Digiqole ad

นับถอยหลัง ‘ภูเก็ตแซนด์บอกซ์’ อีกแค่ 2 วันจะเริ่มเปิดแล้ว แต่ระบบตรวจสอบต่างๆยังติดขัดไปหมด

 นับถอยหลัง ‘ภูเก็ตแซนด์บอกซ์’ อีกแค่ 2 วันจะเริ่มเปิดแล้ว แต่ระบบตรวจสอบต่างๆยังติดขัดไปหมด

กรณี นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค.นี้แล้ว โดยแนวปฏิบัติสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (Standard Operation Procedures : SOP) คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประมาณวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เพื่อให้สถานทูตไทยในต่างประเทศสามารถออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าไทย (Certificate of Entry : COE) ได้ ซึ่งจากการเดินทางไปลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวฯ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ได้รับทราบการเตรียมความพร้อมทุกด้านแล้ว และใน 1-2 วันนี้ ททท.จะเดินทางลงไปพื้นที่ครั้งสุดท้ายเพื่อประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

Advertisement

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา ททท. กล่าวว่า ขณะนี้มีสายการบินยืนยันทำการบินมาภูเก็ตวันที่ 1 ก.ค.นี้ รวม 4 เที่ยวบิน เริ่มจากเที่ยวบินแรกของ เอทิฮัด ประมาณ 10.00 น., กาตาร์แอร์เวย์ส 13.30 น., แอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์  13.45 น. และ สิงคโปร์แอร์ไลน์ 17.00 น. โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 400–500 คน ขณะที่ยอดจองห้องพักของภูเก็ต ล่าสุดวันที่ 1 ก.ค.นี้ มียอดจองแล้ว 217 ราย และหากดูในช่วง 15 วัน พบว่ามียอดการจองแล้ว 1,101 ราย หากเฉลี่ยต่อคนจะพักประมาณ 12 คืน จะมีรูมไนท์รวม 13,116 คืน

แต่จากการตรวจสอบของบางกอกทูเดย์ พบว่า จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน เวลา 12.00 น. ยังคงไม่มีการประกาศแนวปฏิบัติในราชกิจจานุเบกษาแต่อย่างใด ที่สำคัญในการประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังมีการตั้งคำถามกันไปมาอยู่เลยว่า เป็นหน้าที่ของใครในการที่จะต้องเป็นต้นเรื่องส่งเอกสารไปยังสำนักนายกฯ เพื่อการจัดทำประกาศราชกิจจา ซึ่งสะท้อนว่าแม้แต่เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ก็ยังมีปัญหาเลย แบบนี้แล้วประสิทธิภาพในการทำงานจะอยู่ตรงไหน

เพราะจุดที่สำคัญก็คือ หากไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์ในราชกิจจาฯ ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะยังคงไม่สามารถออกเอกสาร COE ได้ ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวก็จะมาไม่ได้นั่นเอง

ในขณะที่ระบบในการตรวจสอบเกี่ยวกับการรับวัคซีน (Vaccine Validation) รวมทั้งการตรวจสอบใบรับรองวัคซีนของนักท่องเที่ยว (Covid 19 Test Validation) จนถึงวันที่ 29 มิถุนายนนี้ก็ยังคงไม่มี  ซึ่งข้อพิสูจน์ชัดก็คือ ในการประชุมบอร์ดการท่องเที่ยวเมื่อบ่ายวันที่ 28 มิถุนายน ฝ่ายบริหารเพิ่งจะนำระบบตรวจสอบของเอกชนเข้าไปนำเสนอให้บอร์ดรับทราบ ทั้งๆที่ระบบนี้ได้มีการนำเสนอกับทาง ททท.มาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมแล้ว แต่เพราะมีกลุ่มคนใน ททท.ต้องการทำเอง ทำให้เรื่องค้่างเติ่ง กระทั่งเมื่อเห็นจวนตัวจริงๆ จึงเพิ่งจะนำเข้าบอร์ดใหญ่ก่อนวันเปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

อีกทั้งข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยว ที่บอกว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 1 กค.รวมประมาณ 400 – 500 คนนั้น หากพิธีซึ่งจะไปเปิดงานโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคนโหรงเหรงแค่นั้น น่าจะเป็นภาพการจัดงานที่ต้องถือว่าล้มเหลว สำหรับโครงการระดับชาติ ที่มีคนมาแค่ 400 – 500 คนเท่านั้น และยิ่งบอกว่าในช่วง 15 วันมีคนจองมาแล้ว 1,101 คน ถ้ามาวันแรก 400 – 500 คนไปแล้ว แสดงว่าอีก 14 วันที่เหลือก็มีแค่ 500 -600 คน หรือเฉลี่ยวันละ 40 กว่าคนเท่านั้นอย่างนั้นหรือไม่

หรือว่าเมฆดำของการทำงานที่ขาดความพร้อม ยังคงปกคลุมภูเก็ตแซนด์บอกซ์อยู่ แค่รอเวลาฝนถล่มใส่ในวันที่ 1 กค.อย่างนั้นหรือ

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯททท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงกับความสำเร็จหรือว่าความล้มเหลวของภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ยิ่งเหลือเวลานับถอยหลังอีกแค่ 2 วันเท่านั้น แต่ระบบต่างๆยังไม่พร้อม การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานหลักๆอย่างกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงสาธารณสุข ยังขลุกขลักไม่ราบรื่น งานนี้เสี่ยงสูงอย่างยิ่งสำหรับเก้าอี้ของผู้รับผิดชอบโดยตรง

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/f64MR

Related post