Digiqole ad

พงษ์ระวี วางใจใช้รถบรรทุกสแกนเนีย ขนส่งวัตถุอันตรายอย่างยั่งยืน

 พงษ์ระวี วางใจใช้รถบรรทุกสแกนเนีย ขนส่งวัตถุอันตรายอย่างยั่งยืน

         พงษ์ระวี บริษัทขนส่งวัตถุอันตรายชั้นนำในอาเซียน รับส่งมอบรถบรรทุกสแกนเนีย 21 คันมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท สร้างกลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน ทำให้ดำเนินธุรกิจมัดใจลูกค้าได้ง่ายขึ้น สามารถบริหารธุรกิจควบคุมต้นทุนตรงตามเป้าหมาย สร้างระบบขนส่งได้อย่างยั่งยืนพร้อมกับมีผลกำไรอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

           นายสุรศักดิ์ บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพงษ์ระวี จำกัด เปิดเผยภายหลังจากการรับมอบรถบรรทุกสแกนเนียจำนวน 21 คัน พร้อมสัญญางานบริการหลังการขาย มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ปัจจุบันพงษ์ระวีได้เติบโตพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพด้านการขนส่งน้ำมันและวัตถุอันตราย ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล รวมทั้งระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันชั้นนำของประเทศ อย่างเช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท เชลล์(ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด และบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทชั้นนำใประเทศเพื่อนบ้าน เช่น บริษัท เชื้อไฟลาว จำกัด ,บริษัท ปิโตรเวียดนามออยล์ จำกัด ,บริษัทเชื้อไฟอินโดจีน จำกัด ได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ทางบริษัทพงษ์ระวีได้ขยายธุรกิจโดยการสั่งซื้อรถสแกนเนียเพิ่มอีก 21 คัน เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขนส่งระดับสูง นอกจากตัวรถบรรทุกแล้ว สแกนเนียยังสามารถตอบโจทย์งานบริการครบวงจร ที่ทำให้พงษ์ระวีสามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น บริหารควบคุมต้นทุนงานบริการหลังการขายในยุคเงินเฟ้อ น้ำมันแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างระบบการขนส่งที่ยั่งยืน พร้อมมีผลกำไรอย่างต่อเนื่อง

             “พงษ์ระวีไม่ได้มองว่าสแกนเนียเป็นเพียงรถบรรทุก แต่สแกนเนียเป็นเสมือนพันธมิตรทางธุรกิจ เมื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของพงษ์ระวี ร่วมกับพันธมิตรอย่างสแกนเนียทำให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำเกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือ ทั้งประสิทธิภาพในการทำงานของเรา และพันธมิตรที่เราเลือกใช้ โดยรถสแกนเนียที่สั่งเพิ่มคือรุ่P 410  จำนวน 21 คัน จากที่เรามีรถสแกนเนียอยู่แล้ว 74 คัน ซึ่งทางสแกนเนียก็สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับโจทย์การใช้งานของเรา ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบห้องโดยสารให้เหมาะกับการขับขี่ของพนักงานขับรถ การจำกัดน้ำหนักของรถเพื่อเพิ่มสมรรถนะความคล่องตัว และขนส่งสินค้าได้มากขึ้น ระบบความปลอดภัยระดับสูง ให้มีความเหมาะสมกับงาน รวมถึงสัญญาบริการระยะยาว เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้รับสัญญาสัมปทานระยะยาว เราเองก็บริหารต้นทุนในการทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจุบันธุรกิจของบริษัทพงษ์ระวี กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นการขนส่งพลังงานเชื้อเพลิง ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นการขนส่งรถส่วนบุคคลให้กับทางบริษัทรถยี่ห้อชั้นนำอย่างโตโยต้า ฮอนด้าและฟอร์ด นอกจากนี้ยังมีการขนสินค้าจำพวกวัตถุระเบิด เชื้อปะทุและดินระเบิดนายสุรศักดิ์กล่าว

                ด้านนายสมพรชัย โสภาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทพงษ์ระวี จำกัด กล่าวเสริมว่า นอกจากเรื่องประสิทธิภาพของรถบรรทุกที่ต้องใช้ในการทำงานแล้ว ส่วนหนึ่งที่ทางพงษ์ระวีคำนึงถึงก็คือพนักงาน ซึ่งทางบริษัทพยายามทำให้ทุกคนในองค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุข มีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางเพื่อสร้างก้าวหน้าให้กับองค์กรได้ตลอดเวลา

                 “ทางบริษัทมีการอบรมพนักงานขับรถอยู่ตลอดเวลา และพนักงานขับรถทุกคนต้องมีความชำนาญ สามารถขับรถได้ทุกคัน ทุกแบบ เรามีการศึกษาหาแนวทางเพื่อให้การขับขี่มีความปลอดภัยสูงสุด และลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด ซึ่งพงษ์ระวียึดมั่นที่จะให้บริการแก่ลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพ ทำงานด้วยจิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อลูกค้า สังคม ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว จึงทำให้ “พงษ์ระวี” ก้าวเป็นผู้นำในการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม และ วัตถุอันตรายของอาเซียน

                   สำหรับสแกนเนีย นั้น นางสาวดวงใจ พงศ์ประเทืองสุข ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการงานขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัดกล่าวว่า สแกนเนียมีนโยบาย “Sustainable Transportation” เพื่อทำให้เรื่องของการขนส่ง และลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน โดยมีบริษัทสแกนเนีย สยาม ลีสซิ่ง (SSL) ทำการอนุมัติสินเชื่อ โดยมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถตกลงเงื่อนไขที่หลากหลายให้เหมาะสมกับธุรกิจลูกค้าได้ เช่น ไม่ต้องวางเงินดาวน์ ระยะเวลาการผ่อนนานถึง 6 ปี ขอเอกสารหลักฐานน้อย ให้เครดิต 90 วัน วิ่งก่อนจ่ายทีหลัง เป็นต้น นอกจากนั้นฝ่ายขายจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางงานบริการให้กับลูกค้า และร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เดินทางไปกับลูกค้า สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการอย่างยั่งยืน” นางสาวดวงใจกล่าวทิ้งท้าย

Advertisement
Facebook Comments

Related post