Digiqole ad

ภูเก็ตหวังโมเดล “Phuket First October”ฟื้นศก.

 ภูเก็ตหวังโมเดล “Phuket First October”ฟื้นศก.

รัฐและเอกชนชูโมเดล ” Phuket First October “ หวังฟื้นท่องเที่ยวกู้เศรษฐกิจ เอกชนวอนเร่งลุยสร้างระบบสาธารณูปโภค ลดเงื่อนไขกักกันตัว ด้านจังหวัดพ้อเพราะพิษโควิด-19 กลายเป็นจังหวัดยากจนสุด ชี้พร้อมหนุนเต็มที่ ชวนเที่ยวภูเก็ตไม่แพงอย่างที่คิด

Advertisement

“ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ “ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เผยถึงสถานการณ์ของจังหวัดภูเก็ตว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้จังหวัดภูเก็ตกลายเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุด เพราะเป็นจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ทั่วโลก โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดภูเก็ตถึง 14,545,187 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 135,975 คน แบ่งเป็นชาวไทย 26.9% และชาวต่างชาติ 73.1%

รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2562 อยู่ที่ 471,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 22,505 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต 5 อันดับแรก คือจีน รัสเซีย ออสเตรเลีย เยอรมัน และอังกฤษ ขณะที่ปี 2563 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ตเพียง 6.7 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 108,464 ล้านบาท ลดลง 75% โดย 91% ของรายได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. ก่อนใช้มาตรการล็อคดาวน์

เมื่อเกิดการติดเชื้อรอบแรกทำให้นักท่องเที่ยวกลัวการติดเชื้อ จนถึงเดือนมิ.ย.-ก.ค. 2563 จึงเริ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยหานักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเที่ยว ขณะที่โรงแรมปิดให้บริการเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางที่ไม่มีคนดูแล ถูกลูกหลานทอดทิ้งเพราะต้องย้ายถิ่นไปหางานในจังหวัดอื่น จังหวัดจึงต้องนำงบประมาณไปให้ความช่วยเหลือและเยียวยา หลังผ่านการติดเชื้อรอบ 2 มาได้ภูเก็ตจึงเป็นโมเดลต้นแบบในเรื่องที่เป็นจังหวัดแรกที่มีโรงพยาบาลสนามโดยได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและสมาคมต่างๆประมาณ 20 สมาคม ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของ
สำหรับภูเก็ตนี้ข้อดีคือเป็นจังหวัดที่เข้าถึงง่าย เพราะมีสนามบินและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆได้ง่าย

จึงเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อ และจากการติดเชื้อครั้งแรกทำให้เป็นบทเรียนนำมาป้องกันและสกัดในการติดเชื้อครั้งที่สอง จึงสามารถควบคุมได้เร็วเพราะมีการดูแลที่ดี ดังนั้นเมื่อเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวคนไทย จึงมีการคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงมีความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อาทิการเปิดเพจนำเรื่องโปรโมชั่นลดราคาของกลุ่มโรงแรม เป็นต้น

“ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยวที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการกักตัวที่14วัน เลยเกิดแนวคิดเรื่อง Phuket First October ซึ่งทางจังหวัดยินดีที่จะให้การสนับสนุนและหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ช่วงนี้ธรรมชาติชายหาดกำลังสะอาดและบริสุทธิ์ ซึ่งทางจังหวัดก็หวังว่าต่างชาติจะเริ่มทยอยเข้ามาท่องเที่ยว ถ้าไม่มีมาตรการการกักตัวก็น่าที่จะทำให้ต่างชาติมาจำนวนมาก แต่ก่อนจะถึงช่วงเปิดให้ต่างชาติมานั้น ทางกลุ่มลากูน่าและภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดงาน เทศกาล “ลากูน่า ภูเก็ต รีไวฟ์ 555 เฟสติวัล” ที่จัดขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ตและการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 18 เมษายน 2564 นี้” นายพิเชษฐ์ กล่าว

ด้านนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าจากที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตอาจถูกมองว่าภูเก็ตโรงแรมมีราคาแพง แต่ปัจจุบันมีให้เลือกในทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมไปจนถึงร้านอาหาร แต่ที่ยังคงมีปัญหามากคือเรื่องรถสาธารณะ การคมนาคม ซึ่งจะแก้ปัญหาด้วยการใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วย และที่ผ่านมาที่ถูกมองว่าภูเก็ตไม่รับนักท่องเที่ยวคนไทยนั้น แต่อาจเป็นเพราะจำนวนเที่ยวบินและโรงแรมเต็มโดยชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า

“สิ่งที่คนภูเก็ตรู้สึกน้อยใจคือ ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศราว 4-5 แสนล้านบาท แต่จังหวัดได้รับงบประมาณจำนวนที่น้อยมาก เพราะคนภูเก็ตแท้ๆมีจำนวนน้อยกว่าประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานในภูเก็ต เมื่อเกิดล๊อคเมืองทำให้นักท่องเที่ยวเหลือ 0 คน รายได้ต่อหัวของคนภูเก็ตเหลืออยู่ที่ 1,972 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น โรงแรมปิด คนตกงานราว 1.9 แสนคน อย่างเช่นที่ป่าตองเมืองแสงสี ตอนนี้เงียบหมด หรืออย่างปี 62 ขับรถระยะทาง10กม.ใช้เวลา 2.30 ชม. เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองหาเงินแต่ใช้เงินตัวเองไม่ได้ ซึ่งเมื่อเกิดโควิด-19 ควรต้องกลับมาคิดเรื่องการพัฒนาเมือง เช่นระบบสาธารณูปโภค อย่างเช่น ทางด่วน

และที่ต้องการมากคือรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อที่จะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางง่ายขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ต้องเช่ารถขับ ซึ่งก็เป็นแผนของจังหวัด ที่ผ่านมาภาคเอกชนมีการผลักดันมาตลอดระยะเวลา 5 ปี ส่วนด้านห้องพักที่รองรับนักท่องเที่ยวที่มีอยู่กว่า 1 แสนหน่วยนี้ หากมีระบบสาธารณูปโภคพร้อม น่าที่จะสร้างรายได้เพิ่มได้ถึง 6-8 แสนล้านบาท ซึ่งภูเก็ตพร้อมที่จะเป็นเมืองปั๊มเงิน ส่วนเรื่องการขยายสนามบินก็ควรที่จะเริ่มดำเนินการพร้อมกันไปด้วย หลายเรื่องที่ภาครัฐควรต้องพิจารณาในช่วงนี้โครงการใดที่เคยบรรจุอยู่ในแผนแล้วก็ควรรีบดำเนินการ หากต้องการทำตามแผน Phuket First October ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม แผนที่มีการเตรียมไว้ก็ต้องรีบดำเนินการ ควรต้องทำก่อนที่จะเกิดปัญหา”นายธนูศักดิ์กล่าว

ด้านนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าที่ผ่านมาภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามา14 ล้านคน เป็นคนไทย 4 ล้านคน ชาวต่างชาติ 10ล้านคน มีคนจีนมาราว 3ล้านคน จึงเป็นการยืนยันว่ารับนักท่องเที่ยวคนไทยมาโดยตลอด ซึ่งใน 4 ล้านคนคิดเป็นรายได้ราว 50 ,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวม 4.7 แสนล้านบาท แต่เมื่อต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวได้ ก็จำเป็นต้องดึงคนไทยในจำนวน 4 ล้านคนให้กลับมาเที่ยว ซึ่งหลังโควิดต.ค.-ธ.ค. 2563 มีคนไทยมาเที่ยว 1.8 แสนคน หวังว่า ม.ค.จะขึ้นถึง 2 แสนคน แต่ที่ผ่านมาลดลงเรื่อยๆก็หวังเดือนมี.ค.จะฟื้นตัวและช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ยอด Booking ที่เข้ามาค่อนข้างดี

“สิ่งที่หวังคือแผน Phuket First October ที่มีวัคซีนเป็นกุญแจสำคัญของโครงการ โดยเอกชนภูเก็ตต้องการเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนและบุคลากรทางด้านท่องเที่ยวอย่างน้อย 70% ของจังหวัด เพื่อให้ภูเก็ตสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ภูเก็ตให้ได้ภายในวันที่ 1 ต.ค. 2564 โดยไม่มีเงื่อนไขกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยภาคเอกชนภูเก็ตจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดหา จัดซื้อ และฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนและบุคลากรภาคท่องเที่ยวทั้งหมด โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งในวันนี้มีบางเรื่องที่ได้รับคำตอบบ้างแล้ว ก็ต้องรอคำตอบในอีกหลายๆเรื่อง และหวังว่าภูเก็ตน่าจะได้รับวัคซีนมากหน่อย เพราะมีแรงงานแฝงราวล้านคน รวมทุกอุตสาหกรรม ในภาคท่องเที่ยวมีประมาณ 1 แสนคน และจะมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก เหมือนเมืองหน้าด่าน จึงจำเป็นที่จะต้องมีวัคซีน”นายภูมิกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/5VTBs

Related post