Digiqole ad

ภาวะการทำงานของประชากรเดือนตุลาคม 2566 ผู้มีงานทำมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษา และกลุ่มวัยเยาวชนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

 ภาวะการทำงานของประชากรเดือนตุลาคม 2566 ผู้มีงานทำมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษา และกลุ่มวัยเยาวชนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Social sharing
Digiqole ad

นางสาวสุวรรณี  วังกานต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร หรือสำรวจแรงงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยทำการสำรวจเป็นรายเดือนเพื่อให้สามารถติดตามภาวะการมีงานทำของประชากรได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลการสำรวจในระดับภาค และประเทศ ซึ่งผลการสำรวจในเดือนตุลาคม 2566 สรุปได้ดังนี้

ภาวะการทำงานของประชากรในเดือนตุลาคม 2566 พบว่า ผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 59.01 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อม จะทำงาน 40.37 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีงานทำ 39.95 ล้านคน ผู้ว่างงาน 0.34 ล้านคน และผู้ที่รอฤดูกาล 0.08 ล้านคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 18.64 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน ยังเด็ก/ชรา ป่วย/พิการ เป็นต้น  สำหรับผู้ว่างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 3.41 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.8 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบ      กับเดือนกันยายน 2566 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 0.01 แสนคน (จาก 3.42 แสนคน เป็น 3.41 แสนคน) และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนผู้ว่างงานลดลง ส่วนภาคเหนือ และภาคใต้มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่กรุงเทพมหานครผู้ว่างงานคงที่

หากเปรียบเทียบอัตราการว่างงานตามเพศและกลุ่มอายุ พบว่า เพศชายมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับวัยเยาวชน (อายุ 15 – 24 ปี) ที่มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน และที่น่าเป็นห่วงคือ จำนวนผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับ อุดมศึกษาว่างงานมากที่สุดเป็นจำนวนถึง 1.5 แสนคน ในด้านประสบการณ์การทำงาน ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวนสูงถึง 2.12 แสนคน

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ผู้มีงานทำในเดือน ตุลาคม 2566 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2566 ถึงแม้จะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นในภาพรวม แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งในเรื่องของผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษา และกลุ่มวัยเยาวชนที่มีอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น

พบกับข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nso.go.th  

Facebook Comments

Related post