Digiqole ad

พรรคการเมืองต้องฟังเสียงประชาชน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง

 พรรคการเมืองต้องฟังเสียงประชาชน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง
Social sharing
Digiqole ad
ก้าวไกลจัดเสวนา ‘ก้าว Camp’ ชูมิติใหม่ให้ประชาชนเสนอ-โหวตหัวข้อพูดคุย ตอกย้ำความสำคัญพรรคการเมืองต้องฟังเสียงประชาชนทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง พร้อมขยายผลในที่ประชุมวิสามัญพรรค ก.ย.นี้.
เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ที่สำนักงานพรรคก้าวไกล จัดงานเสวนา ‘ก้าว Camp’ เป็นพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชน รูปแบบกิจกรรมเป็น BarCamp คือการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่ไม่มีการกำหนดหัวข้อล่วงหน้า แต่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นผู้เสนอและโหวตหัวข้อที่ต้องการพูดคุย เมื่อได้ผลโหวตจึงแยกห้องพูดคุยตามหัวข้อ แบ่งเป็น 4 ห้องย่อย
ผู้ร่วมเสวนา ทั้งที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและ walk-in มีจำนวนกว่า 100 คน หลายคนเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ
โดย 4 อันดับแรกของหัวข้อที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ร่วมงาน ได้แก่ (1) ทำไมเราถึงปฏิรูประบบราชการไม่เสร็จสักที (2) การเดินทางและคมนาคมที่ควรจะเป็น (3) การเพิ่มโอกาสในการทำงานของคนอายุมากกว่า 35 และการป้องกันการผูกขาดจากนายทุน และ (4) การจัดการขยะอาหารในประเทศไทย
สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่มาร่วมเป็นกระบวนกร (Facilitator) ในหัวข้อต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย ด้านดิจิทัล (ก้าวGeek) ด้านสิ่งแวดล้อม (ก้าวGreen) และ ด้านการศึกษา (ก้าวLearn)
เช่น ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พูดเรื่อง AI จับโกง เล่าประสบการณ์การทำงานในสภาฯ ที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ พบอุปสรรคที่สำคัญคือข้อมูลภาครัฐมีความกระจัดกระจาย ดังนั้น หากมีประชาชนหรือเครื่องมืออย่าง AI เข้ามาช่วยชี้เป้าให้เห็นความผิดปกติ จะทำให้การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น สส. สามารถติดตามเรื่องนั้นต่อได้ทันที, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พูดเรื่องระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Economy), ศนิวาร บัวบาน ศุภโชติ ไชยสัจ และ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี พูดถึงเทคโนโลยีกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังมี ไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พูดถึงเบื้องหลังน้ำประปาดื่มได้ สู่น้ำประปา IoT อาจสามารถ, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ผู้จัดรายการแนวท่องเที่ยวเชิงผจญภัย พูดถึงสิ่งแวดล้อมกับสงคราม และ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด พูดเรื่องการจัดการไฟป่า
ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหนึ่งในผู้จัดกิจกรรม กล่าวว่า หลังผ่านการเลือกตั้ง ประชาชนได้ส่งเสียงเป็นมติมหาชนว่าต้องการพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านมาเราเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากกติกาภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
พรรคก้าวไกลเชื่อว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน จึงจัดกิจกรรมรูปแบบ BarCamp ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของกิจกรรมทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้ส่งเสียงออกมาอย่างเท่าเทียมกันว่าต้องการให้เราดำเนินนโยบายอะไรและอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ
โดยตั้งใจสะท้อนความเห็นเหล่านี้ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน
พรรคการเมืองต้องฟังเสียงของพี่น้องประชาชน เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเข้าคูหา ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งประชาชนมีสิทธิมีเสียงที่สำคัญ
ก่อนเลือกตั้งประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องติดตามฟังนโยบายของพรรคการเมือง หลังเลือกตั้งก็มีส่วนสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบ
ไม่ใช่มอบอำนาจให้นักการเมือง แล้วนักการเมืองจะเอาอำนาจนั้นไปใช้แบบไหนก็ได้ที่ผิดสัญญาประชาชน
ขณะที่ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนสะท้อนว่า เป็นเรื่องดีที่ได้เห็นกิจกรรมลักษณะนี้ ขอสนับสนุนให้จัดต่อไป เพราะเป็นช่องทางทำให้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญต่างกันได้มาแลกเปลี่ยนความเห็น พรรคการเมืองจะรู้ว่าคนแต่ละกลุ่มกำลังคิดอย่างไร และสามารถทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
ที่มา : เพจพรรคก้าวไกล
Facebook Comments

Related post