Digiqole ad

‘วิษณุ จิตศักดานนท์’  ฉีกกรอบการลงทุน ตอบโจทย์ลูกค้าสู่ความสำเร็จร่วมกัน 

 ‘วิษณุ จิตศักดานนท์’  ฉีกกรอบการลงทุน ตอบโจทย์ลูกค้าสู่ความสำเร็จร่วมกัน 
Social sharing
Digiqole ad

เป็นที่รู้กันดีว่าธุรกิจมีความหมายถึง การขายสินค้า หรือ บริการ ที่มีความมุ่งหวังเรื่องของผลประโยชน์ และผลกำไรตอบแทนกลับ แต่ในยุคปัจจุบันที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก การทำธุรกิจในวันนี้ จึงไม่เพียงแค่จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เดินไปถึงเป้าหมายตามแผนธุรกิจที่วางไว้เท่านั้น ทว่า ยังต้องนำพาคู่ค้า หรือ พันธมิตร ที่ร่วมดำเนินธุรกิจด้วยกัน ก้าวไปให้ถึงฝั่งฝันด้วย

วิษณุ จิตศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์โพรเจกต์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการ Yard 49 คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท กล่าวว่า ในการทำธุรกิจในแบบของเขานั้น นอกจากจะต้องไม่ซ้ำใครแล้ว ยังต้องมีเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่นในหลาย ๆ ด้านเราสร้าง Yard 49 ขึ้นมาในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด โดยทุ่มเงินงบประมาณ ในการสร้างไปเกือบ 30 ล้านบาท เพราะเรามองเห็นว่าเวลานั้น ทุกคนไม่สามารถออกจากบ้านได้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัด ซึ่งโครงการ Yard 49 จะเป็นสิ่งที่มาช่วยตอบโจทย์ให้กับคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ เป็นอย่างดี 

คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ไม่ซ้ำใคร 

กรรมการผู้จัดการฯ เล่าถึงความแตกต่างของ โครงการ Yard 49 กับคอมมูนิตี้มอลล์ ทั่วไปว่าเราอยากให้ Yard 49 เป็นเหมือนสถานที่พักผ่อน และสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในโครงการ ได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า โครงการของเรา จะเป็นชั้นเดียว และรายล้อมด้วยต้นไม้ ที่เราใช้เงินลงทุนไปมากกว่า 6-7 ล้านบาทคุณวิษณุ บอกด้วยว่า พื้นที่ของโครงการ Yard 49 มีอยู่กว่า 2 ไร่ และเป็นพื้นที่เปิดโล่ง หรือมีความเป็นเอาท์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติ มากกว่า 70% และเป็นคอมมูนิตี้ ชั้นเดียวร้านค้าแต่ละร้านที่อยู่ภายในโครงการจะถูกจัดแบ่งโดยตัวของสวน ที่ทำให้ร้านแต่ละร้านมีความเป็นส่วนตัว ขณะที่ลูกค้า ก็สามารถนั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือ จะนั่งชมสวน ที่เราตั้งใจให้เป็นสวนป่า เป็นสวนที่มีบรรยากาศดี อากาศบริสุทธิ์ และมีความร่มครึ้ม ซึ่งจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ 

และเพื่อให้การใช้ชีวิตได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบตลอดทั้งวัน คุณวิษณุ กล่าวย้ำอีกหนึ่งจุดเด่นภายในโครงการด้วยว่าแต่ละร้านค้าที่เปิดให้บริการภายในโครงการ ยังมีการชายสินค้า และบริการที่ไม่ซ้ำกันด้วย ทั้งร้านอาหารที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ อย่างร้าน Kay’s Sukhumvit 49 ซึ่งเปิดให้บริการทั้งอาหาร เช้า และอาหารกลางวัน รวมถึงอาหารมื้อค่ำ ที่ทุกคนสามารถอิ่มอร่อยได้ตลอดทั้งวัน หรือจะเป็นร้านอาหารสไตล์ แฮนด์โรล ซึ่งก็ถือเป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นแฮนด์โรล ร้านแรก ที่เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทย อย่างร้าน KANORI Hand Roll Bar นอกจากนี้ ก็ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นในสไตล์ โอมากาเสะ อย่าง Sushi Mitora” กรรมการผู้จัดการ บอกด้วยว่า ยังมีอีกหลายร้าน TAP YARD ที่ให้บริการ หมูกระทะ และเครื่องดื่ม รวมถึงอาหารอร่อย หลายเมนู 

ครบวงจร ทั้งอาหาร และไลฟ์สไตล์ 

เช่นเดียวกับ ร้าน Yakiniku Great Bangkok ที่รวมความโดดเด่นของอาหารหลากหลายสัญชาติ อาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และ มาเลเซีย ไว้รวมกัน โดยเฉพาะ เนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม  หรือจะเป็นร้าน โหลด ร้านอาหารสไตล์ Restaurant & Bar สำหรับนั่งชิลล์ ในช่วงเย็น ดื่มด่ำบรรยากาศแบบสบายๆ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีร้านเสริมสวยชื่อดัง จากเกาหลี อย่าง ISSAVIBES  ที่เป็นร้านเสริมสวยประจำของดาราหลายๆ คน และต้องจองคิวนาน 34 เดือนทีเดียว รวมถึง ร้าน SEOUL GOODS ร้านช็อปปิ้งชื่อดังจากเกาหลี ที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า และเครื่องสำอางจากเกาหลี รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมสตรีทแบรนด์ของเกาหลี ที่จะให้ทุกคนชอปปิ้งได้อย่างสนุกสนาน ตลอดทั้งวัน 

คุณวิษณุ ยังเล่าอีกว่า ในการมองหาร้านค้า แต่ละร้านเข้ามาอยู่ในโครงการ Yard 49 ถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่น ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการสร้างโครงการเราวางแผนกันมาก่อนที่จะสร้างโครงการ Yard 49 โดยการเลือกจุดเด่นของร้านค้าแต่ละร้าน ที่ไม่เหมือนกัน แล้วจากนั้น ก็เข้าไปพูดคุยถึงโครงการที่จะเกิดขึ้น เมื่อเรา และร้านค้าแต่ละร้านมีแนวคิดที่ตรงกัน จากนั้นก็จะเป็นการวางเลย์เอ้าท์ของแต่ละร้าน ซึ่งก็จะให้อิสระกับร้านค้า ในการเลือกพื้นที่ตั้งร้าน โดยมีเราเป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งก็จะดูแลรับผิดชอบในเรื่องของโครงสร้างภายนอก ส่วนร้านค้า ก็ให้แต่ละร้านออกแบบกันเอง ซึ่งก็ทำให้แต่ละร้านมีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ของแต่ละร้านเอง 

การบริหารจัดการด้วยแนวคิดใหม่

บอกได้เลยว่า โครงการ Yard 49 มีการบริหารจัดการที่ไม่เหมือนคอมมูนิตี้มอลล์ ทั่วไป ที่ใช้วิธีการจัดเก็บค่าเช่าตามขนาดของพื้นที่เราเป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ไม่ได้มีการจัดเก็บค่าเช่าร้าน ตามขนาดของพื้นที่ แต่เราใช้วิธีจัดเก็บรายได้ผ่านระบบ GP หรือ Gross Profit ซึ่งก็คือ ค่าคอมมิชชั่น ที่เกิดจากการขายสินค้าของแต่ละร้านค้า ตรงนี้ เรามองว่า เป็นการลดความกดดันของร้านค้า ที่อยู่ในโครงการของเรา และไม่ต้องกังวลว่า จะต้องมาจ่ายค่าเช่าร้านในแต่ละเดือน ทำให้ทางร้านมีเวลาที่จะไปวางแผนการตลาด ในการจัดโปรโมชั่น หรือ การบริการให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยคุณวิษณุ มองด้วยว่า หากแต่ละร้านสามารถขายสินค้า หรือ บริการ ได้มากเท่าไร ทางโครงการ ก็จะมีผลกำไรมากขึ้น

กรรมการผู้จัดการบอกด้วยว่า รายได้ส่วนที่เราจัดเก็บเหล่านี้ ส่วนหนึ่งยังนำไปใช้เพื่อช่วยร้านค้าในโครงการ โปรโมท หรือทำประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และผู้บริหารโครงการ เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และอยู่ทำธุรกิจกันแบบยาวๆ 

เตรียมขยายสาขา คอมมูนิตี้มอลล์ 

เมื่อถามถึงผลสำเร็จของโครงการ Yard 49 คุณวิษณุ กล่าวว่านับตั้งแต่เปิดโครงการมา 2-3 ปี มานี้ ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าค่อนข้างมาก ทั้งคนไทยที่อาศัยอยู่ในย่านสุขุมวิท รวมไปถึง นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพักอาศัยในย่านนี้ ที่ไม่ต้องไปไหนไกล สามารถเข้ามาที่โครงการ Yard 49 ที่เดียว ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตลอดทั้งวัน ทั้งกินข้าว ดื่มกาแฟ หรือ ในช่วงเย็น ก็มีอาหารอร่อยๆ และเครื่องดื่มรสชาติดีๆ ให้ได้เพลิดเพลิน ก่อนที่จะเข้าบ้านไปพักผ่อนอย่างเต็มที่และด้วยความสำเร็จของโครงการที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เจ้าของโครงการ อย่างคุณวิษณุ ก็ย้ำว่า ในเร็วๆ นี้ จะมีการขยายโครงการออกไป 

ตอนนี้ เรากำลังดูทำเลอยู่ไว้ 2 แห่งด้วยกัน ซึ่งก็คือ ย่านบางนา ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 21 ไร่ และที่ย่านราชพฤกษ์ ที่มีเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ นอกจากจะเป็นโครงการที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่นแล้ว ยังจะเป็น Pet Friendly ซึ่งลูกค้าสามารถนำสัตว์เลี้ยง เข้ามาเดินเล่นภายในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ของเราได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ อยู่ระหว่างการสรุปเรื่องของพื้นที่ โดยย่านบางนา น่าจะเป็นโครงการที่จะเกิดขึ้นภายในข่วงปลายปี 2567 ส่วนโครงการในย่านราชพฤกษ์ ก็จะเป็นโครงการที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป นอกจากนี้ เรายังมีแผนไปเปิดโครงการคล้ายๆ กันนี้ ที่ต่างประเทศด้วย หลังจากที่ โครงการ Yard 49 ประสบความสำเร็จ จนนักลงทุนชาวต่างชาติ ให้ความสนใจชวนให้เราเข้าไปเปิดโครงการต่างๆ อีกหลายราย 

อย่างไรก็ดี คุณวิษณุ ทิ้งท้ายด้วยว่า ทุกโครงการที่เกิดขึ้นแล้ว และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น เขามีความมุ่งหวังที่จะให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติ และใช้ชีวิตภายใต้ธรรมชาติ ที่สะอาดและบริสุทธิ์ จริงๆ เพื่อสร้างสังคมที่ดี และมีคุณภาพตลอดไป 

Facebook Comments

Related post