Digiqole ad

วิสดอม วี กรุ๊ป ผุดแพลตฟอร์ม Metaverse of Education ตอบโจทย์เรียนออนไลน์ ยุคใหม่ที่ไม่น่าเบื่อ

 วิสดอม วี กรุ๊ป ผุดแพลตฟอร์ม Metaverse of Education ตอบโจทย์เรียนออนไลน์ ยุคใหม่ที่ไม่น่าเบื่อ
Social sharing

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เป็นตัวเร่งสำคัญทำให้ระบบการศึกษาของไทย ต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบการเรียนออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หน่วยงานรัฐและเอกชน ต่างหยิบยกเรื่องการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษา ล่าสุดมีการเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว และแพลตฟอร์มที่กำลังพูดถึงคือ “Mataverst of Education” ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท วิสดอม วี กรุ๊ป จำกัด โดยจะมีทั้งทักษะวิชาการ (Hard Skill and Academic), ทักษะการทำงาน (Working Skill), ทักษะชีวิตต่างๆ (Soft Skill) เข้ามารวมอยู่ในแพลตฟอร์มนี้เพื่อเป็นแหล่งรวมการศึกษายุคใหม่ของประเทศไทย เบื้องต้นมีวิทยากรเข้าร่วมแล้ว 10,000 คน โดยมีการเตรียมที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Mataverse of Education” อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

นางสาวไหมฟ้ารดา (Maifarada) ธัชรัชตะอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิสดอม วี กรุ๊ป จำกัด (WISDOM V GROUP CO., LTD) เปิดเผยว่า การจัดหลักสูตรเรียนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม “Metaverse of Education” มีการเตรียมตัวมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ทั้งการลงมือศึกษาและทำวิจัยร่วมด้วย เพื่อหาจุดเด่น จุดด้อย ให้ได้หลักสูตรเรียนออนไลน์ที่ดีที่สุด เนื่องจากการเรียนในห้องเรียนปกติกับการเรียนทางออนไลน์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งวิทยากร ผู้เรียน สถานที่ และช่วงระยะเวลาของการเข้าห้องเรียน การพัฒนาหลักสูตรเรียนออนไลน์จึงต้องแตกต่าง โดยการนำหลักจิตวิทยาการเรียนรู้เข้ามาผนวกในหลักสูตรด้วย คือมีการให้ความสำคัญกับแรงบันดาลใจ (Inspiration) ศาสตร์และศิลปะเข้าไป เพื่อดึงความสนใจของผู้เรียนให้อยู่กับเนื้อหาที่วิทยากรกำลังสอนทางออนไลน์ รวมทั้งแต่ละหลักสูตรยังต้องอิงกับการเรียนรู้ของต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา, ยุโรป, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, เกาหลีและอื่นๆ มาประยุกต์ใช้

ทั้งนี้ จากการทำวิจัยก่อนที่จะมีการพัฒนาหลักสูตรสู่ Metaverse พบว่าถ้านำคอนเทนต์การเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่ใช้ในห้องเรียนปกติ มาเรียนในห้องเรียนออนไลน์พบว่าผู้เรียนจะไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ เพราะเป็นการเรียนรู้คนละบรรยากาศ สถานที่/เวลาแตกต่างกัน ซึ่งการเรียนออนไลน์นั้น ผู้เรียนจะมีระยะเวลาโฟกัสกับเนื้อหาเพียงแค่ 10-15 นาทีแรก เท่านั้น

การจัดหลักสูตรการเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม “Mataverse” จึงไม่เหมือนกับคลิปวีดีโอทั่ว ๆ ไป ที่สอนกันทางช่องยูทูปหรือทางสื่อSocial Facebook แต่จะเน้นประสบการณ์การเรียนรู้แบบจำลองเชิงเรียนจริง โดยหลักสูตรที่สอนออนไลน์บนแพลตฟอร์มจะมีการแบ่งช่วงเวลาของการเรียนไว้ 5 ช่วง หลักๆ ด้วยกัน คือ ในช่วงเริ่มต้นของการเรียนจะให้เวลาประมาณ 15 นาที และเนื้อหาจะมุ่งเน้นการให้ Inspiration กับผู้เรียน ส่วนช่วงที่ 2 วิทยากรจะค่อย ๆ ลงเนื้อหา รายละเอียด ส่วนในช่วงที่ 3 วิทยากรจะทบทวนเนื้อหา ส่วนช่วงที่ 4 จะเป็นการสรุปเนื้อหาทั้งหมด และช่วงที่ 5 วิทยากรจะทำความเข้าใจให้กับผู้เรียนในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนั้นแต่ละช่วงเวลาที่เรียนออนไลน์จะใช้เวลาเพียงแค่ 10 -15 นาที เท่านั้นและจะมี Pop Up ให้ผู้เรียนมี Inter Action เพื่อดึงดูดผู้เรียนให้อยู่กับเนื้อหาตลอด จะเห็นว่าบรรยากาศมีความแตกต่างกับคอสเรียนออนไลน์ทั่วไปที่เป็นการสื่อสารทางเดียวทำให้ผู้เรียนเบื่อไม่จดจ่อกับเนื้อหา และขาดเป้าหมาย

อีกจุดเด่นของหลักสูตรเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม “ Metaverse of Education” ก็คือจะมีการเสริมความรู้ทักษะทั้งด้านการทำงานเพื่อให้เข้ากับการทำงานในโลกยุคใหม่ ซึ่งทักษะการเรียนรู้จะไม่เหมือนการเรียนในยุคเดิมอีกต่อไป หลักสูตรต่าง ๆ มีการนำร่องไว้เรียบร้อยแล้วโดยวิสดอม วี กรุ๊ป และพร้อมที่จะทำการสอนได้ 100% เร็วๆ นี้ โดยจะมีการประยุกต์หลักสูตรจิตวิทยาและคำสอนในพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจของผู้เรียนไปพร้อมกัน
แพลตฟอร์ม “Metaverse of Education” นอกจากจะเป็นการเปิดกว้างให้วิทยากร/ติวเตอร์ที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งมาอยู่บนแพลตฟอร์มแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาคการศึกษาในภาพรวมและเป็นการช่วยเหลือสังคมร่วมกันนอกเหนือจากการมีรายได้ โดยตั้งเป้าจะมีผู้เรียนในทุกสาขาอาชีพเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม 10 ล้านคน ภายใน 2 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2565

“ทางวิสดอม วี กรุ๊ป จะทำหน้าที่ดูแลเทคโนโลยีระบบหลังบ้าน ขณะเดียวกันก็มีบทบาทของการเป็นสถาบันพัฒนาวิชาการ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งใครที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเรียนออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ “Education Commerce” ของเราจะมี Certificate ซึ่งรับรองโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนและให้ถือเป็นมาตรฐานการยืนยันในทักษะความรู้ ความสามารถที่ผู้จบหลักสูตรได้รับโดยผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบการรับรองในระดับนานาชาติและจะเป็นด่านแรกในการเข้าทำงาน อย่างไรก็ตามถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ดีขึ้น บริษัทมีแผนที่จะจัดงาน World Education & University Expo’ 2022 ปลายปีนี้ ซึ่งข้อดีของการจัดงานจะทำให้นักเรียนได้มีโอกาสพบกับนักวิชาการจริงๆ ทั้งด้าน Hard Skill และ Soft Skill” นางสาวไหมฟ้ารดา กล่าวทิ้งท้าย

 

Facebook Comments

Related post