Digiqole ad

“รัก”ที่กรอกหู..ไม่สู้เท่า “การเสียสละ”

 “รัก”ที่กรอกหู..ไม่สู้เท่า “การเสียสละ”

เพราะยึดมั่นในรัก อุปสรรคจึงบานตะเกียง

“รัก” ให้น้อยๆ หน่อย..เพราะการรัก “แค่ปาก” สร้างอุปสรรคทำให้-ทุกอย่างเดี้ยง

อย่าเอาการ “รักตำแหน่ง” เที่ยวไปถ่ายทอด สู่เด็กรุ่นเหลน รุ่นโหลน ให้มากนักเลย

Advertisement

จงเป็นผู้ที่ “รู้จักเสียสละ” เสียบ้าง..เมื่อรู้ “บริหารจัดการไม่ได้” สมควรต้องลาออกไป..ไม่มียุคไหนที่มีคน “ไล่กันสนั่นประเทศ”..จงเลิกที่จะ “รักตัวเองเสียที” เสียสละให้คนมีความสามารถ เข้ามาควบคุมกลไกบ้างเถิดนะ

คำว่ารักที่ “พล.อ.ประยุทธ์” กรอกหู..ไม่สู้เท่ากับการ “เสียสละ”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“กล้าคุยกับเด็กอนุบาลกลางทำเนียบได้”

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ทำไมถึงไม่ “ทอดสะพาน” สานไมตรี กับ “ทนายอานนท์-เพนกวิน-ไมค์-เบญจา” ฯลฯ เป็นการผูกสัมพันธ์  ดับปัญหาให้ทุกอย่างมอดลง-ไม่ให้ลุกไหม้

อยากทำตัวเป็น “ลุง” มีความโอบอ้อมอารี กับ “เด็กอนุบาล” วัยไม่กี่ขวบ..แต่ใช้อำนาจความเป็น “ทหารเฒ่า” ดำเนินคดี “นิสิต-นักศึกษา” ผู้เรียนมหาวิทยาลัย กันอย่างเด็ดขาด

ใช้ “วันเด็ก” เพียงวันเดียว..ลบภาพ “ฉุนเฉียว” ฉุนจัด โกรธง่าย โกรธเร็ว คงลบล้างให้หมดไปคงยาก?..ถ้าคิดว่า เป็น “พลเอก” ที่พร้อมจะเป็น “ลุงใจดี” ควรเปิดทำเนียบฯ ถกปัญหากับ “เยาวรุ่นที่เห็นต่าง”บ้างก็ดี

นำเด็กอนุบาลสอนแก้ปัญหา..ทำไม “ไม่กล้า” คุยกับ “นิสิต-นักศึกษา” ล่ะพี่

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“งดประชุมสภาฯแล้วโควิดจะพ้นวิกฤตหรือไร”

ยิ่งมีปัญหามาก “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรใช้ “เวทีสภาฯ” แก้ปัญหาของชาติ เพื่อไม่ให้ลุกลาม-บานปลาย

ทุกครั้งที่ “โควิด” แพร่ระบาด ต้องสั่ง “ยกเลิกการประชุมสภาฯ” กันอยู่ร่ำไป..เมื่องด หยุด ละ หรือ เว้น ที่จะไม่ประชุมกันแล้ว “โควิด” ควบคุมกันได้หรือ??

ปัญหาของชาติมันแซงหน้า ทิ้งโค้งนำหน้า การแก้ปัญหาของ “ระบอบประยุทธ์” ไปแล้วทุกสิ่ง..ถ้า “สภาฯ” ต้องงดประชุม ..ปัญหาปากท้องประชาชน ที่สินค้าขึ้นทั่วหน้าทั้งแผ่นดิน เพราะ “หมูแพง-น้ำมันแพง” จะแก้อย่างไร

สภาฯต้องเป็น “หัวหอก” ..เพื่อประชุม “หาทางออก” ให้กับประเทศไทย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“บดขยี้ราวีกันไม่เหลือน้ำใจ”

สิ่งที่เห็น การเลือกซ่อม ที่ “ชุมพรและสงขลา” สู้กันอย่าง-เอาเป็นเอาตาย

อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เขาบอก..เพราะถ้า “ประชาธิปัตย์” และ “พลังประชารัฐ” ขับเคี่ยวกัน เพื่อให้ดับกันไปข้างหนึ่งนั้น

ป่านนี้,กระทบกระทั่งไปถึง “สถานภาพของระบอบประยุทธ์” กันแล้ว..ที่เห็นล้วนเป็น “ดราม่า” การแสดงอารมณ์ ที่ไม่ได้อยู่กับความเป็นจริง..เพราะ “ประชาธิปัตย์” กับ “พลังประชารัฐ” เป็น “คู่แฝด”ที่แยกกันไม่ได้

๒ พรรคมีแต่ต้องกอดคอ..หัน “ร่วมหอลงโรง” เป็นรัฐบาลกับพรรคอื่น เขาเมิน-หน้าให้

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เก็บภาษีต้องมาจากความเชื่อมั่นของการลงทุน”

มีธุรกิจใหม่ ๆ ก็จะตามเก็บ “ภาษีคริปโทเคอร์เรนซี” แบบจัดเก็บกัน อย่างระเนระนาดกันเชียว-นะคุณ

ทุกประเทศ เขาจะเก็บ “ภาษีคริปโท” ในส่วนที่ได้กำไร..แต่ทว่า “รัฐบาลประยุทธ์” เหมือน “จนตรอก” เก็บภาษีกันทุกช่องทาง

จึงรวบยอด “ทั้งหัวและหาง” ที่จะเก็บภาษีคริปโท ทั้งจาก “ส่วนที่มีกำไร”..และหากใคร “เจ๊งกันบานบุรี” ก็จะเก็บภาษีกันด้วย..ซึ่งเป็นหนทางที่ผิดอย่างสูง เพราะทุกประเทศเขาสนับสนุนการค้าคริปโท ที่ขาดทุนเขาก็ไม่เก็บ

ขาดทุนแล้วยังรีด.. “ขาดหัวคิด” ฟังแล้วทั้งจี๊ด-ทั้งเจ็บ

“กะพรุนไฟ”

๙ มกราคม ๒๕๖๕

Advertisement
Facebook Comments

Related post