Digiqole ad

เปิดใจ “ศิษย์เก่ามูลนิธิมหาไถ่ฯ” นักขายมือโปรวงการประกันฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยหัวใจนักสู้ ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า” ท้อ”

 เปิดใจ “ศิษย์เก่ามูลนิธิมหาไถ่ฯ” นักขายมือโปรวงการประกันฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยหัวใจนักสู้ ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า” ท้อ”
Social sharing

Digiqole ad

เปิดใจศิษย์เก่ามูลนิธิมหาไถ่ฯ นักขายมือโปรวงการประกันฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยหัวใจนักสู้ ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า ท้อ

ไม่มีอุปสรรคดๆ บนโลกนี้ที่จะมาขัดขวงความตั้งใจ ความพยายามของคุณได้ หากหัวใจคุณมั่นคงและใช้ความพยายามให้เต็มที่เพราะนั่นคือความสำเร็จงดงามที่รอคุณอยู่ แม้จะล้มบ้าง นั่นคือรสชาติของชีวิตในโลกใบนี้ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการระดับสากล ที่ให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการมาโดยตลอดกว่า40ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการจัดการศึกษาการฝึกอาชีพ การจัดหางาน เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม มูลนิธิฯ ได้ช่วยฝึกอาชีพให้ผู้พิการเหล่านี้ให้มีความชำนาญ สามารถทำงานได้เกือบทุกประเภทเหมือนคนปกติ อาทิ นักกฎหมาย ศิลปิน นักบัญชี นักวิเคราะห์ทางการเงิน วิศวกร เกษตรกร เป็นต้น

และวันนี้เรามี ศิษย์เก่ามูลนิธิมหาไถ่ฯ 2 นักายมือโปร ที่มาเล่าประสบการณ์แห่งความสำเร็จแม้ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจนักสู้มันพุ่งอยู่ในกายตลอดเวลา ดังนั้นไม่มีคำว่าท้อ

นายทนงศักดิ์ เล่นทัศน์ ชาวนครศรีธรรมราช เป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แม้กายจะป่วยแต่ก็พยายามเรียนจบ ป.6 และต้องใช้ชีวิตยู่บ้านประมาณ 6 ปี “ผมเป็นผู้พิการมาตั้งแต่เด็ก แต่ในใจไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา ยิ่งไม่สมบูรณ์ ยิ่งต้องพยายาม ให้ความพิการเป็นแรงลักดันให้เราต้องก้าวต่อไป หลังเรียนจบ ป.6 ผมเข้ารับการฝึกอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าในปี 2535 จากกรมประชาสงเคราะห์ เพราะอยากมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ และผมชคดีอีกครั้งเพราะในปี 2536 ได้รับการผ่าตัดและกลับมาเดินได้อีกครั้ง ดีใจสุดๆ มันคือรางวัลชีวิต และผมตั้งมั่นว่า ชีวิตผมโอกาสมันเข้ามาแล้ว มันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียนต่อทันที เพราะเชื่อว่าการศึกษาสำคัญมากหากคุณต้องการมีอนาคตที่ดีขึ้น ผมเข้าเรียนที่ กศน. แล้วสมัครเรียนที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา และต้องขอบคุณโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ ที่ให้การศึกษาให้อาชีพกับผมได้ยืนหยัดอย่างแข็งแรงทุกวันนี้ ปี 2541 ผมจบประกาศนียบัตรหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา”

และหลังจากที่ผมเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ที่ บริษัท วีสทีออน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และยังหาอาชีพเสริมด้วยการเป็นตัวแทนประกัน
วินาศภัย บมจ.มิตรแท้ประกันภัยอีกด้วย และปี 2548 ผมลาออกจากงานประจำ แล้วมาเปิดสำนักงานตัวแทนออนไลน์ บมจ.มิตรแท้ประกันภัยและได้รับการโปรโมทในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย นปี2561 ผมก็ก่อตั้งบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด เพื่อบริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัยครับ

แม้ผมจะพิการเป็นโปลิโอขาทั้งสองและแขนขวาอ่อนแรง เดินได้บ้างนิดหน่อย ต้องใช้ไม้ค้ำยัน หรือรถไฟฟ้า แต่หัวใจมันสู้มันบอกให้ผมต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ ผมจะให้ความสำคัญกับการศึกษามาก และผมเรียนจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไปจากม.เวสเทิร์น ปัจจุบัน ผมเป็นเจ้าของกิจการสำนักงานตัวแทน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย สาขาแหลมฉบัง เจ้าของกิจการสำนักงานตัวแทน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย สาขาตะเคียนเตี้ย และเจ้าของกิจการ บจก.ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด มีผลงานประกันวินาศภัย ส่ง บมจ.มิตรแท้ประกันภัยมากกว่า 100 ล้าน/ปี ต่อเนื่อง 3 ปี (2563-2565)  

อยากฝากถึงน้องๆทุกคน ที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ แม้ร่างกายเราจะพิการแต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอามาเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการเรียนหรือทำงาน ขอส่งกำลังใจให้กับน้องๆนักเรียนให้ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด มีเป้าหมายในการเรียนและมีงานทำที่ชัดเจนที่สุด เพื่ออนาคตของเราเอง  ทุกวันนี้ผมระลึกถึงมูลนิธิเสมอ ผมมีชีวิตที่ดีก็เพราะการได้รับโอกาจากมูลนิธพระมหาไถ่ฯ ผมก็ตอบแทนได้ด้วยการบริจาคเงินช่วยเหลือและเข้าไปแชร์ข้อมูลแนะนำ ระสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง ผมอยากให้สถาบันฯเป็นที่พึ่งของผู้พิการด้อยโอกาส เปลี่ยนชีวิตให้มีอาชีพ ช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระต่อครอบครัว ต่อสังคมครับ”

ส่วนทางด้าน คุณชุดารัตน์ ชินจันทึก สาวมั่นจาก จ.นครราชสีมาทุกวันนี้ประสบความสำเร็จกับอาชีพนักขาย  กับผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและได้ขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย และเจ้าของบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด บริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย  เธอแขนขวาขาดเหนือศอก เนื่องจากประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช๊อต เมื่อปี 2535 ในขณะที่เข้ามาทำงานใน กทม. ทำให้ต้องพักรักษาตัวนานถึง 11 เดือนเป็นศิษย์เก่าของมูลนิธิมหาไถ่ฯ ที่วันนี้ประสบความสำเร็จมาก แม้ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นแต่หัวใจนักสู้ของเธอมันพุ่งอยู่ในกายตลอดเวลา คำว่าท้อเลย

จบ กศน. ม.ต้น ที่นครราชสีมา แล้วมาสมัครเรียนที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา จนจบ ประกาศนียบัตรหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ในปี 2541 และได้มาทำงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ที่บริษัท วีสทีออน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แต่เราไม่ได้ทิ้งการเรียนยังเรียนควบคู่กับทำงาน จนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ โรงเรียนพัทยาบริหารธุรกิจ (ภาคเสาร์-อาทิตย์) และเรียนต่อจบ ป.ตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซึ่งขณะที่เรียนอยู่เราก็มีอาชีพเสริมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย บมจ.มิตรแท้ประกันภัย จนในปี 2554 ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และมาเปิดสำนักงานตัวแทนออนไลน์ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย จนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย และเมื่อปี 2561 จึงได้ก่อตั้งบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด บริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัยอีกด้วย”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าร่างกายพิการมันก็คืออุปสรรคอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงาน แต่มันอยู่ที่ความคิดของเรา หัวใจของเรา ใช้ความพิการของเรามาเป็นพลังเพื่อต่อสู้กับทุกสิ่ง อีกทั้งต้องรู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เข้ามาเกี่ยวกับการตลาดยุคใหม่ เช่น เฟสบุค ติ๊กตอก ที่เป็นเครื่องมือในการศึกษาหาความรู้ได้และต้องขอบคุณมูนิธิพระมหาไถ่ ที่ให้โอกาส ทุกวันนี้เราได้กลับไปช่วยมูลนิธิฯ เพราะตระหนักดีว่ามูลนิธิฯ เป็นองค์กรการกุศล เมื่อเราประสบสำเร็จเราก็กลับมาให้ เพื่อมูลนิธิฯ จะได้ไปช่วยเหลือน้องๆผู้พิการต่อไป เช่น โอนเงินค่าอาหารกลางวัน หรือมาเป็นวิทยากรให้น้อง อยากฝากถึงน้องๆ ให้ตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี วันข้างหน้าต้องสดใส

 

Facebook Comments


Social sharing

Related post