Digiqole ad

สมศ. พาส่องวิธีการ “ปรับตัว” ของ “มหาวิทยาลัย” พร้อมเจาะไอเดีย คงมาตรฐานการศึกษาให้นักศึกษารุ่น “เรียนออนไลน์”

 สมศ. พาส่องวิธีการ “ปรับตัว” ของ “มหาวิทยาลัย” พร้อมเจาะไอเดีย คงมาตรฐานการศึกษาให้นักศึกษารุ่น “เรียนออนไลน์”
Advertisement

หนึ่งที่มีการปรับตัวอย่างเข้มข้นก็คือ “สถาบันอุดมศึกษา” หลายมหาวิทยาลัยได้มีการยกระดับทั้งในเรื่องคุณภาพ การผลิตหลักสูตรเพื่อป้อนคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงวิกฤตที่ถาโถมของโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนให้เข้าไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ของ อีกทั้งยังทำให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ส่งสัญญาณความห่วงใยถึงทิศทางการปรับตัวของสถาบันการอุดมศึกษาทุกแห่งในประเทศไทย และการปรับตัวของนักศึกษา โดยเฉพาะระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ที่เอื้อต่อประสิทธิภาพของผู้เรียน ไปจนถึงมาตรฐานและคุณภาพที่ตอบโจทย์กับบริบทโลก

Advertisement

วันนี้จะพาไปชมตัวอย่างและเจาะลึกการปรับตัวของมหาวิทยาลัยที่หยิบนำการประเมิน และแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพและเอื้อต่อตัวผู้เรียนในช่วงการเรียนออนไลน์อย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่ ผศ.ดร.ศศิธร วชิรปัญญาพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพองค์การ และกิจกรรมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ได้ให้ข้อมูลว่า มหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนในยุคดิจิทัลมาตลอดเวลา แต่ในช่วงที่เกิดโควิด-19 ระบาดทำให้มหาวิทยาลัยมีความตื่นตัว และต้องปรับตัว รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์เร็วยิ่งขึ้น ช่วงแรก ๆ ของการเรียนออนไลน์ยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก เพราะทั้งอาจารย์ผู้สอน – นักศึกษาต้องปรับตัวกันแบบกะทันหัน โดยสิ่งแรกที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีดำเนินการ คือ  การปลดล็อคระเบียบ วิธีการเรียนการสอน รวมไปถึงแนวทางการอนุมัติเกรดของนักศึกษา เพื่อให้สอดรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ เพราะการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยมีข้อกฎหมายกำกับอยู่

ดังนั้นจะต้องเริ่มปรับตั้งแต่ต้นทางก่อนเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ และเพื่อป้องกันปัญหาหลังจากที่เด็กเรียนจบออกไปแล้ว สิ่งต่อมาที่มหาวิทยาลัยต้องเร่งทำก็คือ วางระบบการสอนโดยใช้ศูนย์นวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางในการอบรมอาจารย์ประจำรายวิชา ให้มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้โปรแกรมไลฟ์สดต่าง ๆ  ในช่วงแรกมหาวิทยาลัยมีการสอนออนไลน์ผ่านทางเฟซบุกไลฟ์ ไลน์วิดีโอคอล เพราะแต่ละคณะ สาขาวิชา และแต่ละชั้นปีอาจารย์จะมีไลน์กลุ่มของนักศึกษาอยู่ แต่ปัญหาที่พบ คือ นักศึกษาไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกคน บางคนสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเรียนออนไลน์ แต่เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าถึงการเรียนอย่างทั่วถึงและเป็นไปตามมาตรฐานทางมหาวิทยาลัยได้มีการซื้อตัวเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ พร้อมทั้งมีการจับคู่นักศึกษาที่อยู่บ้านใกล้กันให้มาเรียนด้วยกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างที่ต้องเรียนออนไลน์

ผศ.ดร.ศศิธร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการติดตามและประเมินผล ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้เราทราบว่าการเรียนออนไลน์มีข้อดี หรือมีจุดใดที่ต้องปรับเพิ่มเพื่อให้นักศึกษาได้ความรู้เท่ากับการมาเรียนในห้องเรียน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยใช้ศูนย์นวัตกรรมสำหรับติดตามและประเมินผลการเรียนผ่านการทำแบบสอบถาม การประเมินครูผู้สอน และนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาระบบต่าง ๆ และแผนการสอน โดยเฉพาะในรายวิชาที่ต้องเน้นการปฏิบัติ เพราะวิชาเหล่านี้ไม่สามารถสอนผ่านออนไลน์ได้ จึงต้องปรับแผนให้นักศึกษาสลับกันเข้ามาเรียนในห้องแลป ส่วนนักศึกษาที่ไม่ได้เข้ามาเรียนในห้องแลปก็ให้ดูเพื่อน ๆ ผ่านออนไลน์ โดยการจัดการในรูปแบบดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ และสามารถเรียนไปพร้อม ๆ กันได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยจำเป็นจะต้องปรับให้เข้าสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเราไม่สามารถหยุดการสอนได้ตลอดทั้งเทอม และการเรียนของนักศึกษาไม่สามารถรอให้สถานการณ์ทุกอย่ากลับเข้าสภาวะปกติได้ อีกทั้งตนยังเชื่อว่าสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นซ้ำได้อีก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มหาวิทยาลัยต้องเตรียมความพร้อมเสมอ

“อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญที่มีส่วนช่วยให้การเรียนการสอนในระยะนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือ ระบบการประเมินไม่ว่าจะเป็นการประเมินทั้งภายในและภายนอก เพราะการประเมินจะทำให้มหาวิทยาลัยรู้จึงจุดดี จุดเด่น และจุดที่ต้องปรับปรุงในระหว่างที่มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ หรือแม้แต่ช่วงที่สถานกการณ์ปกติ เพื่อให้คุณภาพในด้านต่าง ๆ ดียิ่งขึ้น” ผศ.ดร.ศศิธร กล่าวสรุป

   นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเริ่มจัดการสอนออนไลน์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในระลอกสองจนถึงขณะนี้ตนและเพื่อน ๆ ในคณะเรียนผ่านออนไลน์มานานกว่า 1 เทอมแล้วสำหรับปัญหาที่พบในระยะแรก คือ ความไม่แน่นอนของคลาสเรียนในบางรายวิชา และเนื้อหาที่ยังไม่เหมาะกับการเรียนผ่านออนไลน์ แต่ช่วงหลังการเรียนผ่านออนไลน์เริ่มมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น อาจารย์ประจำรายวิชาเริ่มปรับรูปแบบให้เหมาะสมทั้งเรื่องของรายละเอียด เนื้อหา และระยะเวลาในการสอน ซึ่งคาดว่าทางมหาวิทยาลัยอาจจะมีการติดตามประเมินการทำงาน และประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของอาจารย์ และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ขณะนี้ห้องเรียนออนไลน์ของวิชาเอก และวิชาเลือก ใช้เนื้อหาสำหรับการสอนออนไลน์ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

ในฐานะที่ตนเป็นนักศึกษา ตนเห็นว่าการประเมิน และติดตามผลการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้การทำงานของอาจารย์ และการเรียนของนักศึกษามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้น เพราะระหว่างการประเมินจะช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นจุดบกพร่องที่ต้องพัฒนา และแก้ปัญหาให้ตรงจุด หากประเมินแล้วพบจุดเด่นก็จะได้ส่งเสริมให้ดีมากกว่าเดิม ดังนั้นสำหรับตนแล้วไม่ว่าจะเป็นการประเมินภายในของมหาวิทยาลัย หรือการรับการประเมินภายนอกจากหน่วยงานอื่นย่อมเป็นผลดีทั้งต่อตัวนักศึกษา และมหาวิทยลัยทั้งสิ้น

ด้านดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. กล่าวว่า สมศ.ในฐานะหน่วยงานประเมินคุณภาพการศึกษา มีความพร้อมที่จะส่งเสริมการเรียนระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยของบ้านเรามีความโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน และมีโดนเด่นในด้านที่แตกต่างกันออกไป  ดังนั้นการเข้าไปประเมินคุณภาพภายนอกในระดับอุดมศึกษาในครั้งนี้ สมศ. จะยังคงดำเนินการภายใต้การประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากการประเมินคุณภาพและการประกันคุณภาพในระดับอุดมศึกษา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน องค์กรต่าง ๆ การปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในสถาบันเป็นไปอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถเพื่อให้บัณฑิตที่จบออกมามีคุณภาพ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่สาธารณชนว่ามหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา ได้ผลิตบัณฑิต หรือผลงานวิจัย ฯลฯ ที่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น สมศ. ได้มีการกำหนดรูปแบบการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับอุดมศึกษาไว้เป็นที่เรียบร้อย หากสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องการเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก สามารถส่งรายงานการประเมินตนเอง (SAR) และ ตารางข้อมูลเบื้องต้น (CDS) ย้อนหลัง 3 ปี มายัง สมศ. ได้จนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2564 เพื่อที่ สมศ. จะได้เตรียมการประเมินในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ต่อไป  ด้านแนวทางการประเมินภายนอกในระดับอุดมศึกษานั้นได้กำหนดไว้ 2 ขั้นตอนประกอบด้วย ขั้นตอนที่1 เป็นการประเมินแบบวิเคราะห์รายงานการประเมินตนเอง (Pre-analysis) และขั้นตอนที่ 2 เป็นการประเมินแบบลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม (Site-visit) ในรูปแบบออนไลน์ ร่วมกับการลงพื้นที่จริงไม่เกิน 1-3 วัน โดยสถาบันอุดมศึกษาจะต้องเข้ารับการประเมินทั้ง 2 ขั้นตอนจึงจะได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สมศ.ไป

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/LpPxI

Related post