Digiqole ad

วินทุกเว(ที)..Ways to Win EP 41 ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น ตั้งโจทย์ “นักร้อง+นักแสดง = กำไรยกกำลังอินฟินีตี้” (อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 409 ระหว่างวันที่ 8-14 ธ.ค.66)

 วินทุกเว(ที)..Ways to Win EP 41 ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น ตั้งโจทย์ “นักร้อง+นักแสดง = กำไรยกกำลังอินฟินีตี้” (อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 409 ระหว่างวันที่ 8-14 ธ.ค.66)
Social sharing
Digiqole ad

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 409 ระหว่างวันที่ 8-14 ธันวาคม 2566

หน้า 33 วินทุกเว(ที)..Ways to Win EP 41

เรื่อง : ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น

                                                                                    นักร้อง+นักแสดง = กำไรยกกำลังอินฟินีตี้

            ศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง (เริ่มปี 2544-ปัจจุบัน)

            เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว THE STAR (เริ่มปี 2546-ปัจจุบัน)

            ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย True Academy Fantasia-AF (เริ่มปี 2547-2558)

            เคพีเอ็น อวอร์ด KPN AWARD (เริ่มปี 2548-2559)

            เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ The Voice Thailand (เริ่มปี 2555-ปัจจุบัน)

           ไมค์ทองคำ (เริ่มปี 2557-ปัจจุบัน)

           The Golden Song เวทีเพลงเพราะ (เริ่มปี 2562-ปัจจุบัน)

           เพลงเอก” Best Song Contest (เริ่มปี 2563-ปัจจุบัน) ฯลฯ

ที่กล่าวมาข้างต้นนอกจากจะเป็นเวทีประกวดร้องเพลงในยุคนี้ที่มาตรฐานและสร้างนักร้องที่มีคุณภาพแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ได้แชมป์ เวทีเหล่านี้ยังได้สร้าง “นักแสดง” ที่มีชื่อเสียงประดับวงการบันเทิงไทยอีกด้วย มีทั้งพระเอก นางเอก นักแสดงตัวเด่น ๆ ที่เป็นที่รู้จักมากมาย ซึ่งอยากจะรู้ว่าใครมาจากเวทีอะไรให้ดูชื่อเวทีประกวดต่อท้ายชื่อเล่นของเขาและเธอ อาทิ กัน-โดม-ตั้ม เดอะสตาร์,นัท-ซานิ-ปอ เอเอฟ,อาร์ม-ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น,เก่ง เดอะ วอยซ์,จ่อย ไมค์ทองคำ,แอ๊ค The Golden Song และ ธัช เพลงเอก

           การที่เป็นนักร้องแล้วได้มาเป็นนักแสดง กับ การที่ได้เป็นนักแสดงแล้วได้มาเป็นนักร้อง หรือจำเป็นต้องเป็นนักร้อง ประเภทแรกดูเหมือนว่าจะมีภาษีเหนือกว่า โดยเพราะในยุคนี้เมื่อต้องขึ้นเวทีคอนเสิร์ตของสถานี อาทิ ช่อง 3HD จะมีเวที “คอนเสิร์ตทีวี3สัญจร” และ ช่อง 7HD กับเวที “คอนเสิร์ต7สีสัญจรออนทัวร์” ซึ่งจะมีการขนทัพนักแสดงของช่องไปร้องเพลงให้ความสุขแก่แฟนละครของช่อง

ด้วยความได้เปรียบกว่าจึงทำให้มีโอกาสทางการแสดงมากกว่า เพราะหนึ่งในสีสันของละครยุคนี้ที่สามารถเรียกเรตติ้งได้ดีคือ แนวละครเพลงทีวี โดยเฉพาะลูกทุ่งหมอลำ

มาดูรายละเอียดปลีกย่อยของความได้เปรียบเทียบหรือการมีต้นทุนที่ดีกว่า คือ

1.ใช้เสียงได้อย่างเหมาะสม : นักร้องจะมีเทคนิคในการโปรเจ็กต์เสียงได้อย่างหลากหลาย จะใช้ อาทิ เสียงหลบ falsetto, เสียงสูง head tone, เสียงกลาง mouth tone และ เสียงต่ำ chest tone ได้หมดถ้าสดชื่น นำมาประยุกต์กับการงานแสดงได้อย่างสบาย ๆ

2.สื่ออารมณ์ได้อย่างมีอรรถรสยิ่ง : ในการร้องเพลงก็เหมือนกับการแสดงละครสั้น ๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที นักร้องต้องสื่ออารมณ์เพลงให้ผู้ฟังผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมหรือคล้อยตามไปกับเพลงนั้น ๆ อาทิ อารมณ์สนุกสนาน อารมณ์เศร้า อารมณ์ที่ตกอยู่ห้วงแห่งความรัก เป็นต้น จึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเป็นนักแสดง

3.การใช้บล็อกกิ้งได้อย่างถูกต้อง : Blocking หมายถึง การเคลื่อนไหวผ่านที่ว่าง นักร้องจะสามารถจัดวางตำแหน่งของตัวเองระหว่างการร้องเพลงบนเวที  อีกทั้งเป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์เนื้อเพลง อารมณ์เพลงในขณะนั้นอีกด้วย จึงไม่ใช่เป็นเรื่องยากหากจะนำมาปรับใช้กับการแสดงละคร

 

4.นักร้องที่เป็นมากกว่านักร้องได้ : นักร้องในยุคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ร้องเพลงเพียงอย่างเดียว ให้นึกถึง “พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์” ที่เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” ไปแล้ว พี่เบิร์ดมีความครบเครื่องเป็นมากกว่านักร้องบนเวที หรือที่เราเรียกว่า เอนเตอร์เทนเนอร์” (Entertainer) ใช้ศิลปะในการพูดเชื่อมหรือคั่นระหว่างที่จะร้องเพลงต่อไป หรือทำอะไรสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่การร้องเพลง ไม่สร้างความน่าเบื่อ การเป็นนักแสดงก็เช่นกัน บางครั้งต้องออกงานอีเว้นต์โชว์ตัว จึงต้องควรต้องฝึกศิลปะการพูดเอาไว้ใช้

5.ก้าวต่อไปสู่งานอื่น : ข้อได้เปรียบของนักร้องที่มาเป็นนักแสดงอีกประการหนึ่งคือ นอกจากได้เป็นนักแสดงในจอแก้วหรือละครทีวีแล้ว ยังมีโอกาสก้าวสู่ละครเวทีแนว “เดอะ มิวสิคัล” อีกด้วย เพราะเป็นอีกสื่อบันเทิงหนึ่งที่ยังครองใจผู้ชม อย่างเช่น ละครเดอะมิวสิเคิลของซีเนริโอ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งเปิดการแสดงที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ จะเห็นได้ว่านักร้องอาชีพ (ที่เป็นนักแสดงด้วย) จะได้เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่จะได้เป็นพระเอกนางเอก หรือนักแสดงนำละครกันแทบทุกเรื่อง โดยไม่เกี่ยงเรื่องหน้าตา เพราะเวลาร้องเพลงจะดูหล่อดูสวยขึ้นมาในทันที นอกจากนี้ต่อยอดงานได้ร้องเพลงประกอบละครอีกด้วย

6.เจ้าตัวชื่นมื่นได้ฐานแฟนคลับสองเด้ง : ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศิลปินนักแสดงในยุคนี้ที่ดังได้ ก็เพราะมี “แฟนคลับ” หรือ FC” ( Fan Club) และใหญ่หน่อยก็คือว่า “ด้อม” (Kingdom)  คอยส่งเสริมและสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา หากคุณเป็นนักร้องด้วย และเป็นนักแสดงด้วย ก็จะได้ฐานแฟนคลับ 2 เด้งคือ แฟนคลับนักร้อง กับ แฟนคลับนักแสดง เรียกว่า มีแต่ได้กับได้ เพราะสินค้าและบริการต่าง ๆ เวลาจะหาพรีเซนเตอร์ก็จะพิจารณาจากฐานแฟนคลับด้วยว่า มากและแน่นขนาดไหนด้วย       

        

จึงไม่แปลกที่ใครจะเข้าสู่วงการบันเทิง หากร้องเพลงไม่เก่งหรือไม่เป็น ก็ต้องวิ่งหาครูสอนร้องเพลง ขนาดว่าช่อง/ต้นสังกัด/ค่ายละครยังต้องหาครูสอนร้องเพลงมาเทรนเลย เหมือนครูปิ่นเองก็เคยได้รับการติดต่อให้ไปสอนนักแสดงหลายคนทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก แม้แต่เวทีนางงามบางเวทีในสมัยนี้ยังต้องมีชาเล้นท์การประกวดร้องเพลงด้วยเลยครับ!

 ภาพ : อินเทอร์เน็ต

เรื่อง : ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น

เรียบเรียง : ดร.จุมพล โพธิสุวรรณ

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 409 ระหว่างวันที่ 8-14 ธันวาคม 2566

หน้า 33 วินทุกเว(ที)..Ways to Win EP 41

เรื่อง : ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น

นักร้อง+นักแสดง = กำไรยกกำลังอินฟินีตี้

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 409 ระหว่างวัยที่ 8-14 ธันวาคม 2566

https://book.bangkok-today.com/books/nlnh/index.html#p=33
(สามารถพลิกอ่านได้เหมือนหนังสือปกติ)

Facebook Comments

Related post