Digiqole ad

มจพ. จับมือ กฟผ. เปิดโครงการนำร่องรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ พื้นที่ อ.บางกรวย ภายใต้โครงการความร่วมมือ

 มจพ. จับมือ กฟผ. เปิดโครงการนำร่องรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ พื้นที่ อ.บางกรวย ภายใต้โครงการความร่วมมือ

ศาสตราจารย์ ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.สราวุฒิ  สืบแย้ม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลังและกิจการทั่วไป และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรพจน์  มีถม ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการนำร่องการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ในพื้นที่อำเภอบางกรวย  โดยมี นางสาวรฌทร สงวนพงศ์ นายอำเภอบางกรวย พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมเป็นประธานส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “ENGY” ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ภายใต้แบรนด์ กฟผ. และได้รับการจดทะเบียนสาธารณะอย่างถูกต้อง จำนวน 51 คัน ให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในพื้นที่บางกรวย  พร้อมติดตั้งสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 3 แห่ง พัฒนาแอปพลิเคชัน “ENGY Rider” หนุนขนส่งสาธารณะสีเขียว ตอบโจทย์ Carbon Neutrality เพื่อทดลองให้บริการประชาชนเป็นระยะเวลา 1 ปี และจะเพิ่มอีก 50 คัน ในปี 2565  ณ ศูนย์การเรียนรู้ สำนักงานกลาง กฟผ.

Advertisement

โครงการนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้รับทุนวิจัยจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อร่วมกันออกแบบระบบแบตเตอรี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า ออกแบบ application ในการเรียกใช้บริการ รวมถึงพัฒนา application “ENGY Rider” เพื่ออำนวยความสะดวกการใช้งาน ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบแบตเตอรี่ในสถานีสับเปลี่ยน ระยะทางที่ขับขี่ การมีส่วนร่วมลดคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนผู้ใช้บริการก็สามารถดูข้อมูลผู้ขับขี่หรือเรียกใช้บริการซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดได้ในช่วงเดือนมกราคม 2565  ศึกษาข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่การใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในมิติต่าง ๆ เพื่อศึกษาผลกระทบด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ เพื่อขยายผลสู่รถรับจ้างสาธารณะทั่วประเทศ

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ENGY ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 กิโลวัตต์ วิ่งได้ระยะทาง 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รับน้ำหนักได้มากกว่า 150 กิโลกรัม มีการติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อติดตามตำแหน่งของรถ และระบบควบคุมความปลอดภัย ระบบตัดคันเร่งเมื่อนำขาตั้งลง ทำให้ผู้ขับขี่และผู้รับบริการเกิดความรู้สึกมั่นใจ

นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ดำเนินการติดตั้งสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) จำนวน 3 แห่ง ซึ่งจะบรรจุแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิด NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) เพื่อรองรับการใช้งานที่ต่อเนื่อง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ศูนย์บริการ ENGY Bike Service Point (ใกล้วัดสำโรง) และชุมชนวัดชลอ

การขยายผลการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะที่เหมาะสมต่อการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาด้านมลภาวะสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิง สนับสนุนนโยบาย EGAT Carbon Neutrality ของ กฟผ. และลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 สอดรับนโยบายการแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศของประเทศ และยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วไปในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า  นอกจากนี้ ผลการศึกษาที่ได้สามารถใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กฟผ. ให้เหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้นในอนาคต

Advertisement
Facebook Comments

Related post