Digiqole ad

พส. โดย นิคมสร้างตนเองบางระกำ จ.พิษณุโลก จัดประชุมระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนเตรียมการปลูกกัญชา และ กัญชง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกนิคมฯ

 พส. โดย นิคมสร้างตนเองบางระกำ จ.พิษณุโลก จัดประชุมระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนเตรียมการปลูกกัญชา และ กัญชง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกนิคมฯ

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปลูกกัญชาและกัญชง สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายจุติ ไกรฤกษ์) ต่อเนื่องจากการประชุมขับเคลื่อนโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 12 กระทรวง และหนึ่งหน่วยงาน (MOU) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

Advertisement

 

ซึ่งได้มอบแนวทางให้นิคมสร้างตนเองบางระกำ ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกนิคมฯ ปลูกกัญชาและกัญชงโดยใช้ที่ดินนิคมฯ ดำเนินการเป็นแปลงต้นแบบนำร่อง ให้เกิดผลสำเร็จ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกนิคมฯ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยมุ่งเน้นดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงเป็นต้นแบบและแหล่งศึกษาเรียนรู้ของประชาชนทั่วไป ซึ่งการประชุมดังกล่าว นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นำทีมจัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการปลูกกัญชา และ กัญชงให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยพร้อมเพรียงกันกว่า 60 คน ณ ห้องประชุมสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ในการนี้ คณะผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่แปลงที่ดินที่นิคมฯบางระกำได้วางแผนไว้สำหรับการเพราะปลูกกัญชงและกัญชา ณ นิคมสร้างตนเองบางระกำ อีกด้วย

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า การปลูกกัญชาและกัญชงจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ราษฎรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนซึ่งอยู่อาศัยในพื้นที่นิคมฯและเป็นสมาชิกนิคมฯได้ เพราะในปัจจุบันนี้การปลูกกัญชาและกัญชงเปิดกว้างมากขึ้นและน่าจะถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าให้แก่ราษฎรในพื้นที่นิคมฯซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคงขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการควบคุมดูแลให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะกัญชายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อยู่ ถึงแม้จะปลดล๊อกแล้วก็ตาม แต่การปลดล๊อกนั้นเป็นการอนุญาตให้นำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเพื่อการศึกษาวิจัยได้เท่านั้น

นายกันตพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า การประชุมในวันนี้ ถือเป็นการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในความร่วมมือกันผลักดันให้สามารถสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม เน้นย้ำว่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งครั้งนี้ นายอัครโชค สุวรรณทอง นายอำเภอบางระกำ ให้ความสำคัญและให้เกียรติมาร่วมประชุมด้วยตนเอง และยังมีหัวหน้าหรือผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกันหลายหน่วยงาน ได้แก่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดซึ่งนำทีมเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุขจังหวัดในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วยอีกกว่า 20 คน รวมถึง รพสต.โดยรอบนิคมฯ อีกทั้ง เกษตรอำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรนิคมสร้างตนเอง คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) นำทีมโดย ผศ. ดร. วรเดช ณ กรม ผู้ช่วยอธิการบดี และรศ.ดร.สุขกิจ ยะโสโธศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำทีมรวมกว่า 10 คน รวมถึง คุณพญา ธาราวุฒิ ประธานกลุ่มสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ภาคเหนือตอนล่าง1 และคุณบรรจง ดีเหลือ ประธานสมาพันธ์เเอสเอ็มอีไทย จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมงานบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ และฝ่ายปฏิบัติการผลิต โครงการเอส 1 นำโดย นายชัยยุทธ ดโนทัย ผู้จัดการแผนกจัดหาที่ดิน ใบอนุญาต และบริการงานปฏิบัติงาน นำทีมเข้าร่วมประชุมให้ความร่วมมือเตรียมการสนับสนุนในส่วนการสร้างโรงเรือนเพาะปลูกตามความเหมาะสม และหัวหน้าหน่วยงาน One Home พม. จังหวัดพิษณุโลก ทุกหน่วยงาน และในการประชุมนี้จะขาดไม่ได้เลยเลย คือ ภาคประชาชน นำโดยผู้นำชุมชน และประธานกลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ตำบลหนองกุลา ซึ่งนำทีมเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 20 คน ทำให้การประชุมในครั้งนี้มีความชัดเจนในทิศทางการขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในทุกกระบวนการดำเนินงาน

สุดท้ายนี้ นายกันตพงศ์ ได้ฝากความหวังในความร่วมมือของทุกภาคส่วนในที่ประชุมร่วมกันในเบื้องต้นถึงทิศทางการขับเคลื่อน เริ่มจากการตั้งคณะทำงานโดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน การขออนุญาตและการขึ้นทะเบียนผู้ปลูก การกำหนดพื้นที่ การตรวจสภาพดิน การทำสัญญาระหว่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับ หน่วยงานรัฐ/ มน. ตลอดจน มน. ศึกษาวิจัยผลิตผลที่ได้จากกัญชาและกัญชง เพื่อทำผลิตภัณฑ์ใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์และด้านอื่นๆ ตลอดจนการเตรียมการสร้างโรงเรือน ระบบ SMART จำนวน 2 แปลง (กัญชงและกัญชา) โดยพิจารณาให้การสนับสนุนจาก ปตท.สผ. ตามความเหมาะสม สำหรับในรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ ที่ประชุมได้ขอตั้งกลุ่มไลน์ขับเคลื่อนกัญชาและกัญชาเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้พูดคุยแลกเปลี่ยนและจัดส่งข้อมูลต่างๆ ประกอบการดำเนินงานแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/4QK0j

Related post