Digiqole ad

‘สาระ ล่ำซำ’ มองเห็นทุกความเท่าเทียม

 ‘สาระ ล่ำซำ’ มองเห็นทุกความเท่าเทียม
Social sharing

Digiqole ad

เมื่อพูดถึงนักธุรกิจ ในแวดวงประกันชีวิตชื่อของสาระ ล่ำซำถือเป็นชื่อที่อยู่ในลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ด้วยวิสัยทัศน์ในการบริหารธุรกิจที่เห็นถึงความสำคัญในทุกตำแหน่ง ตลอดจน การให้อิสระลูกค้า กับการเลือกซื้อประกันอย่างเสมอภาค ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นความเท่าเทียมตามสิทธิ์ของความเป็นมนษย์อย่างแท้จริง 

สร้างแบรนด์ไทย สู่สากล

เริ่มต้นการพูดคุยกับ คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ทำให้รู้ว่าธุรกิจประกันฯ ของบริษัทแห่งนี้ มีการกำลังเติบอย่างเข็มแข็ง ไม่เพียงเฉพาะแค่ในประเทศไทย เท่านั้น ทว่า ยังขยายธุรกิจการลงทุนของบริษัทออกไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทย ในรูปแบบของการร่วมทุนล่าสุดผม เพิ่งไปเข้าร่วมประชุมบอร์ดแบบออนไซต์ กับบริษัทที่เราร่วมทุนในกัมพูชา และทำให้เราเห็นว่า มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อ มีความชัดเขนของภาครัฐในประเทศนั้น ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน 

ซีอีโอ เมืองไทยประกันชีวิต ยังยอมรับด้วยว่า ภาพรวมของประเทศเพื่อนบ้านของไทยนั้น เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมากเราได้เห็นตึกใหม่เกิดเยอะขึ้น โดยเฉพาะที่ เกาะเพชร (Koh Pich) ซึ่งแต่เดิมอาจมีแค่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทว่า วันนี้กลับมีตึกใหญ่โตเกิดขึ้นมากมาย บรรยากาศทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่ในสหรัฐอเมริกา หรือ แคนาดา ก็ว่าได้ ส่วนเรื่องของธุรกิจที่เราเข้าไปลงทุน ทั้งบริษัทประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย ก็มีแนวโน้มเติบโตด้วยดี มีผลกำไร และมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในระดับสูง ทั้งท็อปไฟว์ และ ท็อปทรี” 

ลงทุนโดยไม่ตามกระแส

ผมต้องเรียนว่า ดีใจมากที่เราได้เข้าไปร่วมทุนทางธุรกิจในหลายๆ ประเทศเพื่อนบ้าน และธุรกิจก็กำลังเป็นไปด้วยดี สอดรับกับนโยบาย และเป้าหมายการเติบโตของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มีมากว่า 10 ปีก่อนหน้า ซึ่งเราเรียกได้ว่า เป็นบริษัทประกันชีวิตแบรนด์ไทยรายแรก ที่เข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และ กัมพูชาซีอีโอ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ทางบริษัทฯ ยังมีความสนใจ ที่จะเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกหลายประเทศแต่เราเอง ก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล และรายละเอียด ในประเทศเหล่านั้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น รายได้ต่อหัวของประชากร จำนวนประชากร หรือ แม้แต่ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ภูมิประเทศ ตลอดจน ข้อกฎหมาย จุดอ่อน จุดแข็ง และหลักศาสนาของแต่ละประเทศให้มั่นใจก่อน ซึ่งผมเองยังมองไปถึง มิติที่ว่า จะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัท ได้มากขนาดไหน และต้องใช้ระยะเวลายาวนานแค่ไหน อีกด้วย 

หากเรามองแล้วไม่มีรายได้ หรือ เป็นแค่กระแสแฟชั่น เราจะไม่ทำแน่นอน เพราะเมืองไทยประกันชีวิตของเรา เป็นบริษัทมหาชนด้วยกฎหมาย ไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเรา ไม่ได้มีความต้องการเงินทุนมากขนาดนั้น ซึ่งในยุคที่เป็นโลกใหม่วันนี้ เราจะเอาแต่พูดอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีเรื่องของผลลัพธ์ออกมาให้เห็นด้วยซีอีโอ กล่าว 

คนเท่ากับความท้าทาย

ความท้าทายเรียกว่า เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ที่ ซีอีโอ เมืองไทยประกันชีวิต ให้ความสำคัญคน ถือเป็นความท้าท้ายที่ยากที่สุด เพราะคน มีมายด์เซต ที่แตกต่างกันเยอะ ทั้งการมองบวก มองลบ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่นั่น ถือเป็นหน้าที่ของผู้ที่สวมหมวกผู้บริหาร ดังนั้นการจะเปลี่ยน มายด์เซตของคนได้ ต้องมีการสื่อสาร และการใช้โครงสร้างการทำให้คนทำงานด้วยกันได้ สำหรับองค์กรธุรกิจประกัน จะเน้นไปที่เรื่องของคน 2 กลุ่ม คือ คนองค์กรภายใน และ ตัวแทนประกันฯ ซึ่งถือเป็นช่องทางหลัก และในกลุ่มตัวแทนประกัน ก็ยังมีกลุ่มคนที่เก่ง และมีความสามารถที่จะปรับตัวให้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป กล้าที่จะออกคอมฟอร์ทโซน มองมายด์เซตเป็นมุมบวก และอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่กล้าๆ กลัวๆ แต่ตรงนี้เราสามารถที่จะแนะนำ และทำให้เขารู้สึกออกมาขายในสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

คนในกลุ่มที่มีมายด์เซตมุมมองลบ ซีอีโอ ก็บอกว่า คนกลุ่มนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ยากหน่อย ซึ่งต้องใช้ความพยายามมากในการบริหารจัดการ แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรเขาได้ และเขาไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับบริษัทมาก เราก็ปล่อยเขาไว้อย่างนั้น แล้ว ราก็ควรเอาเวลา และไปโฟกัสกับคนที่มองมุมบวกก่อนดีกว่า คุณสาระ บอกด้วยว่า วันนี้ เรามีเทคโนโลยีแพลตฟอร์มมากมาย มาช่วยในเรื่องของการพัฒนาบุคลากในองค์กร ที่จะทำให้ชีวิต และการทำงานของพวกเขา เป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ คนเหล่านี้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่ควบคู่กับเทคโนโลยีไปพร้อมกันด้วย  

ความเท่าเทียม กับการทำประกัน

ในโอกาสที่ เดือนมิถุนายน ของทุกปี ได้รับการประกาศให้เป็นเดือนไพรด์” (Pride Month) ของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงอยากรู้ว่า มีแพ็เกจประกันชีวิต อะไรที่ออกมาเป็นพิเศษสำหรับ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือไม่ ซึ่งทาง ซีอีโอ เมืองไทยประกันชีวิต ตอบได้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีแพ็กเกจประกันชีวิต อะไรเป็นพิเศษ สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ “เพราะเรามองเห็นเรื่องของความเท่าเทียม และในความเท่าเทียม ก็ยังหมายถึง การเข้าถึงประกันได้ทุกแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ กลุ่ม LGBTQ+ เท่านั้น แม้แต่เรื่องของคนพิการ ทำไมเราต้องมีแบบเฉพาะ ทำไมไม่ดูที่ค่าความเสียงเฉพาะตัวของแต่ละคน นั่นจึงทำให้ผม ไม่มีแบบเฉพาะ ในเรื่องของการทำประกัน เพราะทุกคน มีสิทธิ์และความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการทำประกัน ขึ้นอยู่กับว่า คนนั้น ต้องการแบบประกันชีวิตในแต่ละแบบ ที่สอดรับกับความพร้อมเฉพาะตัว และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วย 

ความยั่งยืนที่แท้จริงในธุรกิจ

ซีอีโอ เมืองไทยประกันชีวิต เน้นย้ำด้วยว่าทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหลายๆ อย่าง ทั้งรายได้ และ ความพร้อมในการจ่ายเบี้ย ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ความเท่าเทียมที่แท้จริงคือ การเข้าถึงประกันได้อย่างที่คนๆนั้น ต้องการจริงๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องแยกการทำประกันเฉพาะตัวสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ 

กระนั้นก็ตาม ภาพหนึ่งของ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตที่คุณสาระ ล่ำซำ วาดไว้ในอนาคต ก็คือ ภาพของความเป็น บริษัทที่มีความยั่งยืนเราอยากให้เป็นบริษัท ที่มีภาพของความยั่งยืน ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการองค์กร ในมิติต่างๆ รวมถึงความพร้อมของคนที่มีเพอร์เฟคสกิล และที่สำคัญอีกอย่างที่ต้องพูดถึงด้วย ก็คือความยั่งยืนในเรื่อง ESG ที่ไม่ได้หวังผลกำไรในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึง เรื่อของ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social และหลักธรรมาภิบาล (Governance) ด้วยเพื่อให้องค์กรของเราเติบโต ได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริงต่อไป 

Facebook Comments


Social sharing

Related post