Digiqole ad

สหราชอาณาจักรอนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 ‘จอห์นสันฯ’ แบบฉีดโดสเดียว

 สหราชอาณาจักรอนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 ‘จอห์นสันฯ’ แบบฉีดโดสเดียว

ลอนดอน, 29 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (28 พ.ค.) หน่วยงานกำกับควบคุมยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร อนุมัติการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบฉีดโดสเดียวที่ผลิตโดยแจนเซน (Janssen) แล้ว

Advertisement

วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ที่พัฒนาโดยแจนเซน ซึ่งเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ในเครือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวที่ 4 ที่ได้รับอนุมัติใช้งานในสหราชอาณาจักร ถัดจากไฟเซอร์ (Pfizer) แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และโมเดอร์นา (Moderna)

“การอนุมัติครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จของสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยคุ้มครองชีวิตประชาชนมากกว่า 13,000 คนแล้ว และหมายความว่าขณะนี้เรามีวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพถึง 4 ตัว” แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์

“เนื่องจากวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นวัคซีนแบบฉีดโดสเดียว จึงจะมีบทบาทสำคัญตลอดไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากเราจะเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการสนับสนุนให้ทุกคนเข้ารับวัคซีนภายในปลายปีนี้” แฮนค็อกกล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานฯ เคยพิจารณายับยั้งการอนุมัติวัคซีนของแจนเซน หลังเกิดข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันหายาก ซึ่งตรวจพบในสหรัฐฯ และคล้ายกับกรณีที่เกิดจากวัคซีนของแอสตราเซเนกา

แถลงการณ์จากกระทรวงฯ ระบุว่าก่อนหน้านี้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีดโดสเดียว แสดงประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโดยรวมร้อยละ 67 และมีประสิทธิภาพป้องกันอาการรุนแรงหรือการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลร้อยละ 85 โดยขณะนี้สหราชอาณาจักรสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวแล้ว 20 ล้านโดส และจะถูกส่งมาถึงในปีนี้

ปัจจุบันสหราชอาณาจักรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกให้ประชาชนมากกว่า 38.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของประชากรผู้ใหญ่ ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเชื้อไวรัสฯ อาจกลายพันธุ์ต่อไปเป็นเวลาหลายปี และมีแนวโน้มว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อ การติดเชื้อ หรือแม้แต่การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ใหม่ๆ ในอนาคตได้

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/wSfU2

Related post