Digiqole ad

ยังสู้ไม่ยกธงขาว..เพื่อไล่เหล่า “กลุ่มปลิง” กันต่อไป..

 ยังสู้ไม่ยกธงขาว..เพื่อไล่เหล่า “กลุ่มปลิง” กันต่อไป..

“สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม..”

แต่สายตา “ผู้รักประชาธิปไตย” ที่จ่ายภาษี เป็นเงินเดือนให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ เปิบเขยื้อนอย่างอิ่มหนำ เขามองด้วย-สายตาอันระทม

Advertisement

ต่างคนต่างมองต่างคิด “ผบ.เหล่าทัพ” ลูกน้องใต้ก้นกุฏิ การคอนโทรล มองเห็น “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นผู้เสียสละ ท่านก็ว่ากันไป

แต่ “เสียงส่วนใหญ่” คนจำนวนมากของแผ่นดิน กลับมีสายตาที่เฉียบแหลม มองลงไปลึกกันจนบึ้ง ที่เขาสดุดียอมรับ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ได้..เหมือนกับ “ผบ.เหล่าทัพ” ก็ต้องให้สิทธิ์เขาแสดงออก

เสียงโห่ขับไล่ไม่หนักแน่น..ไม่รู้คับแค้นอะไร ถึงคิดบัญชีตามหลัง-เอาให้น็อก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เสียงด่าทอ จาก “กปปส.” ทาง “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไม่ได้ยินกับหู”

ขณะนั้น, “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น ผบ.ทบ. นำทุกเรื่องราว มาถ่ายทอด “นายกฯยิ่งลักษณ์” ยังไม่กล้า-ที่จะอยู่

แต่ในวันเกิด “พล.อ.ประยุทธ์” ที่นั่งรถเข้ามาในทำเนียบฯ ได้ยินกับหู รู้กับตาตนเอง ว่า “ประชาชน” มาขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง

“อดีตนายกฯหญิงยิ่งลักษณ์” ผู้มีหัวใจเป็นประชาธิปไตย และ รักประชาชนเหนือต่อสิ่งใด..เมื่อ “ผบ.ทบ.” ในตอนนั้น “พล.อ.ประยุทธ์” มาเรียนด้วยตนเอง..ท่านยินดีที่จะลาออก เพื่อให้ “สถาบันประชาชน”เข้ามาทำหน้าที่

แนะนำให้ “นายกฯยิ่งลักษณ์”ลาออก..แต่ทำไมกับตัวเองถึงไม่ไขก๊อก ทั้งที่เสียงขับไล่ -ได้ยินเป็นดิบดี

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ใช้มาเป็นมือประสานสิบทิศ ไม่ใช่คิดแต่จะมา ด่าทอ”

แทนใช้ “ไม้อ่อน” แต่กลับใช้ยุทธศาสตร์ “ไม้แข็ง” ปัญหาแทนที่.. ปัญหาจึงลุกลาม-ไปต่อ

ทุกวาทกรรม คำพูดเสียดแทง ย่ำหัวใจ “ชาวบางกลอย” เป็นท่าทีอันเหมาะสม ของ “เฒ่าวัยชรา” ในอายุเกือบ ๗๐ ปีแล้วหรือกระนั้น..พูดออกมาได้ว่า “ผมขึ้น ฮ.ไปก็เห็นละพม่าบ้านพวกคุณอะ พูดไทยได้ทุกคนไหม ฟังผมรู้เรื่องไหม”

“ผมอยากเป็นกระเหรี่ยงแบบพวกคุณ ผมอิจฉาพวกคุณ ผมอยู่มาจนป่านนี้จนอายุจะ ๗๐ ปีแล้ว ยังมีที่ไม่ถึง ๒ ไร่ พวกคุณมีตั้ง ๗ ไร่ ต่อไปนี้มีปัญหาอะไรไปบอกผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องลงมากรุงเทพฯ เสียเวลาทำงานพวกผม

ดูแคลนชาวบางกลอย..ทำอะไรให้น้อยๆ หน่อย -เพื่อความเหมาะสม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เขายังอยู่ เขายังสู้ อย่าไปรานน้ำใจ”

“ม็อบราษฎร” เป็นพลังบริสุทธิ์ ไม่มี “อำนาจพิเศษ” เหมือนม็อบปิดเมือง-เสียเมื่อไหร่

ถึงคนน้อย แต่เขาไม่เคยถอยหลัง ลาโรงยกธงขาวยอมแพ้ ..คงเดินหน้าจุดม็อบ สร้างประเด็นกันอย่างมีคุณภาพต่อไป..

“อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มองว่าม็อบอ่อนแรง  แต่จุดแข็งคือคนยังเห็นด้วย เพียงแต่หวั่นใจบางเรื่อง..แต่ขึ้นชื่อว่าคนไทย ถ้าถึงที่สุดแล้ว “ราชสีห์เขาก็มองว่าเป็นแมว” ฉะนั้น,นี่คือการสะสมระเบิดเวลา กันจริงๆ

ย่ำยี่คว่ำรัฐธรรมนูญ..นี่แหละจะเป็น “ปฏิกูล” ในการออกมาขจัด “กลุ่มปลิง”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“มาจากประชาชน ตายด้วยเหตุผล เพื่อประชาชน ถูกต้องแล้ว”

เมื่อ “ประชาธิปัตย์” คิดว่า การโหวตวาระ ๓ ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่ามัวมา-นั่งกินแห้ว

ที่สำคัญ เมื่อแตกแถว กลับใจออกมาเป็นน้ำดี.. “ประชาธิปัตย์” อย่าได้ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ  เป็นพวก ครึ่งบกครึ่งน้ำกันต่อไป

เมื่อแตกตัวจากกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล โดย “ประชาธิปัตย์” เป็นพรรคเดียวที่โหวตหนุน “รัฐธรรมนูญวาระ ๓” จึงเป็น “เสี้ยมหนามตำใจ” คาอยู่ในอก “ระบอบประยุทธ์”อย่างหนัก ควรลาออกมาเสีย อย่าอยู่เป็นพวกสองราง

อยู่อย่างสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก..มีแต่ตกนรก ทำให้-ประชาธิปัตย์พัง

“กะพรุนไฟ”

๒๐ มีนาคม ๒๑๕๖๔

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/Kkl5R

Related post