Digiqole ad

ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มทร.พระนคร ๕ วิทยาเขต ระดมพลังชุมนุมเรียกร้องให้ถอดถอนนายกสภาฯ 23 มีค.นี้ ที่ศูนย์เทเวศร์

 ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มทร.พระนคร ๕ วิทยาเขต ระดมพลังชุมนุมเรียกร้องให้ถอดถอนนายกสภาฯ 23 มีค.นี้ ที่ศูนย์เทเวศร์

ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มทร.พระนคร ๕ วิทยาเขต เชิญชวนศิษย์เก่า มทร.พระนคร ทั้ง ๕ วิทยาเขต ร่วมการชุมนุมเรียกร้องให้ถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มทร.พระนคร ๕ วิทยาเขต ได้ร่วมลงชื่อร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขอให้พิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร แต่ปรากฏว่าแม้เวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว โดยการดำเนินการของมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัยตามคำแนะนำของกระทรวงอุดมศึกษาฯ กลับยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ปรากฏให้ทราบ

Advertisement

ทำให้ทางภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มทร.พระนคร ๕ วิทยาเขต จึงได้ออกหนังสือถึงศิษย์เก่า ระบุว่ากำหนดให้มีการชุมนุมใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ดร.สุรพงษ์ โสธนะเสถียร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ แทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารและอธิการบดี มีพฤติการณ์และการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และข้อบังคับ โดยพฤติกรรมดังกล่าวนำมาซึ่งความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง ดังนั้น เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่ามทร.พระนคร ทั้ง ๕ วิทยาเขตร่วมการชุมนุมพร้อมกันเพื่อแสดงเจตนารมณ์เป็นครั้งสุดท้าย ในวันพุธที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๕ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์เทเวศร์ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีการเชิญให้สื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมทำข่าวการชุมนุมดังกล่าวด้วย

สำหรับ กรณีความไม่พอใจจนมาถึงจุดนัดชุมนุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้ผลักดันให้จัดทำโครงการ IGJD-educenter การพัฒนาระบบการเรียนการสอนด้วย Integrated e-learning Platform Open Online Course ขึ้นมา แต่ทว่านายกสภาฯมทร. กลับไปยื่นข้อเสนอ เพื่อขอรับจ้างเหมาตนเองด้านบุคลากรเสียเอง ตั้งแต่ 1 ต.ค.64 ถึง 30 ต.ค.65 โดยจะได้รับค่าจ้างเหมา 120,000 บาท ทำให้ถูกมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืน ม.13 แห่ง พรบ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ที่กำหนดว่า “ในการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในงานนั้น” ประกอบกับอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.4 แห่ง พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 ต้องระวางโทษจำคุก 1-3 ปี และปรับร้อยละ 50 ของจำนวนเงินที่เสนอราคาสูงสุด

นอกจากนั้น นายกสภาฯมทร.ยังผลักดันให้มีการจัดตั้งวิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ ภายใต้ มทร.ขึ้นมา เพื่อเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาเอก(Ph.D) แต่ตนเองกลับไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาฯของวิทยาลัยฯ รับค่าตอบแทนอีกเดือนละ 25,000 บาท โดยเริ่มมีการเปิดการเรียนการสอนรุ่นแรกมาแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย.64 แต่ปรากฎว่า กระทรวงอุดมศึกษาฯหรือ อว.ยังไม่รับทราบหรือรับรองหลักสูตรดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรดังกล่าวนำคุณวุฒิไปสมัครรับราชการในหน่วยงานของรัฐไม่ได้

อีกทั้งยังมีข้อพิรุธอีกมากมาย อาทิ การเสนอเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยโดยตัดนามพระราชทาน “ราชมงคล” ออกไปเสีย, การไม่เห็นชอบให้คืนเงินค่าลงทะเบียนในหลักสูตร Ph.D ตามนโยบายของรัฐบาลในสัดส่วนที่ถูกต้อง หลังเผชิญโควิด-19 ต้องเรียนออนไลน์, การอนุมัติและเบิกจ่ายเงินเพื่อให้จัดพิธีใหญ่โตเพื่อมอบเกียรติบัตรและเข็มวิทยฐานะศาสตราจารย์(พิเศษ)ประจำมหาวิทยาลัยให้กับบุคคลต่างๆ โดยที่ในขณะนั้นยังไม่มีระเบียบของมหาวิทยาลัยรองรับ การกระทำดังกล่าวจึงอาจมิชอบด้วยกฎหมาย

ซึ่งประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดนั้น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้มีการไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนและวินิจฉัยมาก่อนหน้านี้แล้ว

Advertisement
Facebook Comments

Related post