Related post