Digiqole ad

พ.ศ.2565 ฟ้าใหม่ หรือฟ้าหม่น

 พ.ศ.2565 ฟ้าใหม่ หรือฟ้าหม่น

เมื่อกลางเดือนธันวาคม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยแพร่ข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นข่าวดีว่า เม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 รวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% จากปี 2564 โดยหนึ่งในสามหรือประมาณ 10,750 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ 

Advertisement
รองลงมาประมาณ 8,100 ล้านบาท เพื่อการช้อปปิ้ง  7,800 ล้านบาท เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ  1,900 ล้านบาท คาดว่าจะถูกใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมสันทนาการดูหนัง ฟังเพลง   ส่วนผู้นิยมความสงบสุขทางใจคาดว่าจะเข้าวัดทำบุญ 1,350 ล้านบาท ที่เหลือจะใช้จ่าย 600 ล้านบาทให้เงิน ให้ของขวัญแก่คนในครอบครัว

         .หอการค้าไทยมองต่าง

       แต่สำหรับ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ   กลับมองต่างว่าเพราะผลสำรวจที่ออกมาสะท้อนว่าประชาชนยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและความรุนแรงของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน  ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เผชิญอยู่ 

          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ คาดว่าปริมาณเม็ดเงินสะพัดจากการใช้จ่ายในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2564 ต้อนรับปีใหม่ 2565 ทั่วประเทศอยู่ที่ 85,796 ล้านบาท ติดลบ 6.2% จากปีก่อนหน้า โดยแยกเป็นเงินสะพัดในกรุงเทพฯ 35,176 ล้านบาท 

          ดร.ธนวรรธน์ กล่าวแสดงความเห็นด้วยว่า  เดิมคิดว่าเงินจะสะพัดถึง 1.3 แสนล้านบาทจากการเปิดประเทศและคลายล็อค  แต่การระบาดของโอไมครอนมีผลให้การใช้จ่ายหดตัวลงเหลือ 8.5 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นสถิติมูลค่าต่ำสุดในรอบ 12 ปีนับจากปี 2554

          หลังปีใหม่เจอแน่ “โอไมครอน”

           แม้ว่านักการเมืองอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เจ้าของฉายา “ว้ากซีน” ที่สื่อตั้งให้จะออกมาพูดว่า “โควิดเป็นเชื้อไวรัสติดเชื้อที่กระจอก” ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณผิดๆแก่คนในประเทศ   แต่หมอในกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องส่งคำเตือนต่อประชาชนให้เข้าใจถึงภัยร้ายจากเชื้อไวรัสว่าถ้าประมาทหรือการ์ดตกก็มีโอกาสกลับสู่สถานการณ์วิกฤติอีกครั้งที่คราวนี้อาจติดเชื้อสูงวันละ 30,000 ราย เสียชีวิตวันละ 180 ราย 

           หมอยงหรือ .นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  บอกว่าการแพร่ระบาดของโอไมครอนในไทยไม่ได้อยู่เหนือการคาดหมาย เพราะสายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ง่าย แม้ในผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มมาแล้ว 

          สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เทศกาลเฉลิมฉลอง รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมาก จะช่วยให้มีการแพร่กระจายของโรคได้เร็วขึ้นอีก

           การที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ตัดสินใจยกเลิกการจัดงานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ และการสวดมนต์ข้ามปี ถือเป็นการขานรับเสียงเรียกร้องขององค์การอนามัยโลก (WHO)  และน่าจะเป็นตัวอย่างอันดีต่อจังหวัดอื่นๆในการงดกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการปล่อยให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่อีกครั้ง  

            แต่ความไม่เด็ดขาดและความประมาทเหมือนเดิมเมื่อเห็นตัวเลขลวงตาว่ามีผู้ติดเชื้อลดลง ตายน้อยลง ผ่อนคลายประกาศให้ขายเหล้าเบียร์  ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยังปล่อยให้ภาคเอกชนและต่างจังหวัดต่างๆจัดงานเคาท์ดาวน์ตามแผนเดิม  โดยเพียงแค่ขอความร่วมมือให้ดำเนินการตามมาตรการของรัฐซึ่งคงไม่มีใครไปตามตรวจว่าทำได้จริงจังแค่ไหน

             ดูเหมือนว่ามาตรการที่รัฐบาลและ ศบค.เตรียมการหลังจากเทศกาลปีใหม่ คือขอความร่วมมือให้หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน (Work from Home) ให้ได้มากที่สุดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ  ส่วนภาคเอกชนก็คงใช้มาตรการตัวใครตัวมันไปก่อนตามสถานการณ์ที่เป็นจริง  

            ยุโรปอเมริการะบาดหนัก

            สถานการณ์โควิดในไทยที่มีแนวโน้มกลับมาระบาดระลอกที่ 5 หลังฉลองปีใหม่  หากยังไม่ปลุกให้รัฐบาลตื่นตัวพอก็อยากให้ช่วยกันติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดโดยในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ทำท่าจะผจญวิกฤติด้านสาธารณสุขอีกครั้ง

            วันนี้ชาติที่ทำตัวเป็นผู้นำโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นผู้นำยอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 53 ล้านราย เสียชีวิตสะสมทะลุ 8.4 แสนราย มีผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 2 แสนราย/วัน  แม้จะเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์ และโมเดอร์นา  แต่มีปัญหาการฉีดวัคซีนยังไม่ถึง 70% ของจำนวนประชากร 330 ล้านคน โดยมี 200 ล้านคนที่ฉีดครบโดส  48 ล้านคนที่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น  อีกประมาณ 90 ล้านคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน  ซึ่งมีทั้งความเชื่อในเสรีภาพ  ความเชื่อว่าโควิด-19 เป็นวัตถุประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้ใครอยู่หรือตาย  ความรู้สึกต่อต้านวัคซีน  หรือคิดแม้กระทั่งว่าเป็นแผนของรัฐบาลที่จะฝังนาโนชิปเพื่อสอดแนมพลเรือน

          ส่วนที่ยุโรปนั้นประเทศอังกฤษ มียอดติดเชื้อสะสม 12.2 ล้านราย สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก  เสียชีวิตสะสมมากกว่า 1.48 แสนราย  ติดเชื้อใหม่มากกว่าวันละ 1 แสนคน  ขณะที่ฝรั่งเศสมียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 9 ล้านราย  เสียชีวิตสะสมมากกว่า 1.22 แสนราย ก็กำลังเผชิญปัญหาหนักเมื่อผู้ติดเชื้อโอไมครอนพุ่งมากกว่าวันละ 1 แสนรายเช่นกัน  ทำให้รัฐบาลต้องเรียกร้องให้ประชาชนเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นและกลับมาใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ

         จีนเข้มโควิดเป็นศูนย์

         เทียบกับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่อเมริกาไล่ฟัด  วันนี้รัฐบาลจีนที่ยึดนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์”ได้ระดมฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนแล้วมากกว่า 1,000 ล้านคน หรือกว่า 77% ของจำนวนประชากร 1,439 ล้านคน  โดยตั้งเป้าหมายไว้ไม่ต่ำกว่า 80% เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่

          จีนเข้มงวดกับโควิด-19 ถึงขนาดสั่งล็อคดาวน์เมืองซีอานที่มีประชากร 13 ล้านคนหลังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา 140 คน  ลงโทษเจ้าหน้าที่เมืองที่หละหลวมปล่อยให้เกิดการระบาด  เพราะกำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์

           เศรษฐกิจเปราะบางไม่แน่นอน

           ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวเรือเศรษฐกิจของรัฐบาลต้องพูดบวกให้ความหวังว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2565 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ให้ขยายตัวได้ที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี

          ส่วนมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจปี 65 มีทั้งความท้าทาย และเปราะบางต่อความเสี่ยงที่จะเจอวิกฤติอีกระลอก  ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ศึกษาว่าเศรษฐกิจไทยปี 2565 น่าจะขยายตัวประมาณ 3.9% ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายประการคือ   การควบคุมโรคระบาดโควิด-19   ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีจีนเป็นปัจจัยสำคัญ และ  ภาวะเงินเฟ้อ 

           ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ให้ความเห็นว่าในปี 2565 ความไม่แน่นอนและความไม่สมดุลในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ต่อไป  เช่นเดียวกับปี 2563-2564 ที่ผ่านมา    โดยมีปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ 5 ประการคือ 1.การระบาดของโควิด-19  2.รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  3.เงินเฟ้อสูง  4.นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกที่แตกต่างกัน และ 5.ทิศทางของประเทศจีน

           ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  มองการเติบโตปี 2565 แบ่งเป็น 3 กรณี  1. หากปี 2564 โตได้ 1.5% ปี2565 จะโต 4.2%  กรณีที่ 2.หากแย่กว่าที่คิดปี2564 โตแค่ 1.3% ปี 2565จะโต 3.6%  กรณีที่ 3. หากดีกว่าที่คาด ปี 2564 โตถึง 1.7% ปี 2565 จะโต 4.5%

          ไม่ว่านักเศรษฐศาสตร์จะพยากรณ์ยังไงแต่ปัจจัยสำคัญที่สุดของสยามประเทศก็คือ “นักการเมือง”ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความสามารถแย่งชิงอำนาจกันได้ทุกสถานการณ์

           การเมืองปีเสือลำบาก

           นักวิเคราะห์การเมืองมองปี 2565 น่าจะเป็น “ปีเสือลำบาก”สำหรับรัฐบาล โดยเฉพาะ “ลุงตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เวลานี้เหมือนขี่หลังเสือที่อยากลงก็ลงไม่ได้  อาจจะด้วยเหตุผลที่ ส.ว.วันชัย สอนศิริ โพลต์เฟสบุ๊กไว้ว่า  ปี2565รัฐบาลอาจไปไม่รอด  เพราะนักการเมืองมีทั้งเสือหิวและเสือซุ่มที่พร้อมจะรุมขย้ำสร้างปัญหาได้ตลอดเวลา  อุบัติเหตุทางการเมืองพร้อมจะเกิดได้ทุกเมื่อ

         รัฐบาล 3 ป.มีการแสดงความพยายามจะอยู่ยาวให้ครบวาระในปี 2566  แต่ก็มีความคาดหวังว่าจะมีการยุบสภา คืนอำนาจแก่ประชาชนสำหรับการเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข

          ระหว่างนั้นอาจจะได้เห็นการประลองกำลังระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านในศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในช่วงกลางปี  เช่นเดียวกับจะได้เห็นการกลับมาของม็อบเยาวชนที่ออกมากดดันรัฐบาลทวงคืนประชาธิปไตย  มีโอกาสที่ม็อบเกษตรกรจะบุกกรุง หรือกลุ่มคนอาชีพต่างๆที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและผลจากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อออกมาเรียกร้องการช่วยเหลือจากรัฐบาล

          สุดท้ายแล้วถนนทุกสายยังคงมุ่งสู่พรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำของรัฐบาล ที่ซูเปอร์โพลยกก้นให้ “บิ๊กป้อม” พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค เป็น “บุคคลแห่งปี2564”แม้จะไม่เคยรู้อะไรสักอย่างก็ตาม  

Advertisement
Facebook Comments

Related post