Digiqole ad

ชาวบ้านบุรีรัมย์รวมตัวไล่ผู้ใหญ่บ้านโกงเงินข้าว เงินศพ ผู้ใหญ่สวนหัวหน้าม็อบตัวโกง

 ชาวบ้านบุรีรัมย์รวมตัวไล่ผู้ใหญ่บ้านโกงเงินข้าว เงินศพ ผู้ใหญ่สวนหัวหน้าม็อบตัวโกง
Social sharing

Digiqole ad

อำเภอกระสัง/ชาวบ้านกว่า 50 คนรวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการไล่ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหล่ง ระบุโกงข้าวในธนาคารข้าวหมู่บ้าน อมเงินฌาปนกิจศพหมู่บ้าน มีพฤติกรรมไม่โปร่งใสหลายเรื่อง ขณะผู้ใหญ่บ้านออกมาโต้ หัวหน้าม็อบที่มาชุมนุมคือตัวสำคัญยืมข้าวไปแล้วไม่เคยคืน ส่วนใหญ่เอาข้าวไปขาย ร้องหลายครั้งแต่ไม่มีหลักฐาน

วันที่ 2 ก.ค.67 ชาวบ้านไม้แดง หมู่ 3 ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 50 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้ายุ้งฉางธนาคารข้าวประจำหมู่บ้าน เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต้องการขับไล่ น.ส.เอี่ยม โสรักนิด อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ออกจากตำแหน่ง

โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมไม่โปร่งใส เอาข้าวของธนาคารข้าวไปขายโดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบทำให้ข้าวในธนาคารข้าวที่มีเต็มยุ้งฉาง เหลือเพียงไม่กี่ถุง ไม่ชี้แจงเงินฌาปนกิจศพหมู่บ้านเสียชีวิตแล้วไม่ได้เงิน

นางสอ บุญสะอาด อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 103 ม.3 บ้านไม้แดง ต.ชุมแสง อ.กระสัง หนึ่งในกลุ่มประท้วง เล่าว่า ตนช้ำใจกับผู้ใหญ่บ้านคนนี้มานาน 4 ปี เพราะแม่ซึ่งอยู่ในกลุ่มสมาชิกฌาปนกิจศพเสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2562 แต่ยังไม่ได้รับเงินฌานปกิจศพจำนวน 4,000 บาทที่ควรจะได้ รวมถึงความไม่โปรงใส่อื่นๆอีกของผู้ใหญ่บ้านที่ชาวบ้านไม่พอใจ จึงออกมารวมตัวกันประท้วง

นายจิน ติดใจดี อายุ 78 ปี (เสื้อม่วงใส่แว่น) ชาวบ้านบอกว่าเท่าที่ตรวจสอบข้าวในธนาคารข้าวหายไปเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีการเอาข้าวในยุ้งไปขายไม่มีคณะกรรมการเซ็นต์รับรองแม้แต่คนเดียว อ้างว่าเอาข้าวไปขายได้เงินเอาไปทำบุญ ชาวบ้านไม่รู้ว่าทำบุญอะไร

ที่ผ่านมาไปร้องที่อำเภอหลายครั้ง แต่ทางอำเภอทำได้แค่ประนีประนอม แต่ชาวบ้านไม่เอาแล้วถ้าให้ผู้ใหญ่บ้านคนนี้บริหารงานต่อไปหมู่บ้านจะไม่เดินหน้า เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เคยให้ความร่วมมือผู้ใหญ่บ้าน จึงอยากจะฝากไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ให้มาช่วยตรวจสอบหาข้อเท็จจริง

ด้าน น.ส.เอี่ยม บุญสะอาด อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่3 บ้านไม้แดง ผู้ถูกร้อง ได้ออกมาระบุเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านกลุ่มนี้มาร้องเรียนเรื่องเงินวัด ตนก็ชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งเป็นหลังฐานบัญชีรายรับรายจ่ายไปแล้วชาวบ้านไม่มีคำโต้แย้ง แล้วเงียบไป

หลังจากนั้นได้เบนไปที่การตรวจสอบข้าวในธนาคารข้าวเปลือกของหมู่บ้าน จากการตรวจสอบแล้วกลุ่มผู้ประท้วงมีแต่ข้อกล่าวหาและอยากรู้ว่าข้าวคงเหลือเท่าไหร่ ตนก็ชี้แจงไปว่าข้าวเหลือ 25 ถุง สมาชิกที่กู้ข้าวเปลือกไปเป็นพันธุ์ข้าวไปนั้น ได้ส่งแต่ดอกไม่เคยส่งต้น

น.ส.เอี่ยม กล่าวอีกว่า ยังมีหนี้เสียที่เกิดขึ้นคือสมาชิกที่กู้ข้าวเปลือกไป ไม่มีการชำระคืนตั้งแต่ปี 2560 เท่าที่เห็นแกนนำชาวบ้านประท้วงในครั้งนี้คือคนที่กู้ข้าวเปลือกไปแล้วไม่เคยชำระหนี้ให้กองทุนตั้งแต่ปี 2560 และชาวบ้านอีกหลายคนที่อยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง ที่ยังไม่เคยคืนข้าวให้กับธนาคารข้าว บางคนกู้ข้าวเปลือกไปแล้วเอาไปขายไม่ได้เอาไปเป็นพันธุ์ข้าวตามเหตุผลที่มาขอกู้

กรณีข้าวที่เอาไปขายนั้นได้เอาข้าวบางส่วนไปขายจริง เพราะเป็นข้าวเก่านาน 7 ปี เกรงว่าจะเสื่อมสภาพ เมื่อได้เงินมาก็จะเอามาให้ชาวบ้านกู้ยืมเป็นทุนทำนา นอกจากนี้ยังพบว่าข้าวที่เก็บไว้เสียหายจากยุ้งฉากชำรุดมีน้ำเข้าไปเสียหายเป็นจำนวนมาก ครั้งที่ตนสำรวจตอนมารับตำแหน่งใหม่

ทั้งนี้ในข้อกล่าวหาต่างๆของชาวบ้านที่กล่าวหาตน เรื่องอยู่ที่อำเภออยู่ระหว่างการดำเนินการของทางอำเภอ แต่ตนไม่เคยตกใจ ส่วนสาเหตุที่ชาวบ้านมาร้องเพราะเป็นการเมืองคนละขั้ว เป็นคู่แข่งทางการเมืองของผู้ใหญ่ ทั้งสมาชิก อบต.แพ้ผู้ใหญ่บ้าน กลายเป็นจงเกรียดจงชังผู้ใหญ่บ้าน แบ่งฝ่ายชัดเจนไม่เคยให้ความร่วมมือผู้ใหญ่บ้าน น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่มารวมตัวกันร้องเรียนดังกล่าว

ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง
จังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน

 

Facebook Comments


Social sharing

Related post