Digiqole ad

“ผู้ปกครอง”คือผู้เสียสละ..ไม่ใช่ “เสือหิวตะกละ” ฟาดดะ ไม่เห็นหัวใคร

 “ผู้ปกครอง”คือผู้เสียสละ..ไม่ใช่ “เสือหิวตะกละ” ฟาดดะ ไม่เห็นหัวใคร
Social sharing

“มังกร คิดคำนึงถึงแต่ราษฎร เป็นปัจจัยสำคัญ”

ขณะที่ “ลา” คิดหา “อาหาร” จากมือชาวบ้าน กันทุกวี่-ทุกวัน

“พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังเปล่งความคิดโชติช่วงชัชวาล ที่ไม่หมดแสง สิ้นแรงแห่งปัญญา..หยิบ หนึ่งส่วนในร้อยส่วน ที่ “พี่โทนี่” หาทางออกให้กับประเทศไทย เราก็กลับมายืนหัวแถว ไม่ต้องไปอยู่รั้งท้าย ร่วมกับ “มิน อ่อง หล่าย”

คิดแต่รักษารัฐธรรมนูญ ๖๐ เป็น “กล่องดวงใจ” เพื่อที่จะสืบทอดอำนาจ ทางตรงกันข้ามทำลายประเทศมหาศาล ออกกฎหมายมาเพื่อ “รักษาคณะผู้ปกครอง” ทั้งที่การออกกฎหมาย ต้องแก้เพื่อประชาชนส่วนใหญ่

“ผู้ปกครอง” คือผู้ที่เสียสละ..ไม่ใช่ “เสือหิวตะกละ” ฟาดดะ ไม่เห็น-หัวใคร

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เขาไปท่องกันถึงโลกอังคาร เรายังสอนอ่านท่องจำ เป็นนกแก้นกขุนทอง”

“พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ย้ำว่า “หลายสิบปีมานี้ระบบการศึกษาไทย ทำให้คนไทยอ่อนแอ ตามยุคใหม่ไม่ค่อยทัน  เพราะเราถูกสอนให้คิดไม่เป็น เน้นอีคิว ไม่เน้นไอคิว ความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิด เราจึงสู้ประเทศอื่นเขาไม่ได้-ทางสมอง

ที่สำคัญ รายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนต่างกัน ตรงนี้ทำให้คนของเราเคลื่อนตัวลำบาก เราต้องแบกคนจน คนป่วย หรือคนที่ไม่มีกำลังไว้เยอะ เพราะเรามีแต่ผู้ใช้งบประมาณให้หมดเกลี้ยงผ่านไปปีๆ ไม่คิดหารายได้มาทดแทนงบประมาณ

“ซึ่งตอนนี้เราปกครองโดยทหาร ทำให้งบทหารเพิ่มตลอด เราก็ยังซื้ออาวุธแบบเก่า รบแบบเก่าเกิดเฉพาะที่ชายแดน วันนี้รบด้วยหุ่นยนต์ ด้วยโดรน แต่ที่ต้องซื้ออาวุธแบบเก่า เพราะค่าคอมฯดี ยิ่งค้างสต็อกเงินก็มาก

อะไรที่มันตกรุ่น..รสชาติหอมละมุน เหมือนหวานมัน-คับปาก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ย่ำรอยเท้า คิดแบบเก่า ซอยทอปบูตไม่เคลื่อนตัว”

ให้ “ต่างชาติ” เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย ด้วยการ “งดเว้นภาษีนั้น มันเสียเปล่า” ทำมาตั้งแต่รุ่นพระเจ้าเหา มาถึง ยุค “ระบอบประยุทธ์”ยังคิดวนเวียนอยู่แค่-รอบตัว

ต้องใช้ธรรมชาติเป็นใบเบิกนำ เพราะมีต้นทุนเกี่ยวเรื่องธรรมชาติมาก ที่ดูไบประเทศเบอร์หนึ่งของโลกธุรกิจ เขาทำแฮนด์เมดผลิตมาหมดทุกอย่าง นักท่องเที่ยวกลับเยอะมาก ตามไปด้วย

เมื่อไหร่จะใช้ความคิดให้เป็น  ที่เก่งอย่างเดียว “ดูดคนชั่ว” เข้าไปสุมรวมกลุ่มไปอยู่ด้วยกัน  แทนที่จะคิดเพื่อ “ต่ออำนาจ” ..ควรคำนึงถึงว่า ตัวเองเป็น “คน” ไม่ใช่ “ปลิง” เที่ยวดูดทุกคน ขนาดมาจากเลือกตั้งก็ยังดูด

ดูดกันไม่เลือก..เกลือกกลั้วกับ “พวกงูเห่า” กันสุดๆ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ประเคนทั้ง มอญยันหลัก หักงวงไอยรา มาครบสูตร”

หลัง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพรรคประชารัฐ ผรุสวาทคำว่า “ไอ้ห่า” ใส่เหยี่ยวข่าวทำเนียบ-ลั่นเป็นชุด

ไม่ทำให้น้อยหน้า “พี่ป้อม” ก็แล้วกัน.. “ท่าน สส.ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์” สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ประเคนถวายทั้งหมัดเข้าใบหน้ากกหู และถีบยอดอก “อาจารย์นพพร ขุนค้า” ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎ เสียงอมพระราม

นี่หรือคือผู้แทนของประชาชน ลงไม้ลงมือยังอย่างไม่ยั้งคิด แทนที่จะมีความไตร่ตรอง ใคร่ครวญ พิจารณา ที่เหนือกว่าชาวบ้านเดินดิน ไปคิดว่า “อาจารย์นพพร” ช่วยฝั่งตรงข้ามหาเสียง เพื่อแข่งกับพ่อตัวเองเป็นนายกฯ

ประชาชนไม่ใช่ที่รองเท้ารองมือ..เป็น “สส.ใหญ่นักหรือ” เอาอภิสิทธิ์อะไร-เที่ยวมาไล่ชก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“วนอยู่ในอ่าง หาทางออกให้ประเทศ เมื่อไหร่ถึงจะเจอ

ทั้งที่ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ”  เป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่เป็นข้อบังคับในนิติกรรม ที่ทำให้ “พรรคประชาธิปัตย์” เข้าร่วมสู่สม หนุน “ระบบประยุทธ์” เพื่อให้ “ทหารแก่” มีอำนาจเป็น “นายกฯ” ไงล่ะเธอ

“ประชาธิปัตย์” ต้องมีความพร้อม มองสู่อนาคต แล้วว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ครบถ้วนตามคุณสมบัติตามที่อยากแก้ไขกันอย่างไรบ้าง ..นับแต่วันที่ “อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ถอนตัวออกไป ประชาธิปัตย์ต้องมีร่างอยู่แล้ว

นี่วันเวลาผ่านไปปีสองปี “ประชาธิปัตย์” โดย “จุรินทร์ ลักษณวิศฏ์” รองนายกฯ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เพิ่งจะให้กรรมการพรรค ยกร่างรัฐธรรมนูญกันเป็น “รายประเด็น”

วันเวลาที่ผ่านไปเหมือนไปนั่งงมโข่ง.. “ประชาธิปัตย์” ถึงได้เตี้ยลง-เตี้ยลง เหมือนคนทำงาน-ไม่เป็น

“กะพรุนไฟ”

๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔

Facebook Comments

Related post