Digiqole ad

“พล.อ.ประยุทธ์”ผูกปม..ควรตั้งโต๊ะกลม หาทางลงเพื่อการเจรจา

 “พล.อ.ประยุทธ์”ผูกปม..ควรตั้งโต๊ะกลม หาทางลงเพื่อการเจรจา

“ปากเป็นกระสุน หนุนแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้การเมืองดี เศรษฐกิจดี”

พูดจนปากฉีก แต่ไม่ลงมือปฏิบัติ ก็อยากจะไล่ “ทหารแก่” และ “สว.ลากตั้ง” ออกไปจากเขตอำนาจ-หน้าที่

เห็นอาการพูดเป็น “นกแก้ว-นกขุนทอง” พูดไม่หยุด พูดไม่รู้ความ พูดไปเรื่อย หาแก่นสารสาระเป็นชิ้นเป็นอันอะไรไม่ได้..หาก “ประชาธิปัตย์” และ “ภูมิใจไทย” อยากให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ กลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน

Advertisement

และให้ “สว.ลากตั้ง” ที่เป็นส่วนเกิน ของ “อำนาจประชาธิปไตย” ถูกถอนรากถอนโคน ออกจากการเมืองพ้นไป.. “ประชาธิปัตย์” หรือ “ภูมิใจไทย” อย่าสำแดงตนเป็นคนปากดีคิดแก้รัฐธรรมนูญ ต้องลาออกจากรัฐบาลเท่านั้น

“พล.อ.ประยุทธ์” ทหารแก่ ๆ …ไม่มี ๒ พรรคคอยคุ้มครองดูแล ก็สิ้นสภาพลงไป-ฉับพลัน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เป็นความหวังเล็ก ๆ ว่าจะสร้างสเปคให้กับเด็กเยาวชน มีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า”

เพราะการ “ผ่านร้อน-ผ่านหนาว” กันมาเจ็ดย่านน้ำ ของ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ช่วงบั้นปลายท้ายชีวิต น่าฝากความดีแก่แผ่นดิน-อย่างมีค่า

จับมือประสานสร้างความกลมเกลียว เพื่อนำ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกฯ และ อดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาชูธง “พรรคแม่ธรณีบีบม้วยผม”

เพราะ “ประชาธิปัตย์” ยุค “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” เป็นหัวหน้าพรรคนั้น..เหมือนกับ “ไก่เขี่ย-เรี่ยดิน” ไม่มีบารมี..กลายเป็น “พรรคการเมือง” ที่อยู่นอกวง เพราะ “จุรินทร์” ไปศิโรราบ..ต้องเอา “อภิสิทธิ์” กลับมา

“อภิสิทธิ์” เป็นเพชรเม็ดเอก.. “จุรินทร์” แค่ตัวประกอบรับบทเก๊ก ๆ นับวัน-เสื่อมราคา

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เสียงประชาชน เป็นผลลัพธ์ความหย่อนยานของรัฐบาล”

“ชุมนุมชน-หมู่บ้านทะลุฟ้า” กลายเป็นกำลังกองหน้า ที่ “นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา” โดนด่า-โดนขับไล่ กันเป็น-รายวัน

“ประชาชนเหล่านี้” ถือว่าเป็น “กระจกบานใหญ่” ที่ส่องสะท้อนให้ “ระบอบประยุทธ์” ได้เห็นความจริง ว่ามีผลงานล้มเหลวแก่ชาติ และแผ่นดินเพียงใด

มีที่ไหน “สิทธิเสรีภาพ” ที่ไม่ยอมให้ “ประชาชนแสดงออก” ถึงความเป็นจริง ที่คับทรวง ปัญหาเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง จะมาปิดปากไม่ให้เขาพูดความจริงได้อย่างไร..”พล.อ.ประยุทธ์” กลัวความจริง แต่ไม่ควรทิ้งประชาชน

“ราษฎร” ไม่ใช่ศัตรู..เอาความจริงมาให้รู้ ต้องเข้าใจใน-เหตุผล

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ดู-ดูเหมือนว่าวเริงร่าย จุฬาคว้าส่าย ปักเป้าเจ้าย้ายเริงร่า”

“ยิ่งดู..ดูเหมือนว่า เจ้าจุฬาคว้าไป ไม่มีผ่อนเบา” ..เพราะ “จุฬา” ถือว่ามีกำลังเหนือกว่า แต่ทำอะไรต้องอยู่ในกรอบ-ให้เข้าท่า

การชุมนุมของประชาชน ที่นำทั้ง “ว่าว” ที่มีหน้าของ “อานนท์-เพนกวิน-ไผ่-ไมค์-รุ้ง-สมยศ-หมอลำแบงก์” เพื่อทวงสิทธิ์ในการปล่อยตัว เป็นตามมาตรฐานโลก ที่อยู่ตามกฎแห่งมาตรา..

ใช้สนามหลวง เป็นที่เล่น “ราษเก็ต” เป็นบริบทการเมือง ในการแสดงตนอย่างมีคุณภาพ ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มาร่วมไถลไถสเก็ตกลางสนามหลวง..เพิ่มสีสันการเรียกร้องอย่างสันติ ร่วมกับ “รีเด็ม”

“จุฬา” คิดว่ามีกำลังถึงเข้าโจมตีเอา..สุดท้ายถูก “เหนียงปักเป้า” เกี่ยวลงมาคลุกฝุ่น-กันเต็ม ๆ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“รถจีโน่ฉีดน้ำพลังสูง ก็สลายความมุ่งมั่นของราษฎรไม่ได้”

ใช้กันมากี่ครั้ง ใช้กันมากี่หน เพื่อรักษา “ระบอบประยุทธ์” เพียงเพื่อคน-คนเดียว มันคงจะไม่ไหว

ควรใช้การเจรจาโต๊ะกลม กลางที่สาธารณะ เพื่อพา “ประเทศไทย” ให้พ้นจากวิกฤต ที่ติดอย่างต่อเนื่องยาวนานมาจวบ จะขวบปีแล้ว

ยังไม่เห็นฝ่ายผู้มีอำนาจ ทอดสะพานเสรีภาพ เพื่อระงับและยุติประเด็นการเมืองกันเสียที..ณ.เวลา ๑๙.๐๑ น. มีการฉีดน้ำ และ มีเสียงคล้ายระเบิดดัง ที่หลังตู้คอนเทนเนอร์  การใช้เสียง มีแต่เสี่ยงหาจุดลงไม่ได้มากกว่า

“นายกฯประยุทธ์” คือผู้ผูกปม..ควรตั้ง “โต๊ะกลม” เพื่อเจรจา น่าได้ขอยุติที่-เข้าท่า

“กะพรุนไฟ”

๒๑ มีนาคม ๒๕๖๔

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/b4r6f

Related post