Digiqole ad

ผู้นำ ‘อียู’ เห็นพ้องเพิ่มกำลังผลิตวัคซีนโควิด-19

 ผู้นำ ‘อียู’ เห็นพ้องเพิ่มกำลังผลิตวัคซีนโควิด-19
Social sharing

บรัสเซลส์, 26 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มี.ค.) ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวปิดท้ายการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ทางออนไลน์ว่ากลุ่มผู้นำประเทศสมาชิกอียูเห็นพ้องจะเพิ่มการผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในยุโรป เพื่อยกระดับโครงการฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศสมาชิก

“เป็นสิ่งความสำคัญอย่างยิ่งที่เราควรพยายามยกระดับการผลิตวัคซีนในยุโรปและปรับปรุงความสามารถแจกจ่ายวัคซีนให้ประเทศสมาชิกอย่างต่อเนื่อง” มิเชลกล่าว โดยการระบาดใหญ่นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในวาระการประชุมของกลุ่มผู้นำอียู เนื่องจากยุโรปกำลังต่อสู้กับการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของโรคโควิด-19 ขณะโครงการฉีดวัคซีนเกิดความล่าช้า

ด้านอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) แถลงว่าขณะนี้โรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ กำลังแพร่ระบาดใน “เกือบทุกประเทศอียู” และเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมเสริมว่าประเทศสมาชิกได้รับวัคซีนแล้วราว 88 ล้านโดส และมากกว่าร้อยละ 4 ของประชากรอียูได้รับวัคซีนครบสองโดสแล้ว

“เราอาจจะดำเนินการได้เร็วกว่านี้มาก หากบริษัทเภสัชภัณฑ์ทุกแห่งทำตามสัญญา” ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวพาดพิงแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) อย่างชัดเจน พร้อมเตือนว่าแอสตราเซเนกาจะต้อง “ไล่ตามสัญญาให้ทัน” ถึงจะได้รับอนุญาตให้ส่งออกวัคซีนไปยังประเทศนอกสหภาพยุโรป

คณะกรรมาธิการฯ เผยว่าแอสตราเซเนกาควรส่งมอบวัคซีน 90 ล้านโดสไปยังประเทศอียูในไตรมาสแรกของปี 2021 ทว่ามีการคาดการณ์ว่าแอสตราเซเนกาจะส่งมอบวัคซีนได้เพียง 30 ล้านโดสภายในสิ้นไตรมาสแรกนี้

“บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญากับอียู ก่อนจะส่งออกวัคซีนไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก นี่คือกรณีที่เกิดขึ้นกับแอสตราเซเนกา” ฟอน แดร์ ไลเอินกล่าว “ยุโรปต้องได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่ยุติธรรม”

แม้เผชิญปัญหาการจัดส่งวัคซีนล่าช้า แต่ฟอน แดร์ ไลเอิน ยังคงเชื่อมั่นว่าร้อยละ 70 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในอียูจะได้รับวัคซีนก่อนสิ้นฤดูร้อนนี้

Facebook Comments

Related post