Digiqole ad

รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้านโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตให้สำเร็จ

 รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้านโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตให้สำเร็จ
Social sharing
Digiqole ad
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวที่รัฐสภา ยืนยันรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะเดินหน้านโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตตามที่ได้ประกาศไว้กับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จ โดยหวังที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศครั้งใหญ่ แต่เมื่อปรากฎข้อมูลผ่านสื่อถึงความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงจำเป็นที่จะต้องรับฟังและนำมาพิจารณาโดยละเอียด จึงมีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตออกไป เพื่อรอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งหนังสือข้อคิดเห็นดังกล่าวมามยังรัฐบาลอย่างเป็นทางการและนำมาพิจารณาเพื่อเดินหน้าโครงการตามกรอบของกฎหมายและจะต้องดำเนินการให้สำเร็จในที่สุด
.
1. คณะกรรมการเลื่อนประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จำเป็นต้องเลื่อนการประชุมออกไป เพราะได้มีเอกสารข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก เบื้องต้นจึงเลื่อนการประชุมออกไปก่อนเพื่อรอให้เอกสารของ ป.ป.ช.มาถึง เพื่อจะได้มีการพิจารณาใน 2 เรื่องพร้อมกัน คือ ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. และ คำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพื่อจะได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการต่อไป
.
2. หลังจากนั้นนะครับก็มีการแถลงข่าวโดยสมาชิกวุฒิสภา ที่หยิบยกเอาเรื่องหนังสือของ ป.ป.ช. มากล่าวถึง ซึ่งเมื่อพิจารณาในรายละเอียด ก็มีความชัดเจนว่าคัดค้านแนวทางการเดินหน้านโยบายของรัฐบาล เราก็รับฟังและนำมาพิจารณาประกอบ
.
3. เอกสารต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้างกันถึงต่างๆ ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเอกสารที่เป็นทางการหรือไม่ แต่จากข่าวสารที่ปรากฎออกมาก็ได้ยินว่า ป.ป.ช.มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อติดตามในเรื่องของดิจิทัลวอลเล็ต โดยมีนางสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน ซึ่งเราก็พร้อมรับฟังและเฝ้ารอความชัดเจนในการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะส่งหนังสือนี้มายังรัฐบาล
.
4. รัฐบาลมีหน้าที่รับฟังทุกภาคส่วน ไม่ว่าประชาชนหรือหน่วยงานใดมีข้อคิดเห็น รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายฯ ก็มีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นอย่างหลากหลายและนำไปปฏิบัติตามเพื่อให้สู่กรอบกฎหมายให้ได้ แต่อยากจะให้ทุกฝ่ายได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี และเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันและสามารถเดินหน้าได้ เป็นวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลคาดหวัง
.
5. หากมีหนังสือของ ป.ป.ช. มาตามและเนื้อหาตามที่ปรากฎออกมาเป็นจริงก็จะค่อนข้างชัดเจนว่ามีการวางธงไว้ชัดเจนที่โครงการนี้จะเดินหน้าไม่ได้ แม้ว่านโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตจะเป็นนโยบายที่ได้รับการรับรองจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง และรัฐบาลได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วก็ตาม แต่ก็มีบางกลุ่มบางองค์กร อาทิ ป.ป.ช. หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งอาจจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำ อาจจะยังมองไม่เห็นวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลกำลังบอกอยู่
.
6. วิกฤตขณะนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่วิกฤตของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ไม่ใช่วิกฤตทางเศรษฐกิจที่เป็นเรื่องของโครงสร้างทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่กลายเป็นวิกฤตการเห็นอกเห็นใจกับพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ Democracy without Empathy ทุนนิยมที่ไม่มีหัวใจที่จะไปเข้าใจถึงผู้ที่เดือดร้อน แสดงให้เห็นมาตลอดว่าล้มเหลว วันนี้ต้องเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อไปพบพี่น้องประชาชนและได้เห็นถึงความเดือดร้อน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รัฐบาลไม่ได้มองเศรษฐศาสตร์เป็นเพียงแค่หนังสือแบบเรียน แต่เรามองเศรษฐศาสตร์ในมิติของความเป็นจริง ในมิติของชีวิตพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน
.
7. วันนี้หากดูที่กรอบเวลาที่เคยประกาศไว้อาจไม่จะทันในเดือนพฤษภาคม แต่รัฐบาลยืนยันว่าเราจะต้องเดินหน้านโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตต่อไป ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถยืนยันกรอบเวลาในเดือนพฤษภาคมตามที่ได้เคยได้แถลงมาได้ เพราะเมื่อดูจากข้อคิดเห็นจากสิ่งที่ปรากฎออกมาต่างๆ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ก็คงต้องรอให้ทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งหนังสือมาอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็ต้องเชิญคณะกรรมการนโยบายฯ ประชุมเพื่อที่จะนำเอาความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการกฤษฎีกา มาพิจารณาในคราวเดียวกัน แล้วจึงจะได้เริ่มกระบวนการในการที่จะรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมและทำความเข้าใจกับหน่วยงานและองค์กรใดๆ ที่ยังไม่เห็นถึงเจตนาดีที่รัฐบาลพยายามจะทำและยังมองไม่เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อเดินหน้านโยบายนี้ให้ได้ในที่สุด
.
8. รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นอนุบาลทางการเมือง เราเห็นอยู่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร สิ่งที่พยายามที่จะทำคืออะไร แต่เรามีหน้าที่ในการที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ได้รับความยอมรับจากทุกภาคส่วนและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายึดเป็นธงหลักและจะต้องทำให้สำเร็จ
ที่มา : เพจพรรคเพื่อไทย
Facebook Comments

Related post