Digiqole ad

“สงคราม”อัด“ประยุทธ์”บริหารแย่ทำน้ำมันไทยพุ่งสูงสุดในอาเซียน ชี้จัดงบฯปี 66 ไม่ตอบโจทย์ ทุ่มงบความมั่นคง ไม่หวังฟื้นเศษฐกิจ

 “สงคราม”อัด“ประยุทธ์”บริหารแย่ทำน้ำมันไทยพุ่งสูงสุดในอาเซียน ชี้จัดงบฯปี 66 ไม่ตอบโจทย์ ทุ่มงบความมั่นคง ไม่หวังฟื้นเศษฐกิจ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ คณะจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 3,185,000 ล้านบาท แต่กลับไม่พบว่ามีการจัดงบประมาณ เพื้อฟื้นฟู ประเทศแต่อย่างใด เป็นการจัดทำงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ สำคัญของประเทศ

การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลให้ความสำคัญ ด้านยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคงสูงถึง 296,003 ล้านบาท ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมอง ความมั่นคงสำคัญกว่าการฟื้นประเทศ ในขณะเดียวกันงบประมาณ กระทรวงกลาโหมสูงถึง 197,292 ล้านบาท เป็นอันดับ 4 ของงบประมาณ รายจ่าย มากกว่างบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเศรษฐกิจทุกกระทรวง ไม่ได้จัดงบประมาณเพื่อหวังฟื้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด

นายสงคราม กล่วด้วยว่า ในขณะที่เศรษฐกิจประเทศ กำลังหยุดชะงัก จากการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดแต่ไม่ฟังคำเตือนจากใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะนโยบายฟื้นฟูประเทศที่รัฐบาลบอกว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่จากประกาศคำสั่งที่รัฐบาลออกมาเหมือนคำสั่งประหารชีวิตผู้ประกอบรายย่อย โดยเฉพาะการช่วยเหลือทางด้านเงินทุนที่ไม่มีจริง ส่งผลให้ราย ย่อยกว่า 3 ล้านรายไร้ทางฟื้น

“นโยบายพลังงานที่ผิดพลาด นำคนในบริษัทน้ำมันมากำกับนโยบาย จะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะเมื่อมาจากเอกชนจึงคิดกำไรขาดทุน มากกว่าช่วยประชาชน ทั้งนี้ตลอดเดือนพฤษภาคมเดือนเดียวมีการปรับ ขึ้นราคาน้ำมันถึง 9 ครั้งมากกว่า 3 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีก น้ำมันของไทยสูงที่สุดในอาเซียน สวนทางราคาน้ำมันโลกที่เริ่มปรับลดลง การประกาศอุ้มน้ำมันดีเซล แต่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่ม ดังนั้นคนที่ได้ประโยชน์ คือคนที่มีฐานะ คนขับรถยนต์หรูที่ใช้ดีเซลเป็นชื้อเพลิง ในขณะที่ราคาขาย ปลีกน้ำมันเบนซิน ใกล้แต่ลิตรละ50 บาทแล้ว พลเอกประยุทธ์เติม น้ำมันหลวงจึงไม่เดือดร้อนเหมือนประชาชน อยากให้รัฐบาลขจริงใจ ช่วยประชาชนมากกว่าไม่ควรช่วยแต่คนรวยเหมือยที่ผ่านมา” นายสงคราม กล่าว

Advertisement
Facebook Comments

Related post