Digiqole ad

มารู้จักกับเกณฑ์ Google E-E-A-T ที่สาย SEO ห้ามพลาด!

 มารู้จักกับเกณฑ์ Google E-E-A-T ที่สาย SEO ห้ามพลาด!
Social sharing

Digiqole ad

การคำนึงถึงเนื้อหาของคอนเทนต์บนเว็บไซต์เป็นส่วนสำคัญในการทำ SEO ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะหลายคนใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการค้นคว้าข้อมูลประกอบการศึกษา การทำงาน หรือการตัดสินใจซื้อของในชีวิตประจำวัน Google ซึ่งเป็น Search Engine รายใหญ่เองได้พัฒนาหลักเกณฑ์เพื่อควบคุมและประเมินคุณภาพเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า E-E-A-T เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ใส่ใจกับคุณภาพของข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่มากขึ้น

E-E-A-T สำคัญกับการทำ SEO อย่างไร

E-E-A-T คือ หลักเกณฑ์ประเมินเว็บไซต์จาก Google ที่พัฒนาขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพของเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตให้เป็นไปตามมาตรฐาน ช่วยกำหนดแนวทางคอนเทนต์ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ตอบสนองกับความต้องการหรือข้อสงสัยของมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ไม่ได้เน้นการปรับปรุงเว็บไซต์ขึ้นเพื่อตอบสนองอัลกอริทึมของเครื่องมือค้นหาเป็นหลัก อีกทั้งยังช่วยให้ Search Engine สามารถค้นหาหัวข้อเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้ว่าหลัก E-E-A-T จะไม่ได้ส่งผลต่อการจัดอันดับการค้นหาบน Google โดยตรง แต่หากเนื้อหาในการทำ SEO ได้มาตรฐานตามหลักดังกล่าว ก็จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต สามารถเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์ (Traffic) และเพิ่มแนวโน้มการสร้าง Backlink จากเว็บไซต์อื่นมายังเว็บไซต์ของเราได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

หลักเกณฑ์ Google E-E-A-T  มีอะไรบ้าง

ตัวย่อ E-E-A-T  ทั้ง 4 ตัวประกอบไปด้วย ประสบการณ์ (Experience) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ความน่าเชื่อถือ (Authoritativeness) และความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ซึ่งแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้

ประสบการณ์ (Experience)

เว็บไซต์มีการบอกเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์ การทดลองหรือสิ่งที่ได้จากการปฏิบัติจริงด้วยตนเองผ่านตัวหนังสือและรูปภาพ ซึ่งหลายเว็บไซต์มักแทรกความคิดเห็นของผู้เขียนลงไปด้วยเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในสไตล์ของเราเอง แตกต่างจากการบอกเล่าข้อเท็จจริงทั่วไปที่ไม่ว่าใครก็คัดลอกมาเผยแพร่ได้

ความเชี่ยวชาญ (Expertise)

เนื้อหาบทเว็บไซต์จะต้องสื่อให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รู้สึกได้ว่ากำลังอ่านบทความที่เขียนโดยผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์อยู่ในวงการนั้นจริง ๆ สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้จากการบอกเล่าข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนหรือวิชาการจนเกินไป ตอบข้อสงสัยที่หลายคนในวงการมักตั้งคำถามได้อย่างกระจ่าง

ความเป็นเจ้าของ (Authoritativeness)

เว็บไซต์ส่วนต่าง ๆ ของเราจะต้องสื่อว่าเราเป็นเจ้าของหรือต้นแบบของเนื้อหาที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ สามารถนำไปเผยแพร่ต่อหรือใช้อ้างอิง (Reference) ในบทความของตนเองได้ ยิ่งบทความหรือ Backlink ที่กล่าวถึงเราอยู่ในแวดวงเดียวกัน ก็ยิ่งเสริมให้คะแนน E-E-A-T  สูงขึ้นตามไปด้วย

ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness)

ความน่าเชื่อถือที่ว่าจะแสดงให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เห็นได้จากการอัพเดตเนื้อหาใหม่ ๆ หรือปรับปรุงเนื้อหาเก่าให้ทันกระแสอยู่เสมอ มีคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเรา (Keyword) กระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ มี Hyperlink ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา และจะต้องไม่ลืมใส่ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน สร้างข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อเสริมความมั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้นานเท่าที่ต้องการอย่างปลอดภัย

ปรับใช้ E-E-A-T อย่างไรให้เข้ากับ SEO

เมื่อรู้จัก E-E-A-T กันเป็นอย่างดีแล้ว มาดูวิธีการปรับใช้กับ SEO บนเว็บไซต์ของเราไปพร้อม ๆ กัน

ปรับปรุงเนื้อหาให้เห็นความเชี่ยวชาญมากขึ้น

โชว์ความเชี่ยวชาญด้วยการทำคอนเทนต์เฉพาะทางที่ช่วยให้ทั้งผู้เข้าชมและอัลกอริทึมเข้าใจได้ว่าเราต้องการสื่อสารเกี่ยวกับอะไรเป็นหลัก นำเสนอแต่ข้อเท็จจริงที่สร้างประโยชน์และตอบข้อสงสัย มีข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ แลเะเพิ่มอัตราการเข้าถึง (Engagement) จากผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี เนื้อหาเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย ผู้ที่เริ่มสนใจในธุรกิจนี้ไม่ต้องไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าใจจากเว็บไซต์ของเราได้ครบ จบในที่เดียว

นอกจากนี้ เรายังสามารถสื่อให้เห็นความเชี่ยวชาญได้มากยิ่งขึ้นด้วยการใส่ชื่อผู้เขียนไว้ต้นบทความหรือใส่ประวัติที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวจริงในวงการไม่ว่าจะเป็นคำนำหน้าชื่อ ประวัติการทำงาน งานที่เคยตีพิมพ์ ผลงานที่ผ่านมาหรืออื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับบทความและเว็บไซต์ได้มากขึ้นกว่าเดิม

ปรับปรุง SEO On-Page ให้สดใหม่อยู่เสมอ

เนื้อหาส่วนต่าง ๆ บนเว็บไซต์ของเราจะต้องเป็นไปตามหลัก E-E-A-T ควบคู่ไปกับการทำ SEO On-Page โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ ความสดใหม่ของเนื้อหา การใช้คำค้นหาที่มียอดค้นหาสูงเพื่อเพิ่มแนวโน้มการเข้าชมอย่างตรงจุด การกระจายคำค้นหาที่เกี่ยวข้องทั่วเว็บไซต์โดยเฉพาะบนหัวข้อ (Title) คำอธิบาย (Meta Description) เพื่อดึงดูดการเข้าชม เสริม HTML Tags ที่เกี่ยวข้อง ปรับให้หน้าเว็บไซต์ง่ายต่อการใช้งานบนเครื่องมือต่าง ๆ อย่างคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ตและโทรศัพท์

SEO Off-Page ก็ห้ามทิ้ง

การทำ Off-Page SEO จะช่วยเสริมคะแนน E-E-A-T และความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ สร้าง Internalink ไปยังเพจอื่น ๆ ของเว็บไซต์เรา และเชื่อมเนื้อหาในบทความหรือใส่แหล่งอ้างอิงไปยังเว็บไซต์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการเดียวกันด้วย

เสริมความมั่นใจให้กับผู้เข้าชมด้วย About Us และรีวิว

การมีหน้า About Us จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าผู้ที่กำลังนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ให้เราเป็นใคร เชี่ยวชาญมากแค่ไหน มีประวัติการทำงานหรือดำเนินกิจการเป็นอย่างไร ก็ยิ่งช่วยเพิ่มเครดิตให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากขึ้น ผู้เข้าชมใช้เวลาอัพเดตข่าวสารจากเว็บไซต์ของเรานานยิ่งขึ้น

อีกส่วนของเว็บไซต์ที่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์และลูกค้าได้คือการได้เห็นรีวิวจากผู้ใช้บริการ ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นภาพสิ่งที่จะได้รับจากธุรกิจของเราอย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจและเสริมความมั่นใจในธุรกิจของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ต้องให้ความสำคัญกับ SEO เพราะถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างยอดขายและเพิ่มการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี แต่หากรู้สึกว่า SEO ซับซ้อนเกินไป กลัวว่าจะทำ E-E-A-T แล้วไม่ตรงกับสิ่งที่ Google ต้องการ มาปรึกษาบริษัทรับทำ SEO อย่าง IBEX ได้เลย เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบรับทุกความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ครบวงจรด้วยเครื่องมือทันสมัย ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Search Engine ที่เจาะลึกมากกว่า E-E-A-T แน่นอน รับคำปรึกษาและพูดคุยถึงความต้องการด้านการตลาดกับเราได้ที่ ibex.co.th

 

Facebook Comments


Social sharing

Related post