Digiqole ad

วินัยพระ จากพระเจ้าอชาตศัตรู …

 วินัยพระ จากพระเจ้าอชาตศัตรู …
Social sharing

อินเดียโบราณแบ่งคนโดยการเกิดเป็น4ชนชั้น ได้แก่กษัตริย์ นักรบนักปกครอง พราหมณ์ นักการศึกษาราชบัณฑิตที่ปรึกษาของกษัตริย์ บางสมัยพราหมณ์ปฏิวัติโค่นล้มกษัตริย์เป็นกษัตริย์เสียเอง แพศย์ คือพ่อค้าวาณิชทั้งหลาย และศูทรชนชั้นสุดท้าย อีกทั้งมีจันฑาล มาจากพวกผ่าเหล่าสมรสข้ามชนชั้น

นักพรตนักบวช ไม่มีชนชั้น แบ่งแยกโดยหลักคำสอน เรียกว่า “สำนัก”ที่เสนอหลักการสร้างความเชื่อถือศรัทธาของศิษย์ ตามความในสามัญผลสูตร มีชื่อครูทั้ง6คราวเดียวกับพุทธกาล ที่พระเจ้าอชาตศัตรู โอรสพระเจ้าพิมพิสาร ได้เคยถามปัญหา มรรคผลเชิงประจักษ์ในคำสอนท่านเหล่านั้น มีท่านปูรณ กัสสปะ ท่านมัคคลิ โกศาละ ท่านอชิตะ เกสกัมพละ ท่านปกุธะ กัจจายนะ ท่านสณชัย เวลัทธบุตร ท่านนิครน นาถบุตร

คืนวันเพ็ญหนึ่ง พระองค์หันมาหาหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่า”สหายมีนักบวชสำนักไหนอีก จะตอบข้อสงสัยเรา(สามัญผลๆเชิงประจักษ์)ได้” หมอชีวกได้โอกาส ทูลว่าพระพุทธเจ้าไง อยู่ววัดอัมพวัน ที่ข้าพระพุทธเจ้าสร้างถวายไว้ ไม่ไกลจากที่นี่เอง พระเจ้าอชาตศัตรูรับคำทูลเสด็จ พอเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงเล่าเรื่องคำสอนของครูทั้ง6 ถวาย แล้วทูลถามว่า พระองค์สอนอย่างครูเหล่านั้นหรือ?

พระพุทธเจ้าตั้งคำถามให้พระเจ้าอชาตศัตรูตอบ เป็นต้นว่า เมื่อชาวนา พ่อค้าหรือเศรษฐีในพระราชอาณาจักรเคยประกอบอาชีพ ส่งรายได้แก่พระองค์ วันหนึ่งเขาโกนหัว ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ บำเพ็ญศีลภานา เลี้ยงชีพเพียงข้าวบิณบาตร ราชบุรุษนำเรื่องนี้ถวายรายงาน พระองค์ๆ จะให้เขากลับมาทำนา หรือมาประกอบอาชีพส่งบรรณาการถวายหรือ
พระเจ้าอชาตศัตรู กราบทูลว่า ไม่เลย มีแต่ว่าข้าพระองค์จะไหว้เขาเหล่านั้น
หมายความว่า นี่คือผลเชิงประจักษ์ประการที่หนึ่ง หรือสามัญผลประการแรก
มีพุทธวินิจฉัยคำถามพระเจ้าอชาตศัตรู เชิงประจักษ์ ทั้งจุลศีล มหาศีล จวบทั้งภาวนา เทียมได้กับธรรมจักร ทีเดียว สถาการณ์ยนั้น นับเป็นการเห็นพระพักตร์พระพุทธเจ้าเต็มๆ นับแต่ทรมานพระบิดาคือพระเจ้าพิมพิสาร พระสหายและอุบาสกพุทธองค์จนสิ้นพระชนม์

สามัญผลที่พุทธองค์แสดงนั้น บอกความเป็นพระเป็นสมณะ ด้วยระดับสำรวมในศีล ด้วยอาชีพพระคืออะไร และไม่ใช่อะไรบ้าง สามารถนำมาตรวจสอบ ในยุคสื่อดิจิตอลได้ อย่างเช่น ความเป็นพระคือเว้นขาดจากดิรัจฉานกถา พูดเรื่องพระราชาเรื่องโจร เรื่องกองทัพ เรื่องบุรุษสตรี เป็นต้น เว้นขาดจากเลี้ยงชีพด้วยดิรัจฉานวิชา ทายลักษณะแก้วมณี ฤกษ์เกิด ฤกษ์ยาตราทัพ เป็นต้น

พระเจ้าอชาตศัตรูนั้น เมื่อท่านได้ฟังสามัญผลสูตร ไม่อาจบรรลุคุณวิเศษคือธรรมชั้นใดๆ แต่ท่านได้คำตอบเพียงพอ จะวินิจฉัยว่า คุณประโยชน์ของพระรัตนไตยมีอยู่จริงเชิงประจักษ์ ตั้งแต่พระสงฆ์ อันคนธรรมดาเมื่อบวชมาอยู่สังคมนี้ พระองค์สามารถไหว้ได้ โดยพระสงฆ์มีมาตรฐานศีลเบื้องต้นพอ คุณสมบัติอันเป็น”ดิรัจฉาน”วิชา ท่านได้รับรู้ได้เห็นจากพระเทวทัตต์มาแล้ว ผลเชิงประจักษ์ที่พบพระพุทธเจ้าครั้งนั้น เป็นที่มาของการอุปถัมภ์สังคายนาพระธรรมวินัยครั้งแรกในพุทธศาสนา

ความยิ่งใหญ่ในการพบพระพุทธเจ้าของพระเจ้าอชาตศัตรู มาสู่การสังคายนาพระธรรมวินัย สืบพุทธศาสนาด้วยวินัยหรือศีลระดับต่างๆสำคัญยิ่ง เป็นปราการปกป้องพระศาสนา ทุกสมัย

Facebook Comments

Related post