Digiqole ad

“หนองคาย” สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่! แห่งลุ่มแม่น้ำโขง สืบสานคุณค่าประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลกปี2564

 “หนองคาย” สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่! แห่งลุ่มแม่น้ำโขง สืบสานคุณค่าประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลกปี2564

ท่ามกลางวิกฤติของโรคระบาดตัวร้ายอย่างโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบทั่วทุกแห่ง แต่ก็ไม่สามารถหยุดประวัติศาสตร์แห่งความศรัทธาของพี่น้องชาวไทยได้ พิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์จากปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแห่งลุ่มแม่น้ำโขง “หนองคาย” กับงานเทศกาลออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11  และความมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคโลก 1เดียวเท่านั้น! งาน “ประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลกประจำปี 2564 ที่เกิดขึ้นอย่างประทับใจ

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์มุสิกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดหนองคาย,นายแพทย์ชัชวาลย์ ฤทธิ์ฐิติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย, นางสาววิภาดา รัตนโรจนา ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย รวมทั้งคุณเอ พศิน และ อาจารย์ก้อนคำ และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายร่วมงานฯ ณ ลานวัฒนธรรม พญานาคคู่ ริมโขง จังหวัดหนองคาย เมื่อเร็วๆนี้

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายเป็นประธานเปิดงาน“ประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลกประจำปี 2564 กล่าวถึง งานประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลก ว่าเป็นประเพณีสำคัญของชาวจังหวัดหนองคาย ซึ่งบั้งไฟพญานาคถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และในพื้นที่แต่ละอำเภอจะมีกิจกรรมที่หลากหลายที่เป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี ของชาวจังหวัดหนองคายอย่างแท้จริง เช่น พิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค, ไหลเรือไฟบูชาพญานาค และการลอยกระทงกาบกล้วย ซึ่งหนองคายมีการลอยกระทง 2 ครั้ง ใน 1 ปี เพื่อสักการบูชาแม่น้ำโขง และองค์พญานาคราชซึ่งตามความเชื่อการปรากฏการณ์ของบั้งไฟพญานาคเป็นการสักการะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ ตลอดจนการทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ และการทำบุญสักการะขอพร ตามอยองค์พญานาคราช ใน 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของจังหวัดหนองคาย คือ 1. หลวงพ่อพระใส  วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง , 2.พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ, 3.ประติมากรรมพญานาค 2 องค์ ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดลำดวน, 4.พระธาตุบังพวน, 5.หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ วัดศรีชมพูองค์ตื้อ, 6.รูปหล่อขี้ผึ้งหลวงปู่เทสก์ เทศน์รังสี วัดหินหมากเป้ง, 7.ถ้ำดินเพียง วัดศรีมงคล, 8.ถ้ำพญานาค วัดไทย โพนพิสัย, 9.พระธาตุโพนจิกเวียงงัว

ทั้งนี้ วันออกพรรษาในปี2564นี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 21 ต.ค. ซึ่งจังหวัดหนองคายยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมที่เป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรม ประเพณี ให้คงอยู่สืบไปคู่กับคนจังหวัดหนองคาย รวมถึงให้ประชาชนคนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่มีการสืบสานกันมาอย่างยาวนาน โดยทางพื้นที่ในแต่ละอำเภอได้กำหนดจุดพื้นที่และจำนวนผู้เข้าร่วมรับชมบั้งไฟพญานาคไว้อย่างชัดเจน พร้อมรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ทางจังหวัดหนองคายจึงยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมนี้ ในการเตรียมความพร้อมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ ให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมของตนเอง ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทาง หากจะเข้าชมบั้งไฟพญานาคตามจุดต่างๆ นั้น ต้องเช็คข้อมูล ลงทะเบียน เพื่อเข้าชมบั้งไฟพญานาคในจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อควบคุมจำนวนผู้เข้าชมไม่ให้เกิดความแออัด และให้ปฏิบัติตามาตรการอย่างเคร่งครัดด้วยด้ว

นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้มีการท่องเที่ยววิถีใหมแบบ นิว นอร์มอล” ซึ่งนักท่องเที่ยวฯ จะต้องได้รับวัคซีนครบ หรือมีผลตรวจ ATK หรือ Rapid Test ที่มีผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง มีเอกสารรับจากสถานพยาบาล เพื่อยืนยันก่อนเช้าชมบั้งไฟพญานาค ณ จุดคัดกรองของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการมีมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ตาม DMHTTA จากสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย คือ1) Distancing :การเว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร 2)Mask wearing: การสวมหน้ากากผ้า 3)Hand washing: การหมั่นล้างมือบ่อยๆ ทั้งน้ำสบู่ และ เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 4)Temperature: ตรวจวัดอุณภูมิร่างกาย5)Testing: การตรวจหาเชื้อ 6)Application: Thai Cha na การสแกนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ  

เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของตนเอง ครอบครัวและคนที่เรารัก เชิญร่วมสักการะ บูชาองค์พญานาค ร่วมทำบุญ 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

Advertisement
Facebook Comments

Related post