Digiqole ad

ศักดิ์ศรีผู้นำ

 ศักดิ์ศรีผู้นำ

ประเด็นการนับอายุการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นเรื่องของนิติรัฐและนิติธรรม ที่ถือเป็นหลักสำคัญในการบริหารประเทศ

หากมุ่งใช้เนติบริกร หรือใช้วิธีการศรีธนญชัยลอดช่อง ตีความเพื่อประโยชน์เฉพาะตน จะกลายเป็นรอยบาปสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ข้อความในรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน

รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่

เจตนารมณ์ในเรื่องนี้ มาจากการยึดหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานสากล ที่ให้มีการจำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้นำประเทศไว้ เพื่อป้องกันว่าหากเกิดมีผู้นำประเทศคนใด เกิดเสพติดอำนาจขึ้นมาหลังจากมีอำนาจไปนาน ๆ จะเสี้ยนอำนาจจนพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้อยู่ในอำนาจต่อไป

ดังนั้นโดยหลักการแล้ว การสืบทอดอำนาจเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดจึงเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์

ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง บัญญัติ ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ด้วย

ข้อความที่ระบุชัดเจนในตัวเอง ว่า คณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ต้องถือเป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ก่อการกบฏ ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หลังจากนั้น 3 เดือน จึงเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 ย่อมชัดเจนว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557

หากยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม การครบ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเป็นวันที่ 23 สิงหาคม 2565

ปัญหาคือ มีการเสพติดอำนาจเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น เหล่าบรรดาบริวารลิ่วล้อทางการเมือง พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล นักการเมืองขั้วรัฐบาล ส.ว. และแม้แต่กระทั่งข้าราชการประจำในเหล่าทัพ ข้าราชการพลเรือนที่ได้รับผลประโยชน์จากการดำรงอยู่ของคนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มีการเสพติดอำนาจด้วยหรือไม่

จึงได้เริ่มสะท้อนท่าทีของการพยายามหาทางตีความ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อยู่ต่อ

เรื่องนี้ คนที่สมควรมีหิริโอตัปปะมากที่สุด เริ่มจาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ต้องเป็น วิษณุ เครืองาม จากนั้นก็เป็นเหล่าบรรดาหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และเหล่าบรรดา ส.ว.

การเมืองพึงสร้างบรรทัดฐานของการมีศักดิ์ศรี มีความละอาย ให้เกิดขึ้นเป็นแนวทางในอนาคต

ประเด็นนี้ จึงถือเป็นการพิสูจน์ศักดิ์ศรีของผู้นำ ว่ามีหรือไม่

ภูวนารถ ณ สงขลา

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/qK6Di

Related post