Digiqole ad

ป.ป.ช. ปกป้องหรือปราบปราม

 ป.ป.ช. ปกป้องหรือปราบปราม

เป็นอีกครั้งที่ สังคมมีคำถามไปถึงบรรดาสลิ่ม บรรดาผู้ได้รับประโยชน์พิเศษ และบรรดาชาวเฉย ไม่หือไม่อือ เพราะคิดว่าไม่เดือดร้อน หรือ อิกนอร์แรนท์ ทั้งหลาย

ว่าจะปล่อยให้พฤติการอุ้มกลุ่มบุคคลรอบข้าง บรรดาวงศ์ศาคณาญาติ ของผู้นำรัฐบาล มีลักษณะของการตรวจสอบที่เข้าไม่ถึงไปอีกนานแค่ไหน

แน่นอนว่า จำเลยหน้าเดิม ยังคงเป็น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. เจ้าเก่า ที่สร้างผลงานในการทำหน้าที่ ราวกับว่าจริงๆแล้วเป็นคณะกรรมการปกป้องและป้องกันคน คสช. เสียมากมากว่า

อันนี้ผู้คนเขาสงสัย ก็เลยมีการแปลคำย่อแบบนี้ในสังคมโซเชี่ยล ซึ่งจริงๆ มีการแปลคำย่อของ ป.ป.ช. เอาไว้ดุเดือดรุนแรงกว่านี้เยอะ แต่เอามาลงไม่ได้ ลงได้ก็แค่นี้แหละ เพราะถือว่าสงสัยโดยสุภาพแล้ว

รอบนี้โดนเพราะ ป.ป.ช. ซึ่งถูกมองมาโดยตลอดว่า ถูกแต่งตั้งเข้ามาโดย คสช. แถมประธานก็ใกล้ชิดสนิทสนมอย่างมากกับ พี่ใหญ่ 3 ป. ฉะนั้นเรื่องใดๆที่เกี่ยวข้องกับ 3 ป. จึงอยู่ในการจับตามองของสังคมมาโดยตลอด

แต่ดูเหมือนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ก็ไม่ยี่หระว่าจะถูกมองติดลบ หรือตกต่ำ ด้อยค่าเพียงใด

ล่าสุด คดีที่พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินในส่วนของรายการบ้านและที่ดิน

ปรากฏว่า ป.ป.ช. มีมติ 8 ต่อ 1 ตีตก ข้อกล่าวหาดังกล่าว อ้างว่า ที่ พล.อ.ปรีชาชี้แจงว่า เหตุที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินบ้านและที่ดิน ต่อป.ป.ช. เนื่องจากขณะนั้นบ้านหลังดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ จึงเข้าใจผิดว่า ยังไม่ต้องแจ้งต่อป.ป.ช. ซึ่งเมื่อดูข้อเท็จจริงแล้วป.ป.ช.เห็นว่า พล.อ.ปรีชาขาดเจตนาจงใจปกปิด และเมื่อดูทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สิน พล.อ.ปรีชางอกเงยผิดปกติ จึงมีมติตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าว

เป็นข้อสงสัยไม่ต่างจากการที่ โอนเงินงบราชการลับไปไว้ในบัญชีส่วนตัวของภรรยา สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ทั้งๆที่ ถูกท้วงว่านี่คือการจะทำให้เกิดบรรทัดฐานว่า ในอนาคตต่อไป ใครที่ถืองบลับ ก็สามารถเอาไปใส่ไว้ในบัญชีส่วนตัวของลูกเมียได้อย่างนั้นหรือ

ธรรมาภิบาล จริยธรรม และความโปร่งใส เป็นสิ่งที่ไม่ต้องคำนึงแล้วใช่หรือไม่

สมชัย ศรีสุทธิยากร มองว่าการที่มีคำแถลงเป็นเอกสารจาก ป.ป.ช.ถึงเหตุของการยกคดีเพียงไม่กี่บรรทัดนั้นน่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้สังคมเชื่อถือ แถมยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการทำงานที่เอนเอียงเข้ากับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองอีกครั้ง นับแต่กรณีนาฬิกายืมเพื่อนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

และยังเตือนว่า ไม่เช่นนั้นคนจะยิ่งเชื่อว่าองค์กรนี้ไม่มีประโยชน์ในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ

แต่ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์  ไม่คิดจะสร้างบรรทัดฐานจริยธรรมให้ประเทศบ้างเลยหรือ

อัคคี กัมปนาท

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/kLBS6

Related post