Digiqole ad

‘พฤกษา’ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ‘Tomorrow. Reimagined.’    

 ‘พฤกษา’ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ‘Tomorrow. Reimagined.’    

ช่วงวิกฤติสถานการณ์โควิด-19ที่โหมกระหน่ำเช่นนี้  ผนวกกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและของโลกเองก็คงจะไม่ฟูฟ่อง  แต่ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจต้องกัดฟันสู้กันต่อไปให้ได้   ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เองก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป   และช่วงนี้เข้าสู่ช่วงไตรมาสสองแล้ว จึงเป็นช่วงที่บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ทยอยเปิดผลประกอบการไตรมาสแรกว่าเป็นอย่างไร? 

หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่น่าสนใจคือ บริษัท พฤกษา  เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)”  ล่าสุดได้เผยถึง ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 ที่กวาดยอดขายได้ถึง  6,940 ล้านบาท มีรายได้   6,888 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 606 ล้านบาท  ทั้งมีการศึกษาแนวโน้ม เกาะกระแสเทรนด์โลก มุ่งสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่รองรับการใช้ชีวิตของคนไทยทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า  พร้อมดึงโรงพยาบาลวิมุตมาร่วมสร้างสรรค์ชุมชนให้น่าอยู่มากขึ้น   ผลักดันการสร้างและรักษาสุขภาพที่ดีของคนในชุมชนทั้งในและแวดล้อมโครงการพฤกษา  

ต่อเรื่องนี้ นาย ปิยะ  ประยงค์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)  ได้เผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564  สามารถทำยอดขายได้ 6,940  ล้านบาท  เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา   ทำรายได้ที่ 6,888 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7%  และมีกำไรสุทธิ 606 ล้านบาท  โดยสัดส่วนของยอดขายมาจากทาวน์เฮาส์ 51%  บ้านเดี่ยว 29%  คอนโดมิเนียม 20%  และมีโครงการที่เปิดตัวในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,915 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์เฮาส์ 4 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ ทั้งนี้ยังคงแผนเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ตามเดิมที่ 29 โครงการ มูลค่ารวม 26,630 ล้านบาท    เตรียมงบประมาณการซื้อที่ดินนั้นในไตรมาสแรกมีcash flow  ประมาณ 3,000 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะมีประมาณ 10,000ล้านบาท  ทำให้คาดว่าน่าจะสามารถซื้อที่ดินได้ในราคาที่ถูก

ด้วยบิซิเนสโมเดล (Business Model) ใหม่ของพฤกษา  ที่จะเน้นการพัฒนาโครงการให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซกเมนต์   ทำให้โครงการที่เปิดใหม่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ยกตัวอย่างโครงการที่เปิดใหม่   ช่วงปลายไตรมาส 1 ได้แก่ บ้านพฤกษา ลาดกระบัง-ฉลองกรุง และ เดอะ แพลนท์ ซิตี้ ดอนเมือง-พหลโยธิน   ซึ่งสามารถทำอัตราการขาย ณ สิ้นเดือนเม.ย.  สูงถึง 83% และ 93% ตามลำดับ ประกอบกับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นที่จัดต่อเนื่อง   ส่งผลให้สามารถลดสินค้าคงค้าง (Inventory) ลงไปได้ 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คงเหลือมูลค่า 11,731 ล้านบาท    

ล่าสุดแคมเปญส่งเสริมการขาย “พฤกษา คุ้ม จบทุกดีล” ที่เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วยเร่งยอดขายและยอดโอนสำหรับบ้านพร้อมอยู่  ราว 1 เดือน สามารถสร้างยอดขายไปได้ 1,058 หน่วย  มูลค่า 2,155 ล้านบาท  โดยมีแบ๊คล็อคคอนโดมิเนียมที่จะโอนในปีนี้ประมาณ 11,000 ล้านบาท  เป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จจะทยอยโอน 60% ในช่วงไตรมาสสาม และอีก40% จะโอนในช่วงไตรมาสสี่ ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ปีนี้  

“ด้านแผนการดำเนินงานในช่วงปีที่เหลือ พฤกษาได้มีการศึกษาเทรนด์ของโลก  ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเร็วขึ้นกว่าที่เคย  ในฐานะผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย จึงใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย   ในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริโภคสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกล่วงหน้า  โดยจับ 3 แกนหลักของเทรนด์โลกที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในวันนี้และอนาคต  ได้แก่  1. เทรนด์การใส่ใจด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness Redefined) โดยจะดึงความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลวิมุตเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ ใส่ใจดูแลสุขภาพของลูกบ้านพฤกษาได้อย่างครบวงจร 

2. เทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป (Lifestyle Disruption)  ยกตัวอย่างเช่น แนวโน้มการทำงานจากบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น การให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ในบ้าน การใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ หรือ Internet of Things (IoT) ผนวกในใช้ในชีวิตประจำวัน   และ 3. เทรนด์รักษ์โลกและการสร้างความยั่งยืน  เพราะพฤกษาเชื่อว่าการมีบ้านเป็นการลงทุนทั้งชีวิต  ไม่ใช่แค่เพื่อการใช้ชีวิตในวันนี้ แต่ต้องถูกคิดเพื่อชีวิตในวันพรุ่งนี้ด้วย   ซึ่งเป็นที่มาของทิศทางในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไปของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “ พฤกษา ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต “Tomorrow. Reimagined.” “ ซึ่งถือเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่า พฤกษาไม่หยุดที่จะคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการ  เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า 

สำหรับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ระลอก 3 นี้คิดว่าปีนี้กับปีก่อนมีความแตกต่างกัน โดยปีก่อนไตรมาสสองนับเป็นจุดต่ำสุดแต่ปีนี้เดือนเมษายนเดือนเดียวยอดขายไม่ตก  ส่วนภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์มองว่าเซกเมนต์ตลาดล่างต่ำกว่า 2 ล้านบาท การตัดสินใจซื้อจะยาวนานขึ้น  ซึ่งอาจมีผลกระทบบ้าง  ตลาดบนจะหยุดนิ่ง และระดับผู้ซื้อที่มีรายได้  30,000-100,000 บาทจะยังเป็นเซกเมนต์ที่ขายดียอดเติบโตถึง 50%  ซึ่งปีนี้คิดว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว  

ส่วนบริษัทนั้นสินค้าที่ขายดีจะเป็นกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ ราคา 2-3 ล้านบาท  บ้านเดี่ยวราคา 5-15 ล้านบาท  รายได้ 50,000-100,000 บาทจะเป็นกลุ่มที่ขายดีมากเติบโตราว  60%  ส่วนคอนโดมิเนียมที่ขายดีจะอยู่ที่ราคา 2-5  ล้านบาทและต้องเป็นคอนโดพร้อมอยู่  ซึ่งปีนี้คาดว่าน่าจะมีอัตราเติบโตอย่างน้อย 5% ขึ้นกับการฉีดวัคซีนด้วย  และหากหลังโควิด-19 ถ้าชวนชาวต่างชาติรายได้ดีเข้ามาจะช่วยกระตุ้นอสังหาฯได้  

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัญหาใหญ่คือ  เรื่องกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะคนไทยเซกเมนต์ล่างจะเป็นปัญหาใหญ่เพราะการขอสินเชื่อยาก  ส่วนปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานและวัสดุก่อสร้างนั้นทางบริษัทได้ปรับแผนมาใช้เป็นผู้รับเหมารายใหญ่  จึงทำให้มีผลกระทบน้อย และเมื่อปรับแผนเช่นนี้  ทำให้การใช้บุคคลากรของบริษัทน้อยลงและสามารถโยกย้ายบุคคลากรไปทำงานด้านอื่นได้มากขึ้น   ทำให้มีเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  มีเวลาพูดคุยกับลูกค้าได้มากขึ้น พูดคุยถึงการดีไซน์รวมไปถึงพื้นที่ต่างๆที่จะทำให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น  ทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างดี

นอกจากนี้แล้วด้านพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสมัย  โดยมีการใช้การ Search และ Digital มากขึ้น มีการศึกษารายละเอียดมากขึ้น  ทำให้เรื่อง Digital เป็นเรื่องที่สำคัญมาก  และโดยเฉพาะแนวราบเรื่องการดีไซน์ สเปซให้ลูกค้าได้ชมเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะช่วงนี้คนอยู่บ้านมากขึ้นจึงมีเวลาในการศึกษามากขึ้นไปด้วย  ทางบริษัทจึงได้ศึกษาร่วมกับทางโรงพยาบาลวิมุตในการนำเรื่องสุขภาพมาดีไซน์  จะช่วยให้ลูกค้าเรื่องของความเป็นอยู่ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุด้วย   

ดังนั้นการทำการตลาดจะเน้นที่ออนไลน์มากขึ้นถึง 70-80%  เพราะคนมีเวลาอยู่บ้านใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ดูรายละเอียดโครงการมากขึ้นและที่เหลือจะต้องทำควบคู่ไปกับออฟไลน์ที่จะเข้ามาช่วยด้วย  ซึ่งจะเป็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไป เป็นการทำงานในยุคโควิด-19   และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังนี้สถานการณ์น่าที่จะดีขึ้นเพราะมีวัคซีนเข้ามาเสริม อีกทั้งมีโรงพยาบาลวิมุต เข้ามาเสริมรายได้อีกทาง

ด้านนายแพทย์กฤตวิทย์    เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุตโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวเสริมว่าโรงพยาบาลวิมุตได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “อีกระดับของการรักษาด้วยความใส่ใจ” ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูก  สมองและหัวใจ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย    ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการรวมถึงกลุ่มแพทย์ที่เข้ามารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างคับคั่ง   ซึ่งทางโรงพยาบาลวิมุตได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกด้วย  

นอกจากนี้ มีแผนดึงกลุ่มลูกค้าพฤกษาเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลมากขึ้น เพราะถือว่าลูกค้าของพฤกษามีโรงพยาบาลส่วนตัว  โดยมอบสิทธิพิเศษเฉพาะลูกบ้านในโครงการพฤกษา อาทิ ส่วนลดค่ายาและค่าห้อง ส่วนลดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้คำปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ (Telemedicine) บริการรถพยาบาลฉุกเฉินในระยะทางที่กำหนด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นต้น

 อีกทั้งทางโรงพยาบาลยังได้จัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพในราคาพิเศษเพียง 999 บาท สำหรับประชาชนทั่วไป  ซึ่งมีหลายการตรวจที่หลากหลาย  สามารถเลือกแพ็คเกจที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง โดยลูกค้าพฤกษาที่ต้องการรับสิทธิ์ และผู้สนใจแพ็กเกจตรวจสุขภาพ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่าน www.vimut.com  หรือสอบถามโทร. 02-079-0000

ทั้งนี้โรงพยาบาลวิมุตมีแผนระยะยาวที่ต้องการสร้าง  Ecosystem หรือ สภาพของการสร้างสังคมสุขภาพที่ดีของคนไทย โดยจะทำให้คนในชุมชนละแวกใกล้เคียงโรงพยาบาล  และใกล้เคียงโครงการพฤกษา สามารถเข้าถึงศูนย์สุขภาพ อาทิ คลินิก ศูนย์กายภาพ ศูนย์ดูแลและบริบาลผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Home Health Care) ในโครงการพฤกษาได้ง่ายขึ้น เพื่อมุ่งสร้างสรรค์และยกระดับชุมชนน่าอยู่ที่ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพ   พร้อมตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างครบวงจร โดยมีโรงพยาบาลวิมุต เป็นศูนย์กลางการรักษาระดับสูงและมีหน่วยบริการย่อยคือ  ศูนย์สุขภาพ (Health Center) กระจายสู่ชุมชนต่างๆ เพื่อการเข้าถึงบริการที่ใกล้บ้านมากขึ้น

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/YHnL4

Related post