Digiqole ad

‘ลภัสรดา’เปิดหุ้น “IPO” สู่การเป็น Surgery Hub

 ‘ลภัสรดา’เปิดหุ้น “IPO” สู่การเป็น Surgery Hub
Social sharing
Digiqole ad

หลังจากโรดโชว์หุ้น MASTER มาระยะหนึ่งช่วงปลายปีที่แล้ว ก่อนเปิดให้มีการจองซื้อหุ้น IPO เมื่อช่วงกลางเดือน มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ผู้นำด้านศัลยกรรมความงามของเมืองไทย ก็ได้ลั่นระฆังเทรดตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) อย่างเป็นทางการแล้ว 

สำหรับราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO)  ของ MASTER จำนวน 65 ล้านหุ้น มีราคาอยู่ที่หุ้นละ 46 บาท ซึ่งเชื่อว่า จะทำให้เกิดการระดมทุน เพื่อนำไปสู่การต่อยอดสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของ มาสเตอร์ สไตล์ ได้ในระยะยาว โดยทางด้าน ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ ว่า การเปิด IPO ของ บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดมาจาก แพสชั่น ของคุณหมอเสนพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) 

ขยายสู่ความสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เราเปิดคลินิกใหม่ๆ ที่สยามสแควร์ เมื่อประมาณ 9 ปีก่อน เรามีพนักงานเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น และหลังจากดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน ทางคุณหมอเสก็เรียกพนักงานทุกคนมานั่งคุยกัน พร้อมกับบอกว่า เราจะนำธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยท่านมองเห็นถึงภาพในอนาคตของธุรกิจ ที่จะทำให้เกิดความยั่งยืน และความมั่นคง ไม่เพียงเฉพาะแค่ธุรกิจ แต่ยังสร้างความมั่นคงให้กับทุกคนในองค์กรด้วย 

ในช่วงแรกของการตัดสินใจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารยอมรับว่า คุณหมอเสท่านไม่ได้บอกหรอกว่า เมื่อเราเข้าไปอยู่ใน IPO แล้ว จะต้องเป็นอะไรบ้าง แค่รู้ว่า ขั้นตอนทุกอย่างอาจจะค่อนข้างยาก แต่ท่านก็ให้ความมั่นใจว่า สามารถทำได้แน่นอน ตอนนั้นเรามองในเรื่องของระบบมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ในขณะที่ตัวของคุณหมอเสเอง ท่านก็มีโนว์ฮาว และความรู้ใหม่ๆ มากมาย ที่ท่านอยากให้ทุกคนนำไปใช้ และอยากกระจายองค์ความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ กระจายออกไปให้มากที่สุด โดยแนวคิดของคุณหมอเสก็คล้ายๆ กับกลุ่มซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) นั่นเอง 

แผนจัดการด้านธุรกิจ

ไม่เพียงแค่นั้น การเข้า IPO ครั้งนี้ของเรายังเรียกได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานด้านธุรกิจ ที่เรากำลังเตรียมพร้อมในการขยายห้องผ่าตัด จาก 7 ห้อง เป็น 17 ห้อง และเพิ่มเตียง จาก 8 เตียง เป็น 12 เตียง ที่เชื่อว่าน่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ราวไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ตอนนี้หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า เรามีเพดานอยู่ที่ 93 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเราขยายได้อีกเท่าตัว จะทำให้ยอดรายได้ขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วยซึ่งทางรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ บอกด้วยว่าการเพิ่มห้องผ่าตัดให้มากขึ้น จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้แพทย์สามารถทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องรอคิวใช้ห้องผ่าตัด ขณะเดียวกันก็ยังช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวเข้ารับการผ่าตัดของคนไข้ ทำให้เกิดความรวดเร็ว และสามารถดูแลคนไข้ได้หลายคน ซึ่งนั่นจะทำให้ยอดการเข้าใช้บริการในโรงพยาบาลมีเพิ่มมากขึ้น และทำให้ยอดรายได้ของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

จุดเด่นที่เปรียบเสมือนบิลบอร์ด 

สำหรับจุดเด่นของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ย้ำอย่างหนักแน่นว่า ก็ต้องเป็นเรื่องของหัตถการอยู่แล้วโดยหัตถการที่โดดเด่น และเรียกว่าเป็น แชมเปี้ยนที่สุดของเราก็คงจะเป็น การทำศัลยกรรมจมูก ซึ่งเรามีความแตกต่างจากที่อื่น ตรงที่การทำศัลยกรรมจมูกในสไตล์ของมาสเตอร์พีช จะเป็นการปรับโครงสร้างของจมูกอย่างเต็มรูปแบบ ที่ได้สัดส่วน และเข้ากับรูปหน้า และหากจะดูไปถึงเรื่องของสัดส่วนรายได้ทั้งหมดของโรงพยาบาล ยอดรายได้จากการทำศัลยกรรมจมูกของเรา พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ค่ะ 

               นอกจากเรื่องของการทำศัลยกรรมจมูก ซึ่งเป็นที่เลื่องลือแล้ว การทำศัลยกรรมยกหางตา “Foxy Eyes” ก็เป็นอีกหนึ่งโปรดักต์สำคัญของทางโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเรียกว่า โปรดักต์แชมเปี้ยนที่สร้างชื่อให้กับโรงพยาบาลของเรา จะเป็นเรื่องของการทำหัตถการบนใบหน้าแทบทั้งสิ้น เพราะเราเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ผลงานที่เราทำให้กับลูกค้า เป็นเสมือนบิลบอร์ดที่ออกไปให้สังคมได้เห็น ซึ่งหากเราทำดีมากเท่าไร จำนวนผลลัพธ์ที่ออกไป ก็จะยิ่งทำให้เกิด Word of Mouth หรือ การพูดปากต่อปากก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย 

นักปั้นผลงานชิ้นเอก ในนาม “Masterpiece”

               แต่ก่อน ถ้าเราพูดถึงเรื่องของการทำศัลยกรรม เรามักจะมองว่า หากจะทำศัลยกรรมอะไร ก็ต้องไปคลินิกนี้ แต่หากจ่ายแพงหน่อย ก็ต้องไปโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชของเรา ในวันนี้เราสามารถทำได้ทุกราคา ขึ้นอยู่กับหัตถการแต่ละประเภท โดยเรามีราคาตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักล้านบาทก็มี ซึ่งแพทย์ทุกคนของเรา เปรียบเสมือนนักจิตรกรชั้นเยี่ยม ที่จะสร้างและออกแบบให้ลูกค้าออกมาสวยและหล่อสมดังใจ 

               รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ยังบอกด้วยว่า หากเปรียบไปแล้ว โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชก็คล้ายค่ายนักแสดง หรือ ดารา ค่ายหนึ่ง ที่มีแบบแผน และระบบการจัดสรรในการปั้นศิลปิน หรือดาราแต่ละคนให้ออกมาดูสวย ดูหล่อ โดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละคนมาใช้ 

               เรามองไปที่เรื่องของความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนเป็นหลัก เพราะความต้องการเหล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้มนุษย์มีความมั่นใจ และความมั่นคงมากขึ้น  รวมถึงการเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ดังนั้น เมื่อเราสามารถตอบโจทย์ในเรื่องความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ได้ตรงจุด ก็จะทำให้ทุกอย่างออกมาดี และเกิดความยั่งยืนต่อไป 

หุ้นเปิดขายวันแรก ดีดตัวแรง 

               พูดคุยกันมาถึงตรงนี้ ก็ต้องถามกลับไปที่ ตัวหุ้น MASTER อีกครั้งว่า หลังจากที่เปิดการเทรดในวันแรก แนวโน้มของราคาหุ้นมีทิศทางเป็นอย่างไร ซึ่งทางด้านรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฯ กล่าวอย่างมั่นใจว่า หลังจากที่มีการลั่นระฆังเปิดการซื้อขายวันแรก ก็เรียกว่ามีแนวโน้มที่ดีเกินคาดเลยทีเดียวโดยหลังจากที่เปิดตลาดวันแรก ราคาหุ้นก็ดีดตัวเพิ่มขึ้น โดยในการซื้อขายระหว่างวัน ราคาพุ่งขึ้นมาที่ราคา 63 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก ซึ่งเรามองว่านั่นเป็นกระแสตอบรับที่ดี ส่วนราคาหุ้นจะไต่ระดับขึ้นไปอีกเท่าไรนั้น คงต้องไปรอดูกันตอนประกาศผลประกอบการในช่วงปลายปีนี้อีกที ซึ่งคิดว่าน่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์อีกแน่นอน เพราะเมื่อดูจากผลประกอบการของเราในแต่ละปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจ เรามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา 

ภาพอนาคต “Surgery Hub”

               อย่างไรก็ดี สำหรับภาพในอนาคตของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ทางรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ อยากให้ภาพในอนาคตของโรงพยาบาลเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของการทำศัลยกรรมเรามองตัวเองว่า เราจะเป็น Surgery Hub ที่ไม่เพียงมีความหมายว่า การเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมแบบครบวงจรเท่านั้น แต่ยังเรียกว่า มาที่โรงพยาบาลเราจะได้รับบริการครบและจบในที่เดียว ซึ่งวันนี้ลูกค้าต่างประเทศหลายคน เมื่อเห็นผลงานของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชก็บินตรงมาหาเราที่นี่ เราเลยมองตัวเองเป็นแบบนั้นส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของมาสเตอร์พีชในสมัยก่อน เราอาจจะมองไปที่กลุ่มคนทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปี แต่วันนี้เรามีลูกค้าหลากหลายวัย ตั้งแต่อายุ 18-75 ปี ซึ่งถือว่าเป็นฐานลูกค้าที่กว้าง และกำลังขยายขอบเขตออกไปมากขึ้น 

               ผู้บริหารมาสเตอร์ สไตล์ ยังย้ำเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่ทางโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช จะขยายห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปักหมุดไว้ว่า น่าจะเสร็จราวเดือนพฤษภาคมปีนี้ จะกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้อัตราการเติบโตของธุรกิจมากขึ้นถึงปีละ 40 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและนักลงทุน เข้าถึงธุรกิจของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชได้อย่างสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

Facebook Comments

Related post