Digiqole ad

ภูมิใจไทย ปักธง “ ภูเก็ต”ทำจริง เห็นผลได้ #พูดแล้วทำ ดันท่องเที่ยวยั่งยืน พัฒนาโครงสร้าง ดูแลปากท้องชาวบ้าน

 ภูมิใจไทย ปักธง “ ภูเก็ต”ทำจริง เห็นผลได้ #พูดแล้วทำ ดันท่องเที่ยวยั่งยืน พัฒนาโครงสร้าง ดูแลปากท้องชาวบ้าน
Social sharing

มื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 ณ เทศบาลเมืองกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในวันนี้(วันที่ 25 ก.ย.65)ตนมีกำหนดการเป็นประธานในพิธียกเสาโกเต๊ง พิธีอัญเชิญดวงไฟ 9 ดวง ณ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง และเป็นประธานในพิธีเปิดซุ้มประเพณีถือศีลกินผักของเทศบาลกะทู้ จากนั้นก็จะเดินทางไปยังศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าเก่าแก่ จุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อเข้าร่วมประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2565


นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แนะนำตัวผู้สมัครทั้ง 3 เขตของพรรคในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ เขต 1. นายนิพนธ์ เอกวานิช (โก้จ๋าย) ,เขต 2. นายวิวัฒน์ จินดาพล(สจ.ต้อม),เขต 3. นายวงศกร ชนะกิจ(แบงค์) โดยได้กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยภายใต้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ความสำคัญกับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก ขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยได้ปักธงทั้ง 3 เขต ซึ่งผู้สมัครของพรรคฯมีความพร้อมที่จะเข้ามารับใช้ชาวภูเก็ต

“ สิ่งที่เราให้ความสำคัญกับภูเก็ตคือเรื่องการควบคุมป้องกันโรคระบาดควบคู่ไปกับการเดินหน้าการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาเรามีโครงการ Phuket Sandbox ใช้นำร่องการท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อเนื่องให้ครอบคลุมประชากรทั้งจังหวัดภูเก็ตและภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกๆที่ได้รับวัคซีนอีกด้วย เพื่อที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี และเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีสถานการณ์ การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ภูเก็ตยังได้โอกาสยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกในโปรเจ็กต์ใหญ่

ด้านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิดด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่รัฐบาลและเอกชนหมายมั่นปั้นมืออย่างมาก สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028 ภายใต้ชื่องาน Expo 2028 Phuket,Thailand เพื่อผลักดันบทบาทของประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical hub ที่ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภูเก็ตเพื่อรองรับสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น อาทิ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ,โครงการรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต โดยกระทรวงคมนาคม ซึ่งตามกำหนดการ

เราต้องการให้โครงการรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตเปิดใช้ได้ภายในปี 2568 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาเที่ยวภูเก็ตหลังผ่านพ้น วิกฤตไวรัสโควิด-19 รวมถึงจะมีการจัดงานใหญ่ระดับโลกคือ World Specialised Expo 2028 ที่รัฐบาลเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงานในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะมีคนมาชมงานนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ในช่วงการจัดงานประมาณ 4 หมื่นล้านบาท(หมายเหตุ:อ้างอิงข้อมูลมาจากหอการค้าจังหวัดภูเก็ต)
อย่างไรก็ตามเรายังไม่ลืมในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนชาวภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบยาวนานต่อเนื่องจากพิษเศรษฐกิจสถานการณ์โควิด-19 อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการ SME โรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ต ที่ติดเงื่อนไขข้อกฎหมายและแหล่งเงินทุน รวมทั้งผู้ประกอบการสถานบันเทิงในภูเก็ต อย่างเช่น แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างซอยบางลา ป่าตอง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่ซอยบางลา ป่าตอง เพื่อสอบถามความเห็นของผู้ประกอบการสถานบันเทิง หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็ได้รับความเห็นว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลาการเปิดสถานบันเทิงไปถึงตี 4 พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีเพิ่ม เพื่อให้สอดรับบริบท กับแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติเช่นจังหวัดภูเก็ต
และเมื่อนายอนุทิน เดินทางมาถึงที่ศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นศาลเจ้าแห่งแรกและเป็นจุดกำเนิดของประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ก็ได้กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่า จังหวัดทางอันดามันนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและธรรมชาติที่สวยงาม ตนขอให้จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดในอันดามันมีความพร้อม อย่าเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ต้องไม่ไล่นักท่องเที่ยว


ต้องไม่หลอกนักท่องเที่ยว ขอให้มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาจากทั่วโลกมีนับ 10 ล้านคน มีจำนวนเพียงพอ อย่าแย่งลูกค้ากัน จะเป็นการผลักไสนักท่องเที่ยวออกไปจากเรา หลังจากสถานการณ์โควิดหมดไป แม้เราจะสูญเสียในหลายอย่าง แต่สิ่งที่เราจะได้กลับคืนมาคือธรรมชาติที่สวยงาม ระบบนิเวศที่ดีขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างจะกลับคืนมาดีมาก เราต้องรักษาสภาพธรรมชาติที่ดีเหล่านี้เอาไว้ เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนทุกๆจังหวัดของอันดามัน นายอนุทินตบท้าย

Facebook Comments

Related post