Digiqole ad

‘วริศ’ เรือยอร์ช ธุรกิจที่ยังโตต่อเนื่อง 

 ‘วริศ’ เรือยอร์ช ธุรกิจที่ยังโตต่อเนื่อง 
Social sharing
Digiqole ad

ในช่วงปี 2565 และปีก่อนหน้า หลายธุรกิจอาจล้มคว่ำขมำหงาย อีกหลายธุรกิจอยู่ในภาวการณ์ตัดสินใจ หรือ จะสู้ต่อ ขณะที่อีกบางธุรกิจอาจเริ่มฟื้นตัว แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีอยู่หนึ่งธุรกิจ ที่ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะต้องเจอกับมรสุม หรือ วิกฤตการณ์โควิด-19 อย่างหนักหน่วงเพียงใด ธุรกิจที่ว่านั้น ก็ยังยืนหยัด และเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

ธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ไม่ใช่ธุรกิจอะไรที่ไหนเลย แต่เป็น ธุรกิจการจัดจำหน่ายเรือยนต์ อย่างเรือ ยอร์ชขนาดกลางถึง ใหญ่ รวมถึง เครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้องกับเรือ และแอสเซสเซอรี่ อื่นๆ ซึ่งเหตุผล ที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้นั้นบางกอกทูเดย์ได้พูดคุยกับ เจ้าของธุรกิจเรือตัวจริง อย่าง คุณวริศ ยงสกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่ม แห่งบริษัท โบ๊ท ลากูน ยอช์ตติ้ง (Boat Lagoon Yachting) ที่จะมาเปิดเผยเหตุผลว่า ทำไม ธุรกิจเรือจึงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องชะลอตัวลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา 

อานิสงส์ จากสถานการ์โควิด

คุณวริศ ยงสกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของ โบ๊ท ลากูน ยอช์ตติ้ง เล่าให้ฟังว่า เหตุผลแรกเลย ที่ทำให้ธุรกิจเรือ ยังเดินหน้าและเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น เกิดจากไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปลูกค้าของเรา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ ที่ต้องการใช้เรือเพื่อต่อยอดทางด้านธุรกิจ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้า ที่เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการทำงาน และการดำเนินชีวิต ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เอง ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญ กับการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว รวมไปถึง การให้เวลาพักผ่อนกับตัวเอง และครอบครัวมากขึ้น 

กรรมการผู้จัดการกลุ่ม โบ๊ทลากูน ยอช์ตติ้ง กล่าวด้วยว่า ยิ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดรุนแรง ทำให้หลายประเทศต้องปิดประเทศ และห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทย ที่มีการล็อกดาวน์ประเทศอยู่ช่วงหนึ่ง ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ เริ่มหันมาให้ความสำคัญ ในเรื่องของการการดูแลสุขภาพ และการใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ เพื่อการพักผ่อนในเมื่อไม่สามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศได้ เรือ จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะพากลุ่มคนเหล่านี้พร้อมกับครอบครัว ออกไปพักผ่อนตามเกาะ หรือ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย 

ผมถือว่า ธุรกิจเรือยอร์ชทั่วโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เดียว ที่ได้รับอานิสงส์ จากสถานการณ์โควิดอย่างมาก ทำให้ยอดการซื้อขายเรือทั่วโลก เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 2-3 เท่าตัว ขณะที่ประเทศไทยของเรา ก็มีการซื้อขายเรือเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ในเรือทุกๆ ขนาดก็ว่าได้ครับ 

ยอดสั่งซื้อเรือทั่วโลกเพิ่ม

คุณวริศ เล่าด้วยว่า ที่โบ๊ทลากูน ซึ่งมีเรือยอร์ชหรู ขนาด 50-100 ฟุต ก็เรียกว่า มียอดสั่งซื้อเข้ามาเกินกว่าทีคาดไว้เรามียอดซื้อขายเรือในช่วงปีก่อนหน้า มากกว่า 90% ก็ว่าได้ ซึ่งมีทั้งแบบที่เป็นเรือใหม่ หรือ เรือมือหนึ่ง รวมไปถึง เรือมือสอง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของเรา จะเป็นคนที่ชอบเล่นเรือยอร์ชอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไร เขาก็ยังคงชอบเล่น และการท่องเที่ยวด้วยการแล่นเรืออยู่เสมอแต่ในขณะเดียวกัน ลูกค้าบางกลุ่ม ที่ยังคงมีความวิตกกังวล ในเรื่องของเศรษฐกิจอยู่ ก็อาจจะมีการชะลอตัวในเรื่องของการซื้อเรือไปบ้างเหมือนกัน 

เปลี่ยนมุมท่องเที่ยว

นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยว ทางน้ำ ในประเทศไทย ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ซึ่งทางด้าน คุณวริศ ก็เล่าให้ฟังด้วยว่า นอกจากไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า ที่หันมาแล่นเรือเพิ่มมากขึ้นแล้ว สถานที่ในการแล่นเรือ หรือ ล่องเรือก็มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยเหมือนกันแต่เดิม เรามักจะเห็นคนไปล่องเรืออยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นส่วนใหญ่ จะว่าไปก็น่าจะราวๆ 70% เห็นจะได้ แต่พอมาวันนี้ พัทยา ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หลายคน หันไปท่องเที่ยวทางน้ำมากขึ้นเช่นกัน หรือ บางกลุ่ม ก็ขอบล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเหมือนกัน ซึ่งในส่วนหลังนี้ จะมีทั้งแบบซื้อเรือไปแล่นเอง หรือ บ้างก็ซื้อเรือไปปล่อยเช่าถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว

ต้องเรียนว่า ธุรกิจเรือในวันนี้ มีศักยภาพ และกำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะความต้องการใช้เรือที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึง มีความรวดเร็วที่มากกว่าเดิม และในฐานะที่เราเอง เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรืออยู่แล้ว จึงพยายามจัดหา เรือ ให้ตรงตามโจทย์อย่างที่ลูกค้าต้องการให้มากที่สุดคุณวริศกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ เรื่อของงานบริการหลังการขาย ก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญ และเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน เมื่อความต้องการใช้เรือมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต 

ธุรกิจท่าเรือเติบโตตาม

ท่าเรือ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญ ที่ทางโบ๊ทลากูน เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูง ที่จะเติบโตด้วยเช่นกันประเทศไทยของเรามีบริการท่าจอดเรือเยอะมาก ซึ่งอาจเรียกว่า เป็นประเทศที่มีท่าจอดเรือเยอะกว่าหลายๆ ประเทศ ซึ่งในอนาคต ผมเชื่อว่า หากธุรกิจเรือ มีการเติบโต และมียอดสั่งซื้อมากขึ้น ธุรกิจท่าจอดเรือ ก็จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นตามมาด้วยเหมือนกัน 

กระนั้นก็ตาม คุณวริศ ยังคาดหวังด้วยว่า ธุรกิจเรือ จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่จะมาผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้เติบโตขึ้น รวมไปถึง ยังจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่จะมาเสริมสร้างความสุขให้กับทุกครอบครัว ในอนาคตในเร็วๆ นี้ เราจะมีบริการ และโปรดักซ์ใหม่ๆ เข้ามา เพื่อให้ลูกค้าของเรา ได้ใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ อย่างมีความสุขที่สุด 

Facebook Comments

Related post