Digiqole ad

“ศุลกากร-สรรพากร” ดีเดย์ จัดเก็บสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาท เริ่มต้น 5 ก.ค. คาดสามารถจัดเก็บภาษี ได้ 2,100 ลบ. ต่อปี

 “ศุลกากร-สรรพากร” ดีเดย์ จัดเก็บสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาท เริ่มต้น 5 ก.ค. คาดสามารถจัดเก็บภาษี ได้ 2,100 ลบ. ต่อปี
Social sharing

Digiqole ad

“ศุลกากร-สรรพากร” พร้อมเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สินค้านำเข้าออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาทแรก เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านการค้าให้กับผู้ประกอบการชาวไทย โดยคาดว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้กว่า 2,100 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมผู้บริหารกระทรวงการคลัง ได้ตรวจเยี่ยมโกดังสินค้าเร่งด่วนทางบก บริษัท สมาร์ท อะเลิร์ท จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ที่ จ.นครพนม โกดังแห่งนี้เป็นสถานที่จัดเก็บและคัดแยกสินค้า ก่อนกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งด่านศุลกากร จ.นครพนม นับเป็นสถานที่นำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร

โดยทางด้าน นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศบังคับใช้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก จากเดิมที่มีการยกเว้นภาษีมูลค้าเพิ่มจากสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ซึ่งจะมีผลบังคับใช้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสินค้าในประเทศที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งในตอนนี้ทางกรมศุลกากร ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของสินค้าที่นำเข้าตามด่านต่างๆ ของกรมศุลกากร ทางโฆษกกรมศุลกากร ได้เปิดเผยว่าจากนี้ไปทางบริษัทผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้กับผู้ซื้อสินค้า ซึ่งทางกรมศุลกากร จะเป็นผู้เก็บภาษีแทนให้กรมสรรพากรเท่านั้น และจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น

โดยกรมศุลกากร คาดว่าการจัดเก็บภาษีจนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่าจะสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าประมาณ 700 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2568 คาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้ถึง 2,100 ล้านบาท หลังจากตั้งปีงบประมาณ 2567 สินค้านำเข้ามีมากกว่า 89 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่า 26,000 ล้านบาท จากด่านศุลกากร ที่มีการนำเข้าสินค้าจากจีน มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร, ด่านศุลกากร จ.นครพนม และด่านศุลกากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ขณะที่สินค้าที่มีส่งผ่านไปรษณีย์ไทย จะมีการติดบาร์โค้ดการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไว้บริเวณหน้าบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ที่สั่งสินค้าเป็นผู้แสกนจ่ายภาษี ก่อนรับสินค้า และถ้าไม่มีการจ่ายภาษี สินค้าดังกล่าวก็จะถูกตีกลับไปทางไปรษณีย์ต้นทาง ซึ่งปริมาณสินค้าในส่วนนี้มีสัดส่วนที่น้อย คาดว่าไม่มีปัญหาในการดำเนินการแต่อย่างไร

โฆษกกรมศุลกากร ยังได้กล่าวถึงความกังวลของประชาชน ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้น ในความเป็นจริงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ หรือผู้ขายสินค้าจะเป็นผู้รับภาระภาษีแทนลูกค้า แต่สินค้าบางอย่างอาจปรับเพิ่มมากขึ้นเพราะเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ตนเองจึงอยากแนะนำให้ผู้ให้บริการขนส่งจ่ายค่าส่วนต่างนี้ เพื่อไม่ให้ไม่กระทบกับผู้ซื้อ

นอกจากนี้ โฆษกกรมศุลกากร ยังได้กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเก็บรายได้เพิ่ม แต่ต้องการสร้างความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการภายในประเทศ ที่ปัจจุบันเสียเปรียบผู้ค้าจากต่างประเทศ เพราะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่ผู้ประกอบการที่นำสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด

ขณะที่ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกรมสรรพากร ได้กล่าวว่า ในตอนนี้ กรมสรรพากร กำลังสร้างแพลต์ฟอร์ม เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และจะมีการประสานงานกับแพลต์ฟอร์ม ต่าง ๆ เพื่อนำส่งภาษีโดยตรงกับกรมสรรพากร ซึ่งเป็นรูปแบบจัดเก็บเหมือนกับหลายประเทศ เพราะในยุคปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตขึ้นสูงมาก

Facebook Comments


Social sharing

Related post