Digiqole ad

สถานการณ์โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ตุลาคม 65

 สถานการณ์โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ตุลาคม 65
Social sharing

โครงการเปิดใหม่ในเดือนตุลาคม 2565 ยังเกิดขึ้นอย่างมายมายต่อเนื่อง แม้จะลดลงจากเดือนกันยายนที่เปิดตัวถึง 53 โครงการก็ตาม แต่จำนวนหน่วยขายที่เปิดใหม่ในเดือนตุลาคมกลับเพิ่มขึ้นถึง 29% ปี 2565 นี้จำนวนหน่วยเปิดใหม่เกิดขึ้นมากเป็นประวัติการณ์นับแต่ปี 2562 หรือก่อนโควิด-19
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (area.co.th) กล่าวถึงผลการสำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่เดือนตุลาคม 2565 ว่ามีจำนวน 43 โครงการ ลดลงจากเดือนก่อนถึง 10 โครงการ มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นประมาณ 29% แต่มูลค่าโครงการ และราคาเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง เนื่องจากสินค้าที่เปิดขายในเดือนนี้ส่วนใหญ่จะมีราคาปานกลางค่อนข้างต่ำเป็นสำคัญ
จำนวนหน่วยขายที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้มีทั้งหมด 11,074 หน่วย เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2565 ประมาณ 29% โดยประเภทที่มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่มากที่สุดในเดือนนี้ คือ อาคารชุด มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 5,366 หน่วย (48.5%) รองลงมาคือ ทาวน์เฮ้าส์ 3,548 หน่วย (32.0%) ส่วนอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 1,171 หน่วย (10.6%) ของจำนวนหน่วยขายที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด
ในด้านมูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการที่เกิดใหม่ในเดือนตุลาคม 2565 นี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 49,092 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ประมาณ -26.3% ประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุด คือ อาคารชุด 20,656 ล้านบาท (42.1%) รองลงมาคือ ทาวน์เฮ้าส์ 15,524 ล้านบาท (31.6%) ส่วนอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 7,409 ล้านบาท (15.1%) ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด ตามลำดับ
ดังนั้นภาพรวมของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเดือนนี้ส่วนใหญ่หากเป็นบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์จะเน้นราคา 2-3 ล้านบาท และอาคารชุดที่ราคา 2-3 ล้านบาท แม้จำนวนหน่วยขายเดือนนี้จะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าโครงการและราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง เนื่องจากมีที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวนถึงประมาณ 52% ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของเดือนนี้อยู่ที่ประมาณ 4.433 ล้านบาท แต่เดือนที่ผ่านมามีราคาขายเฉลี่ยที่ 7.785 ล้านบาท และมีอัตราการขายได้เฉลี่ย 18% เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 16% ต่อเดือน
เมื่อพิจารณาถึงผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ จะพบว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) มีจำนวนเพียง 6 บริษัท คือ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วังทอง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท อีสเทิร์นสตาร์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) และบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัทในเครือและบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง หากเปรียบเทียบการพัฒนาระหว่างบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทในเครือ และบริษัททั่วไป
ในด้านทำเลที่ตั้ง สำหรับอาคารชุดที่เปิดขายจะตั้งอยู่บริเวณกรุงเทพชั้นใน พื้นที่ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า และบริเวณแหล่งงาน เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 ถนนรามคำแหง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนบางนา-ตราด (บางพลี) เป็นต้น ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีการเปิดใหม่ส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นกลาง ฝั่งตะวันออก ปทุมธานี นนทบุรี และรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับสมุทรสาคร เป็นสำคัญ เช่น ถนนพระราม 2 ถนนกรุงเทพกรีฑา ถนนรามคำแหง ถนนวงแหวนฝั่งตะวันออก ถนนบางนา-ตราด ถนนราชพฤกษ์ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นต้น

Facebook Comments

Related post