Digiqole ad

วัดป่าเลไลยก์

 วัดป่าเลไลยก์
Social sharing
Digiqole ad

ถึงวันเข้าพรรษาปี 2566 นี้ นับย้อนไปพรรษาที่ 10 เมื่อพระพุทธเจ้าเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นช่วงมีพระมีจำนวนมาก ปัญหาก็มากด้วย สมัยนั้นมีการบัญญัติพระวินัย หรือศีลของพระแล้ว มีสำนักศึกษา เพื่อทรงจำพระวินัยและธรรมะ จำแบบท่องจำมุขปาฐะแล้ว เช่นกัน
วินัยคือ กฎระเบียบสำหรับพระต้องปฏิบัติ ล่วงละเมิดเป็นอาบัติ หนักเบาชัดเจน เหมือนกับกฎหมายบ้านเมือง ต่างแต่ว่า วินัยเมื่อมีการกระทำผิดเป็นที่ปรากฏแล้ว พระพุทธเจ้าท่านจึงจะทรงบัญญัติวินัย กฎหมายบัญญัติแม้ความผิดยังไม่ปรากฏ เรียกว่าเขียนห้ามเอาไว้แล้ว แถมหลักทั่วไปของกฎหมาย ใครจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
กฎหมายก็ตาม วินัยสงฆ์ ก็ดี พระจะทำผิด คนจะหาช่องเลี่ยงกฎหมาย มีมาทุกยุคสมัย
วัดป่าเลไลยก์ ความหมายนี้ จะบอกว่า ไม่มีความเห็นทางวินัยครั้งใด สร้างความเดือดร้อนแก่พระพุทธเจ้า สร้างความแตกแยกความคิดความเห็น ของมนุษย์ เทวดา กระทั่งพรหม เท่ากับเรื่องพระเมืองโกสัมพี จนพระพุทธเจ้า ต้องเสด็จเข้าป่า จำพรรษาที่10 ให้ช้างและลิงอุปัฏฐาก ณ ป่าปาลิไลยกะ
ความแตกแยกเริ่มเรื่องจากถาน(ที่อุจาระ-ในวัด) เรื่องขี้ๆ นี่แหละ
จากอรรถกถาขุทกะนิกาย ธรรมบทยมกวรรคที่ ๑ ท่านว่า ภิกษุชาวโกสัมพี 2 ฝ่าย อุปัชฌายะ พระธรรมธร (จดจำพระธรรมได้ทั้งหมด) รูปหนึ่ง มีภิกษุบริวาร 500 รูป หัวหน้าอุปัชฌายะพระวินัยธร(จำพระวินัยได้ทั้งหมด) มีบริวาร 500 รูป พอกัน เช้าวันหนึ่งอุปัชฌายะพระธรรมธรไปถาน ไปเข้าห้องน้ำถ่ายหนักนั่นแหละ ทิ้งน้ำเหลือในภาชนะ แล้วท่านก็ออกมา เผอิญอุปัชฌายะพระวินัยธร เข้าห้องน้ำถัดมา เห็นภาชนะมีน้ำนั่นเข้า จึงถามพระธรรมธรว่า ท่านเหลือน้ำไว้หรือ ฝ่ายพระธรรมธรตอบว่า ขอรับผมทำ
พระวินัยธรไล่เลียงว่า ท่านไม่รู้ว่าเป็นอาบัติหรือ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่รู้ และขอบอกคืนอาบัติ คือปลงอาบัติ แต่พระวินัยธรกลับบอกว่า เมื่อไม่เจตนาก็ไม่เป็นอาบัติ
ไม่แค่นั้น พระวินัยธรกลับไปบอกลูกศิษย์ ในเรื่องที่เกิดขึ้น เหมือนบอกว่าหัวหน้าพระธรรมธรไม่รู้อาบัติ บรรดาศิษย์โพนทนาแก่ลูกศิษย์พระธรรมธรว่า อาจารย์พวกท่านไม่รู้วินัย ฝ่ายอาจารย์พระธรรมธรบอกลูกศิษย์ว่า อาจารย์วินัยธรนั่นแหละ บอกเองว่า ไม่มีเจตนาไม่เป็นอาบัติ
ดูคล้ายๆ กับรัฐสภาบางประเทศเสียจริงๆ
ครั้งนั้น สงฆ์แตกความเห็นกัน อุบาสกอุบาสิกา เทวดา พรหมแตกความเห็นเป็นฝักฝ่าย พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้สามัคคีกัน ยกอุปมานิทานเรื่องนางนกไส้สู้กับช้างพาล ไม่ฟังกันเลย ยังบังอาจทูลพระองค์ว่า “ขอพระพุทธเจ้าสำราญพระองค์เถิด พวกข้าพระพุทธเจ้าจะแตกแยกทะเลาะอย่างนี้”
ท้ายที่สุด พุทธองค์พระองค์เดียว จาริกไปจำพรรษาที่ป่า ชื่อว่าปาลิไลยกะ นัยว่าป่านั้นช้างโพธิสัตว์ เป็นนายโขลงช้างที่ป่านั้น ได้มาอุปัฏฐาก พร้อมสหายลิงตัวหนึ่ง เราชาวพุทธ จึงได้เห็นพระพุทธรูป มีพระพุทธเจ้า มีลิงถวายรังผึ้ง ทั้งมีช้างหมอบอุปัฏฐากอยู่
สามัคคีเภท หรือความแตกแยกความคิดเห็น แม้พระสงฆ์ต่อหน้าพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าเทศน์โปรดให้สามมัคคีแท้ๆ ยังไม่ยอมเชื่อ
กระทั่งชาวบ้านไม่ใส่บาตร และพูดว่าพระพุทธยังเดือดร้อนเพราะพระพวกนี้ เถียงกันดีนัก อดตายกันเสียเถอะ รับอาหารลมไปก่อน จนกว่าพระพุทธเจ้าจะกลับมา!
สำหรับพรรษา 2566 นี้ ภายใน 3 เดือน นิมนต์พระเทศน์โปรดโยมๆ เรื่องสามัคคีเถอะ ทุกบ้านทุกตำบล มุ่งผลแผ่กุศลแก่รัฐสภาไทย เผื่อว่าไม่เกิน 10 เดือน ประเทศจะมีความสามัคคี มีรัฐบาลใหม่ สักที..

Facebook Comments

Related post