Digiqole ad

มั่นอกมั่นใจด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้องกับ “Dr.Alex Aesthetic Clinic”

 มั่นอกมั่นใจด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้องกับ “Dr.Alex Aesthetic Clinic”
Social sharing

หากพูดถึงเรื่องความสวยความงามเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่รอไม่ได้เลยจริง ๆ สำหรับในยุคนี้ โดยเฉพาะกับสาว ๆ แล้ว แน่นอนว่าหากที่ไหนมีคุณภาพและบริการที่ดี มีโปรดีโปรเด็ด เหล่าสาว ๆ อย่างเราก็อดไม่ได้ที่จะต้องบอกต่อ ไม่ว่าจะเป็นความสวยความงามในเรื่องของโครงหน้า ตา หู จมูก คิ้ว กระชับสัดส่วน รวมถึงการ
“เสริมหน้าอก” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความงามที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับสาว ๆ แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยความอดทนทั้งความเจ็บปวดในการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังผ่าตัด การดูแลรักษาความสะอาดต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ และอีกหลายปัจจัยที่ต้องระวังหลังจากผ่าตัด แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกอย่างการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้น สามารถเข้ามาช่วยทำให้การผ่าตัดเสริมหน้าอกมีความปลอดภัยและแม่นยำมากยิ่งขึ้น และการดูแลรักษาหลังจากผ่าตัดมีความสะดวกขึ้นอีกด้วย โดยสาว ๆ สามารถมั่นใจได้ว่าหน้าอกที่เสริมจะมีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม เนื่องจากแพทย์สามารถวางซิลิโคนได้อย่างแม่นยำจากการส่องกล้องนั่นเอง

การผ่าตัดส่องกล้องคืออะไร?
การผ่าตัดส่องกล้องคือการผ่าตัดโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Endoscopic Surgery ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นสองส่วน คือ กล้องขนาดเล็กที่มีไฟติดอยู่ที่ส่วนปลายสุดของท่อ และจอมอนิเตอร์ที่สามารถมองเห็นภาพขยายจากกล้อง โดยขั้นตอนผ่าตัดแพทย์จะผ่าด้วยการเปิดแผลบริเวณรักแร้และทำการส่องกล้องเข้าไป ทำให้แพทย์สามารถจำแนกชั้นของกล้ามเนื้อและไขมันได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสเสี่ยงในการตัดโดนเส้นเลือดใหญ่และอวัยวะสำคัญ และแผลในการผ่าตัดก็ยังมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบเดิมที่ไม่มีอุปกรณ์

การผ่าตัดแบบไม่มีอุปกรณ์ต่างจากการผ่าตัดแบบส่องกล้องอย่างไร?
การผ่าตัดแบบไม่มีอุปกรณ์จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการผ่าตัดแบบคาดเดาหรือ Blind Surgery ซึ่งจะมีความเสี่ยงที่จะตัดโดนเส้นเลือดใหญ่และอวัยวะสำคัญที่อยู่ในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่ทราบตำแหน่งของชั้นกล้ามเนื้อ เส้นเลือดใหญ่ และอวัยวะสำคัญที่แน่นอน ดังนั้นในวิธีการนี้แพทย์ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อและเปิดแผลใต้ราวนมเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงนั่นเอง ซึ่งถึงแม้จะช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่ในเรื่องของการพักฟื้นของคนไข้ก็ยังคงต้องใช้เวลามาก เนื่องจากแผลที่เกิดขึ้นนั้นมีขนาดใหญ่และคนไข้ยังต้องมีอุปกรณ์ติดตัวที่อาจทำให้เกิดความรำคาญใจในช่วงฟักพื้น อาทิ สายเดรน ซึ่งเป็นสายที่ช่วยระบายเลือดและของเสียออกจากร่างกายหลังผ่าตัดอีกด้วย


ส่วนการผ่าตัดแบบส่องกล้องจะเป็นการผ่าตัดด้วยการเปิดแผลบริเวณรักแร้ และทำการส่องกล้องลงไปซึ่งจะทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นกล้ามเนื้อ เส้นเลือดใหญ่และอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นทำให้สามารถทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำและใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดผิดพลาด และระยะเวลาพักฟื้นของคนไข้หลังผ่าตัดก็เร็วกว่าเนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก เสียเลือดน้อยกว่า และไม่ต้องใช้สายเดรนในการระบายของเสีย

การเลือกทำศัลยกรรมความงามที่ Dr.Alex Aesthetic Clinic
ในเรื่องความสวยความงามในทุกวันนี้เรียกว่าเข้าถึงง่ายเหมือนดีดนิ้ว อยากสวยก็เพียงแค่เดินเข้าคลินิกแค่นี้ก็สวยได้ดั่งใจแล้ว แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเข้าถึงง่ายนี้ก็ต้องยิ่งระวังเป็นพิเศษในเรื่องของความปลอดภัย ยิ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ด้วยแล้วแน่นอนว่าความปลอดภัยนั้นถือเป็นสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาในการเลือกคลินิกเลยก็ว่าได้ โดยควรเลือกคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญและมีการรับรองในเรื่องของความปลอดภัยอย่าง
Dr.Alex Aesthetic Clinic คลินิกศัลยกรรมความงาม ที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานในวงการการทำศัลยกรรมมากกว่า 10 ปี รับประกันคุณภาพและความปลอดภัยด้วยโดย นพ. เอนก โซนี่ (ดร.อเล็กซ์) แพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำศัลยกรรมความงามพร้อมทั้งประสบการณ์กว่า 15 ปี จนมีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่และเป็นที่พูดถึงกันในวงการความงามอีกด้วย เพราะที่นี่เราใช้เทคโนโลยีในการผ่าตัดที่มีความทันสมัยพร้อมทั้งแพทย์ที่มีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ

 

Dr.Alex Aesthetic Clinic มีบริการอะไรบ้าง?
ที่นี่เรามีบริการการทำศัลยกรรมความงามแบบครบวงจร ตั้งแต่การดูแลความสวยความงามทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด อาทิ การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก ยกกระชับสัดส่วนต่าง ๆ หรือแบบผ่าตัดแก้ไขส่วนต่าง ๆ อาทิ ตา จมูก ปาก ใบหน้า รวมทั้งการเสริมหน้าอก เรียกได้ว่ามีบริการตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบครบจบในที่เดียวจริง ๆ และมีบริการให้คำปรึกษาในเรื่องความสวยความงามโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย หากสนใจสามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาและจองคิวได้ทาง เว็บไซต์ http://www.alex-clinic.com/about-us หรือทาง Line : @dr.alexclinic
และ http://www.facebook.com/dr.alexclinic

Facebook Comments

Related post