Digiqole ad

รอยัล เอ็นฟีลด์ ประกาศแผนขยายตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของประเทศไทย

 รอยัล เอ็นฟีลด์ ประกาศแผนขยายตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของประเทศไทย
  • รอยัล เอ็นฟีลด์เป็นอันดับ 4 ในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของประเทศไทย (เดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564) มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 7% ทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รอยัล เอ็นฟีลด์ มากกว่า 10,000 ราย รวมถึงมีตัวแทนจำหน่ายที่มีสินค้า และบริการครบครันทั่วประเทศมากกว่า 30 ราย
  • เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รถจักรยานยนต์รอยัล เอ็นฟีลด์ถึง 3 รุ่น ได้รับรางวัล BIKE OF THE YEAR 2022 อันทรงเกียรติ ได้แก่ Classic 350(“Best Modern Classic Light Weight”) Meteor (“Best Modern Classic over 250cc”) และ Himalayan (“Best Touring Lightweight” เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน)
  • Advertisement

รอยัล เอ็นฟีลด์ แบรนด์รถจักรยานยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งยังดำเนินการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง และผู้นำระดับโลกด้านรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์รถจักรยานยนต์ขนาดกลางชั้นนำในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 7% หลังจากสร้างตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) ของรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250-750 cc) ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งปัจจุบันเติบโตขึ้นมากทั้งในประเทศอินเดีย และต่างประเทศทั่วโลก

(ซ้าย) คุณอนุจ ดัว, (ขวา) คุณบี โกวินดาราจาน

 

คุณบี โกวินดาราจาน, กรรมการบริหาร, รอยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจระหว่างประเทศของแบรนด์ว่า “รอยัล เอ็นฟีลด์ มีผลงานที่ดีมากในต่างประเทศ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่ง ปริมาณการซื้อขายระหว่างประเทศของเราเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ ค.ศ. 2020 ถึง 2021 ช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา เราได้บันทึกการเติบโตระหว่าง 80% ถึง 100% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน และปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีค.ศ. 2019 ถึง 2020 อีกทั้งช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาส่วนแบ่งรายได้จากตลาดต่างประเทศของเราก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากแผนกลยุทธ์ระยะยาวของเราในการเติบโต และเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางทั่วโลก เรานำเสนอรถจักรยานยนต์ที่ไม่โลดโผน ขี่ได้ทุกวันและในยามว่าง รวมถึงพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ผู้บริโภคระดับพรีเมียมระดับโลกรายแรกจากประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แผนการขยายเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และกิจกรรมเฉพาะสำหรับผู้ขี่ที่ไม่เหมือนใคร ถือได้ว่าเราอยู่ในเส้นทางที่ดีสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป

ในประเทศไทย กลุ่มผู้ขี่รถจักรยานยนต์ใหม่จำนวนมากเริ่มหันมาเลือกสัมผัสประสบการณ์ “การขี่เพื่อพักผ่อน” ทางไกลที่น่าตื้นเต้นของรอยัล เอ็นฟีลด์ ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับแค่การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความสุขในการขี่ในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการขี่รถจักรยานยนต์อีกด้วย”

คุณอนุจ ดัว, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, รอยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ในกลุ่มผู้นำรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศไทย และตลาดเอเชียแปซิฟิก ความสำเร็จที่โดดเด่นนี้เป็นผลมาจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของทีมงานที่ทุ่มเทของเราในการผลิตรถจักรยานยนต์ที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก และความพยายามของเราในการเป็นผู้นำกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรามองหาวิธีการผลิตรถจักรยานยนต์ที่เป็นแรงบันดาลใจ พร้อมมอบคุณค่าให้กับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง จุดยืนในตลาดของเราในปัจจุบันเป็นเครื่องยืนยันยืนถึงการประสบความสำเร็จในทางเดินของเรา ทั้งในประเทศอินเดียและทั่วโลก ผู้ขี่ชาวไทยได้ให้ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์แก่เราอย่างมากตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และรางวัลต่าง ๆ นี้ที่เราได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรายังคงดึงดูดผู้คนให้หันมาสัมผัสจิตวิญญาณของการขับขี่ที่แท้จริง (Pure Motorcycling) อย่างต่อเนื่อง เรากำลังมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อการเติบโตเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการค้าปลีกโดยรวมในเอเชียแปซิฟิกที่เติบโตขึ้น 28% ในตลาดสำคัญในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ปัจจุบันเรามีตัวแทนจำหน่ายรอยัล เอ็นฟีลด์ 30 ราย ใน 25 จังหวัดสำคัญของประเทศไทย เรามีลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 ราย และกว่า 30,000 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เราจะยังคงนำเสนอรถจักรยานยนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขี่ทุกคนอย่างต่อเนื่อง”

รถจักรยานยนต์รอยัล เอ็นฟีลด์ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้รถประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดย All-New Royal Enfield Classic 350 เป็นรถจักยานยนต์รุ่นคลาสสิค ดีไซน์เหนือกาลเวลาที่สร้างขึ้นมาให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่ สื่อถึงความสวยเท่ และความมั่นใจ พร้อมทั้งส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เรียบลื่น ขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์ Meteor 350 รุ่นใหม่ล่าสุดก็มีกลิ่นอายของครูซเซอร์ขนานแท้ ด้วยรูปทรงที่คลาสสิกและการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ขี่ได้ง่ายทั้งในเมืองที่แสนวุ่นวาย บนถนนที่เปิดโล่ง และเส้นทางที่ท้าทาย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รอยัล เอ็นฟีลด์ได้รับรางวัล BIKE OF THE YEAR 2022 อันทรงเกียรติถึง 3 รางวัล ติดต่อกันเป็นปีที่สอง จาก กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ในประเทศไทย โดย Classic 350 ได้รับรางวัล “Best Modern Classic Light Weight” และ Meteor ได้รับรางวัล “Best Modern Classic over 250cc” ส่วน Himalayan นั้นก็ยังคงได้รับรางวัล “Best Touring Lightweight” เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน Thailand Bike of The Year 2022 เป็นการประกวดที่จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อค้นหารถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท เป็นรางวัลด้านยานยนต์ที่ทรงเกียรติที่สุดงานหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งให้เกียรติแก่แบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มุ่งมั่นยกระดับนวัตกรรมเพื่อให้บริการผู้บริโภค พร้อมปรับปรุงมาตรฐานยานยนต์

นอกจากนี้ Himalayan ความภาคภูมิใจของแบรนด์ ยังมาพร้อมกับแพลตฟอร์มเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 411cc เป็นรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ทัวริ่งของที่สร้างขึ้นสำหรับถนนทุกสาย และสำหรับการขับขี่แบบไม่มีถนน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขี่แบบออฟโรด แต่ก็ยังยอดเยี่ยมสำหรับการขี่บนถนนในเขตเมืองด้วย Himalayan สะท้อนถึงมรดกอันน่าชื่นชมของแบรนด์ผ่านประสิทธิภาพ และการออกแบบอันโดดเด่นได้อย่างลงตัว

ผู้ที่สนใจสามารถไปทดลองขี่รถจักรยานยนต์รอยัล เอ็นฟีลด์รุ่นต่าง ๆ รวมถึง All-new Classic 350, Meteor 350, Himalayan, Interceptor 650 และ Continental GT 650 ได้ที่รอยัล เอ็นฟีลด์ สโตร์ทั่วประเทศ

Advertisement
Facebook Comments

Related post