Digiqole ad

ศักดิ์สิทธิ์ เลาหวรวุฒิกุล “ติวเตอร์” กับการปรับตัวในยุคโควิด-19 

 ศักดิ์สิทธิ์ เลาหวรวุฒิกุล “ติวเตอร์” กับการปรับตัวในยุคโควิด-19 
Social sharing

นับตั้งแต่วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นต้นมา ไม่เพียงบรรดาธุรกิจระดับหัวแถว รวมถึงห้างร้านต่างๆ ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถาการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรียกกันว่ายุคปกติใหม่” (New Normal) สถาบันกวดวิชา หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นหูว่าโรงเรียนกวดวิชา ที่มีอยู่มากมายก็ต้องปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน 

ศักดิ์สิทธิ์ เลาหวรวุฒิกุล หรือ ครูแซค Academic Director / Tutor แห่ง World Study Center และเจ้าของเพจ ลับคม English เล่าว่า การเรียนการสนภาษาอังกฤษ ในอดีตมักเน้นไปที่การสอนไวยากรณ์เพื่อการทำข้อสอบเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้ผู้เรียนมักเอาแต่ท่องจำเท่านั้น และความรู้ที่ได้ก็ไม่สามารถนำไปพัฒนา หรือ ใช้ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟัง การพูด การอ่าน หรือแม้แต่การเขียน นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ที่ทำไมเราเห็นคนเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิบๆ ปี แต่ไม่สามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้งานได้ 

บทบาทของโรงเรียนกวดวิชา 

ตรงนี้เองทำให้สถาบันกวดวิชา เข้ามามีบทบาทกับผู้เรียนมากขึ้นเพราะที่สถาบันกวดวิชา ทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาภาษาอังกฤษ มากขึ้นกว่าที่โรงเรียน แม้ว่าผู้เรียนหลายคนจะยังมีจุดประสงค์เพื่อต้องการทำข้อสอบก็ตามครูแซค บอกด้วยว่าเมื่อเข้ามาในสถาบันกวดวิชาแล้ว นอกจากผู้เรียนจะได้รับการเพิ่มทักษะการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ยังทำให้ได้รับโอกาสในการเรียนต่อ หรือแม้แต่การทำงานในบริษัทชั้นนำที่เน้นการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นด้วยทำให้สถาบันกวดวิชา ไม่เพียงจะเป็นแหล่งความรู้ด้านภาษาและสรรพวิชา แต่ยังเป็นที่ต้องการของผู้เรียนในแต่ละยุคสมัย 

กระทั่งเจอเข้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝัน อย่างวิกฤตโควิด-19 สถาบันกวดวิชาหลายแห่ง ต้องปิดตัวลงด้วยต้องแบกภาระหลายอย่าง ประกอบกับไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ เกือบ 2 ปี ทำให้ต้องปิดตัวไปบ้างเหมือนกัน แต่ก็มีสถาบันกวดวิชาบางแห่ง ที่ยังอยู่อยู่ได้ นั่นเป็นเพราะเขามีการปรับตัว ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวสถาบันกวดวิชาเท่านั้น ตัวของผู้สอนเอง ก็ต้องมีการปรับตัวด้วยเหมือนกันครูแซคเรียกการปรับตัวนี้ว่า การเข้าสู่โหมดออนไลน์ ทุกแอพลิเคชั่นเพื่อการสื่อสารถูกนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Zoom, Google Meet หรือแม้แต่ Microsoft Team “ทุกสิ่งเหลานี้ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า …Necessity is the mother of inventionหรือ ความจำเป็นคือ ตัวบีบบังคับให้ต้องทำบางสิ่งบางอย่างนั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงช่วย Upskill

อาจเรียกว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงลำดับแรก ที่ติวเตอร์อย่างครูแซค ต้องเจอผมมองว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ช่วยเพิ่มทักษะ (Upskill) ให้กับตัวของผู้สอน และผู้เรียนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี ที่เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร แต่ยังถือเป็นสื่อกลาง หรือผู้ช่วยในการค้นคว้าหาข้อมูลความรู้ต่างๆ แถมยังเป็นผู้ฝึกสอนภาษาอังกฤษชั้นดีให้กับนักเรียนเช่นกัน เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้โดยผ่านแอปพลิเคชั่นอย่าง YouTube, Netflix หรือแม้แต่ podcast ที่ไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิงเท่านั้น แต่หากมองลึกๆ ทั้งหมดนี้ยังทำให้ทุกคนได้ประโยชน์จากการเรียนภาษาอังกฤษด้วยเหมือนกัน 

แต่ก็ใช่ว่า เทคโนโลยีเหล่านั้น จะมีแต่ประโยชน์ ครูแซค มองในมุมกลับด้วยว่า ในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยียังทำให้เราสูญเสียอะไรบางอย่างไปด้วยเหมือนกันการเข้ามาถึง เทคโนโลยี อาจเป็นสิ่งดี แต่ในอีกมุมมอง ผมเห็นว่า เรากำลังสูญเสียความผูกพันระหว่าง ครู นักเรียน เพื่อนๆ รวมถึงโรงเรียน เราปฏิเสธไม่ได้กับการสอนผ่านออนไลน์ ที่เจอหน้ากันแค่ทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์ มีความจำเป็นในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา แต่ความผูกพันระหว่างครูและนักเรียน หรือกับเพื่อนๆ ก็จะแตกต่างไปจากการเรียนแบบ on site” 

เทคโนโลยี เหมือนดาบสองคม

แม้วันนี้ นักเรียนจะได้กลับไปเรียนหนังสือ ที่โรงเรียน และเจอเพื่อนๆ เหมือนเดิมแล้ว แต่การใช้เทคโนโลยี ที่มากเกินไป ก็ยังส่งผลเสียให้กับตัวของนักเรียนเหมือนกันวันนี้ แม้ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถค้นหาข้อมูลความรู้ต่างๆ ได้เองก็จริง แต่บางครั้งก็มีการนำเอาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาใช้โดยไม่ได้มีการกลั่นกรองเลย โดยเฉพาะ งานเขียนนภาษาอังกฤษ ที่อาจจะใช้ Google Translate แล้วลอกข้อมูลนั้นๆ มาเป็นผลงานเขียนของนักเรียนเอง หรือบางคนไม่กล้าพูด ก็จะใช้เครื่องแปลภาษา มาสื่อสารแทน ทำให้ทักษะด้านภาษาไม่ได้รับการพัฒนา ขณะเดียวกัน นักเรียนก็จะมองว่า ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว เลยไม่ต้องท่องศัพท์ และไม่สนใจเรียนไวยากรณ์อังกฤษอีกต่อไป เพราะพวกเขามีเครื่องมืออำนวยความสะดวกอยู่กับตัวเทคโนโลยี จึงเปรียบเหมือนดาบสองคม ที่หากใช้เป็นก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด แต่หากเอาแต่พึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้การพัฒนาทักษะด้านภาษาในตัวของนักเรียนถูกละเลยไปได้ 

นั่นเป็นอีกหนึ่งความวิตกกังวลของครูแซคด้วยเหตุนี้ ผมจึงพยายามเน้นรูปแบบการสอนนักเรียน แบบกลุ่มเล็กๆ และใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด นอกจากนี้ ในคลาสที่ผมสอน นักเรียนทุกคนต้องพูดภาษาอังกฤษด้วย และทุกคนสามารถถกเถียงในเชิงวิพากษ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้ผู้เรียน ได้นำความรู้ไปใช้สอบ หรือเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่เขายังสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงของพวกเขาได้ด้วยเป็นอีกหนึ่งวิธีฝึกให้นักเรียนกล้าคิด กล้าพูดภาษาอังกฤษในแบบของครูแซค 

ภาษาอังกฤษจุดอ่อนของนักเรียนไทย

จากประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ มากกว่า 30 ปี ทำให้เขามองเห็นจุดอ่อนและจุดแข็งในการเรียนภาษาอังกฤษ ของนักเรียนแต่ละแห่งไม่เหมือนกันในคลาสที่ผมสอน 7080% ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนอินเตอร์ ที่ต้องการมาเสริมทักษะการทำข้อสอบให้แกร่งมากขึ้น ตรงนี้ผมไม่ห่วง เพราะพวกเขาสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อยุ่แล้ว แต่ผมห่วงนักเรียนจากโรงเรียนไทย ที่มาเรียนกวดวิชาเพื่อสอบ หรือ เตรียมพร้อมไปเรียนต่อต่างประเทศมากกว่าครูแซค บอกว่าในช่วงกว่า 3 ทศวรรษนักเรียนจากโรงเรียนเหล่านี้ ยังคงได้รับการสอนและเรียนแบบเดิม ๆแม้เขาจะตั้งใจมาเรียนเพื่อพัฒนาทักษะของตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังไม่ทิ้งวิธีการเรียนแบบท่องจำ หรือการเขียนแพทเทิร์นเดิม ๆ และไม่ได้ให้ความสนใจกับการอ่าน การสื่อสารต่างวัฒนธรรม (Intercultural Communication) ซึ่งถือว่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย 

ปรับตัวเร็ว ย่อมรอด

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ครูแซค เห็นว่า การเรียนกวดวิชายังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับมากขึ้น  ข้อได้เปรียบของการเรียนกวดวิชาคือติวเตอร์สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับระดับผู้เรียน รวมถึงสอนในสิ่งที่ผู้เรียนตามไม่ทันในชั้นเรียนปกติ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ผมในฐานะที่เป็นติวเตอร์เอง ก็มองด้วยว่า สถาบันกวดวิชา หลังผ่านสถานการณ์วิกฤตโควิดไปแล้ว ก็ยังจำเป็นที่ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมกับ การนำเทคโนโลยีจำเป็น เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สอน และผู้เรียน 

ไม่ใช่แค่สถาบันกวดวิชาเท่านั้น ที่ต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ตัวของครูผู้สอนเอง ก็ต้องปรับตัวด้วยในช่วงหลังๆ มานี้ เทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ติวเตอร์หลายๆ คน จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วย และต้องใช้เทคโนโลยี ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ให้เป็น รวมถึงต้องพยายามค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียน ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพ และต่อยอดให้ผู้เรียนได้รับประสิทธิผลสูงสุดด้วยครูแซค ทิ้งท้ายด้วยว่า ยิ่งรู้ภาษาอังกฤษมาก โอกาสดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาหามากเช่นกัน และหากใครต้องการปรึกษาพูดคุยการเรียนภาษาอังกฤษ ก็ลองเข้าไปพูดคุยกับครูแซค ได้ที่ เพจลับคม English ได้เลย 

Facebook Comments

Related post