Digiqole ad

‘สุพจน์ สิริกุลภัสสร์’ สร้างประสบการณ์ ช้อปปิ้งกับคอมมูนิตี้สไตล์ใหม่

 ‘สุพจน์ สิริกุลภัสสร์’ สร้างประสบการณ์ ช้อปปิ้งกับคอมมูนิตี้สไตล์ใหม่
Social sharing

Digiqole ad

เรียกว่า เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สำหรับ JAS แบรนด์ คอมมูนิตี้ มอลล์ ที่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต เอาใจคนที่อาศัยอยู่ในย่านชุมชนรอบนอกของเมือง ทั้งเรื่อง กิน ดื่ม ช้อปปิ้ง รวมไปถึง ยังจะเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อน ที่มีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสูง ในแบบที่แตกต่างไปจาก ห้างใหญ่ๆ ทั่วไปในเมือง

ผุดคอมนูนิตี้มอลล์ แห่งใหม่ล่าสุด

สุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารคอมมูนิตี้ มอลล์ แบรนด์ JAS ที่วันนี้ มีสาขาทั้งหมด 7 สาขา ซึ่งรวมถึงสาขาเปิดใหม่ล่าสุดในย่านประเวศ  “JAS Green VillagePrawet” บนถนนสุขาภิบาล 2 กล่าวว่า คอมมูนิตี้ มอลล์ แห่งนี้ เป็นโปรเจคที่ต่อยอดมาจากโปรเจคก่อนหน้านี้เป็นโปรเจคที่เราตั้งใจสร้างขึ้นมา ด้วยงบกว่า 370 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Green space for all  เพื่อให้เป็นผู้นำศูนย์การค้าชุมชน ซึ่งเราตั้งเป้าว่า จะสร้างคอมมูนิตี้ มอลล์ ในทุกปี อย่างน้อยปีละ 12 สาขา 

ในการสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ แต่ละแห่ง สิ่งแรกที่เราคำนึงถึง ก็คือ ทำเลที่ต้องเหมาะกับความเป็นเรา โดยเฉพาะ ทำเลที่อยู่ในชุมชน ซึ่งทำเลตรงนี้ เป็นที่ดินแนวลึก และมีหน้าแคบ มีขนาดพื้นที่รวม 20 ไร่ ซึ่งที่ผ่านมา เราก็จะถนัดทำศูนย์การค้าที่เป็นแบบหน้ากว้างมากกว่า ขณะที่ตัวทำเล เรียกว่า เป็นแหล่งชุมชนที่มีศักยภาพ เราจึงต้องปรับแผนการทำงาน และวางรูปแบบโครงการใหม่ ให้เป็นไปตามสภาพของที่ดิน 

วางแผน ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค

คุณสุพจน์ บอกด้วยว่า หลังจากนั้นก็จะเป็นการศึกษาพฤติกรรมชองผู้บริโภค และคนที่อยู่อาศัยในชุมชน รวมถึงสภาพของสังคมรอบๆ โครงการว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้ตัวคอมมูนิตี้ มอลล์ ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนในย่านนี้ได้มากที่สุดเพื่อให้ภาพของ JAS Green Village Prawet ชัดขึ้น ซึ่งจุดเด่นของคอมมูนิตี้มอลล์ แห่งนี้ เรามีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบ Open-Air Lifestyle Mall เน้นพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50% รวมถึงการให้ความสำคัญของพื้นที่ส่วนกลาง และมีพื้นที่ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าลูกค้าจะมาใช้บริการ หรือ ไม่ใช้บริการก็ตาม บางคนอาจจะมานั่งพักผ่อน ในคอมมูนิตี้ มอลล์ ก็ทำได้เช่นกัน แรกเริ่มเลย เราวางแผน ที่จะทำให้คอมมูนิตี้ มอลล์ นี้ เป็นเหมือนถนนสายยาวๆ สายหนึ่ง มีตลาดนัดที่เรียกว่าตลาดฉำฉาในรูปแบบ Street Market ซึ่งร่มครื้มไปด้วยต้นจามจุรี เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า หรือ กำลังสร้างแบรนด์ของตัวเอง ได้มาเช่าพื้นที่ และในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็จะปรับพื้นที่ให้เป็นคอนเซ็ปต์ “Theme Lifestyle Market” เพื่อให้เกิดความหลากหลายของสินค้า บริการ ซึ่งอาจจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงบ่าย 3 โมง ไปจนถึง เที่ยงคืน รวมถึง เรายังให้ความสำคัญกับร้านค้าประเภท Drive Thru เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอีกด้วย 

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมีจุดจอดรถ ที่มากถึง 430 คัน รวมถึงจุดจอดรถบ้าน ที่ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมขน สามารถนำรถบ้านมาจอดได้ด้วยข้อดีของการมาตั้งคอมมูนิตี้ มอลjล์ อยู่ใกล้กับแหล่งชุมชน จะช่วยทำให้คนในชุมชนหรือ ที่อยู่ในหมู่บ้านรอบ ๆ โครงการ ไม่ต้องเดินทางไกลไปช้อปปิ้ง หรือ ไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในเมือง เพราะความตั้งใจของเราส่วนหนึ่ง อยาให้ที่นี่ เป็นเหมือน Convenience Mall และเป็นแอสเซท ของชุมชนที่ทุกหมู่บ้านสามารถเข้ามาใช้บริการภายในมอลล์ ชองเราได้ 

เหตุผลที่ไม่ทำห้างในเมือง

ถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) จะเข้าไปสร้างห้างสรรพสินค้าในเมือง ซึ่งซีอีโอ ย้ำว่า หนึ่งในนโยบายของบริษัท คือ การมีพื้นที่สีเขียวภายในมอลล์หนึ่งในเหตุผลที่เรายังไม่เข้าไปสร้างห้างสรรพสินค้าในเมือง ก็คือเรื่องของพื้นที่สีเขียวในเมืองมีค่อนข้างน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นมอลล์ ที่มีความทันสมัย ซึ่งในอนาคต หากเรามีความจำเป็นต้องเข้าไปทำห้างในเมือง ก็งจะต้องมีคุยกันเรื่องของแนวคิดใหม่ๆ รวมถึงชื่อแบรนด์ใหม่ และ การสร้างตัวตนของเราใหม่ ที่ไม่ใช่คอนเซ็ปต์เดียวกับที่เราวางไว้กับ JAS เพื่อให้สามารถแข่งขันกับแบรนด์ห้างใหญ่ๆ ในเมืองได้คุณสุพจน์ กล่าว

แผนขยายธุรกิจ 

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ คุณสุพจน์ ย้ำว่า วันนี้ ยังมีอีกหลายชุมชน ที่ทางบริษัท ฯ อยากจะเข้าไปสร้างคอมมูนิตี้ มอลล์อย่างที่บอก ภายในไตรมาสหน้า เราก็จะเปิดสาขาที่ 8 ในย่านรามคำแหง ขณะที่ ไตรมาสแรกของปีหน้า ก็มีแผนจะเปิดสาขาที่ 9 ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งการขยายสาขาของเราได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเอง มีความเชี่ยวชาญในการทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เราเองก็โชคดี ที่มีทีมงานที่ดี รวมถึงมีพาร์ทเนอร์ ที่ดี ที่พร้อมจะไปกับเราในทุกที่ รวมถึงมีพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ ให้ความสนใจกับธุรกิจของเรามากขึ้นเพราะเขามีความเชื่อมั่นในตัวของเราคุณสุพจน์ บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา เราทุ่มงบประมาณอย่างเต็มที่ เพื่อให้คอมมูนิตี้ มอลล์ ของเรา ออกมาดีที่สุด มีพื้นที่ให้กับชุมชน มีพื้นที่สีเขียว และมีเครื่องเล่น สำหรับเด็กๆ เพราะเราอยากให้ มอลล์ของเรา เป็นคลับเฮ้าส์ ของชุมชน อย่างแท้จริง

ในส่วนของการเลือกร้านค้า เข้ามาอยู่กับเราในโครงการ นอกจากการถามไถ่ไปยังพาร์ทเนอร์ที่เป็นพันธมิตร และทำธุรกิจมาด้วยกันอย่างยาวนานแล้วเราพยายามเลือกหาร้านค้าใหม่ๆ ทั้งราบเล็ก และรายใหญ่ ให้เช้ามาอยู่ในพื้นที่ของเรา โดยร้านที่มีสินค้าประเภทเดียวกัน เราวางไว้ไม่ให้เกิน 3 ร้าน เช่น ร้านขายยา หรือ ร้านทำเล็บ ก็จะให้มีไม่เกิน 2 ร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างตรงใจที่สุด แต่สำหรับร้านอาหารภายในฟู้ดคอร์สก็อาจจะมีร้านอาหารที่ขายอาหารคล้ายๆ กันหลายร้าน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลิอก ที่จะให้ลูกค้าได้เลือกรับสิ่งที่ดีที่สุดเช่นกัน 

เป้าหมายสู่การเป็นศูนย์การค้าคู่ชุมชน

กระนั้นก็ตาม สำหรับการคาดหวัง ซีอีโอ ตอกย้ำอย่างชัดเจนด้วยว่าในปีนี้ถือเป็นปีที่ JAS มีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบริษัทฯ และมีการขยายสาขามากที่สุด โดยเรามีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์การค้าที่อยู่คู่ชุมชน มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย จึงมีแผนจะบุกตลาดต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมด้านการตลาดร่วมกับกลุ่มบริษัทในเครือเจมาร์ท, พัฒนาสินทรัพย์รอการขาย และการบริหารพื้นที่เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมเติมพอร์ตแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มเสริมทัพ เพื่อสนับสนุนให้แบรนด์ “JAS” เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มั่นคงในระยะยาว ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Community Mall” 

นอกจากนี้ ในปีนี้ทางบริษัท ยังเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 1 สาขา คือ “JAS GREEN VILLAGE ” รามคำแหงซึ่งสาขาดังกล่าว อยู่ในแผนที่วางไว้ในช่วงไตรมาสที่ 3  ทำให้ในสิ้นปีจะเปิดให้บริการทั้งหมด 8 สาขา  ดังนั้น บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าเป้ารายได้ทั้งปี 2567 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 25% จากปีก่อน และ“JAS GREEN VILLAGE” .ขอนแก่น ที่ประกอบด้วยโรงแรม พื้นที่เช่าสำนักงาน ถือเป็นอีกโครงการขนาดใหญ่ที่จะบุกภาคอีสาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 อีกด้วย 

Facebook Comments


Social sharing

Related post