Digiqole ad

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะวิธีดูแลสุขภาพผิวหน้าพร้อมเทคนิคการแต่งหน้าที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อน

 ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะวิธีดูแลสุขภาพผิวหน้าพร้อมเทคนิคการแต่งหน้าที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อน
Social sharing
Digiqole ad

สภาพอากาศร้อนที่ร้อนอบอ้าวนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวหน้าของเราทำให้หน้าของเรามันเยิ้ม เป็นสิว ฝ้าและกระได้ง่ายแล้ว ยังเป็นอุปสรรคในการแต่งหน้าที่ย่อมส่งผลถึงความมั่นใจของเราด้วย แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แนะ “วิธีดูแลสุขภาพผิวหน้าให้พร้อมเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด” กับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว ได้แก่ ‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช’ (Purifying Face Wash), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalizing Face Mask) และ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) พร้อมเผย เทคนิคการแต่งหน้าที่เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ปรีชา ดวงเพชร (จิม เมคอัพ) และเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวหน้าและเทคนิคการแต่งหน้าแบบมินิมอล อาทิ ณัฐสิมา ศิริสุนทร และ รินทร์รตา อินทามระ

แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวหน้าให้พร้อมเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด   ว่า “แสงแดดประกอบด้วยคลื่นความถี่ของรังสีที่แตกต่างกันตามความยาวคลื่น รังสียูวีมีความยาวคลื่นสั้นในช่วง 280-400 นาโนเมตร และรังสีอินฟราเรดหรือที่เรียกกันว่ารังสีความร้อนมีความยาวคลื่นยาวอยู่ในช่วง 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นรังสีที่ก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความเสียหายต่อผิวของเรา ยิ่งความยาวแสงมากจะยิ่งส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน (Heat wave) มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาผิวดังนี้

  • ผิวขาดความชุ่มชื้น (Dehydration) หรือผิวขาดน้ำ เนื่องจากความร้อนกระตุ้นให้รูขุมขนขยายตัว และต่อมเหงื่อทำงานมากขึ้น เพื่อขับเหงื่อมาระบายความร้อนออกจากร่างกาย ส่งผลให้ผิวสูญเสียน้ำและแห้งกร้านได้ง่าย
  • ผิวอักเสบจากความร้อน (Thermal damage skin) เนื่องจากความร้อนจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokine) มากเกินไป ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ แดง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโรคผื่นผิวหนังอยู่แล้วยิ่งทำให้ผิวเกิดการอักเสบง่าย
  • ผิวหมองคล้ำ (Dull skin) เนื่องจากแสงแดดและความร้อนจะไปกระตุ้นเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ให้ผลิตเมลานิน (Melanin) เพิ่มมากขึ้น ทำให้สีผิวเข้มขึ้น
  • ผิวแก่ก่อนวัย (Skin aging) ปกติแล้วผิวหนังของคนเราจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 33 องศาเซลเซียส แต่เมื่อสัมผัสไอความร้อนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวหนังถูกทำลาย ผิวจึงขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่น

ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือสถานที่ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดหรือไอความร้อนโดยตรง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องมีวิธีป้องกันตัวเอง โดยเริ่มจากการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดอย่างร่ม แว่นตา และหมวก หรือหากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องเจอไอความร้อนอย่างการทำอาหารหน้าเตาไฟก็ควรสวมหน้ากาก และสวมปลอกแขนทุกครั้ง

หากร่างกายมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงควรหาวิธีลดอุณหภูมิผิวให้เย็นลง โดยหาผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามข้อผับ และส่วนต่างๆ ของร่างกาย เปิดพัดลมเพื่อช่วยให้เกิดความเย็น แต่ไม่แนะนำให้เข้าห้องแอร์ทันที เนื่องจากร่างกายอาจปรับอุณหภูมิไม่ทันและความเย็นของแอร์จะมาพร้อมกับความแห้งยิ่งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาดเพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป การอาบน้ำก็สามารถช่วยลดอุณหภูมิผิวให้กลับมาเป็นปกติได้

นอกจากนี้การดูแลและบำรุงผิวหน้าเป็นประจำก็สามารถช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ไม่เป็นผื่นแพ้ หรือโดนทำลายได้ง่าย สามารถเริ่มได้จากการล้างทำความสะอาดผิวหน้า การสครับเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ การมาส์กหน้าเพื่อฟื้นบำรุงผิว รวมถึงการทาครีมบำรุงเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากที่พัก เพราะแสงแดดหรือไอความร้อนไม่ว่ามากหรือน้อยก็สามารถทำร้ายผิวของเราได้

ส่วนเกณฑ์การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวหน้า ควรมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและปกป้องผิวด้วย อาทิ สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งกระบวนการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), น้ำมันข้าว (Rice Ban Oil) อุดมด้วยกรดไขมันที่เป็นประโยชน์, วิตามิน อี และสารแกมม่าออริซานอล (Gamma-Oryzanol) มอบความชุ่มชื้นพร้อมคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากมลภาวะเป็นต้น”

ด้าน ปรีชา ดวงเพชร ช่างแต่งหน้ามืออาชีพได้ร่วมเผยเทคนิคการแต่งหน้าแบบมินิมอลที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวว่า “ความสำคัญของการแต่งหน้าก็เพื่อความสวยงาม และช่วยปกปิดจุดด้อยต่างๆ บนใบหน้าเรา ดังนั้นการมีผิวสวยสุขภาพดีถือว่าเป็นพื้นฐานของการแต่งหน้าเลยก็ว่าได้ สามารถเริ่มได้จากการล้างทำความสะอาดผิวหน้า หากแต่งหน้าควรเช็ดทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งก่อนเพื่อขจัดคราบเครื่องสำอาง แล้วล้างหน้าด้วยเพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช ตามด้วยการปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์ เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงก่อนบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ที่สามารถมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนาน และที่สำคัญควรเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นเนื้ออิมัลชั่น (Emulsion) ก็จะเหมาะกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวอย่างบ้านเรา และไม่ควรลืมทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดก่อนการแต่งหน้า

เทรนด์การแต่งหน้าในแต่ละปีอาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่จะเน้นการเลือกใช้สีสันแต่งแต้มตามแต่ละฤดูกาล อย่างช่วงสปริง ซัมเมอร์ จะเน้นสีโทนธรรมชาติอย่างสีน้ำตาล เบจ นู้ด หากเป็นช่วง ออทัม วินเทอร์ ก็จะมีสีสัน มีการเพิ่มกลิตเตอร์ ชิมเมอร์ ให้ดูแวววาวมีลูกเล่น ดูสนุกสนานมากขึ้น สำหรับเทรนด์การแต่งหน้าที่เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแบบช่วงนี้ก็จะเน้นการใช้เครื่องสำอางน้อยๆ แบบเบาสบาย เพื่อเป็นการโชว์ผิวได้และไม่ทำให้หน้าเราเกิดความมันเยิ้มได้ง่าย สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  • การแต่งหน้าแบบ Skinimalism มาจากการรวมคำว่า “Skin” (ผิวหนัง) และ “Minimalism” (การเน้นสิ่งน้อยลง) เข้าด้วยกัน การแต่งหน้าแนวนี้จะเน้นความเรียบง่ายและเปิดเผยความเป็นธรรมชาติของผิว โดยให้ความสำคัญกับขั้นตอนการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นดูมีสุขภาพดีมากกว่าเน้นการประโคมด้วยเครื่องสำอางเพื่อปกปิดจุดบกพร่องอย่างริ้วรอย จุดด่างดำหรือรูขุมขน อาจมีการใช้รองพื้นแบบที่มีความเบา เกลี่ยง่าย เพื่อทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอกัน เพราะช่วยให้ผิวสามารถหายใจได้และลดการอุดตันของรูขุมขน นอกจากนี้ยังสามารถแต่งเติมสีสันและความโกลว์ได้ด้วยการแต่งตา แต่งคิ้ว และทาลิปสติกเฉดสีที่ชอบได้
  • การแต่งหน้าแบบ Makeup No Makeup จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด เหมือนไม่ใช้เครื่องสำอาง การแต่งหน้าแนวนี้จะใช้เบสหรือไพรเมอร์เพื่อปรับสภาพสีผิวแทนการใช้รองพื้น ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดริ้วรอยเฉพาะจุด ใช้แป้งฝุ่นเพื่อควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้า ใช้ครีมบลัชแทนการใช้บลัชออนแบบฝุ่น ส่วนตาไม่ต้องใช้อายแชโดว์หรือใช้เพียงสีเดียวอ่อนๆ ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าก็เพียงพอ ส่วนคิ้วก็เขียนตามโครงคิ้วเดิมและใช้แปรงปัดจัดระเบียบให้เรียบร้อย ถ้าเป็นลิปก็ใช้ลิปกลอสเพื่อความเป็นธรรมชาติ”

 

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลก และเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ขอแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวโดยเฉพาะ อุดมด้วยคุณ ประโยชน์ของ สารสกัดธรรมชาติจาก ‘น้ำมันรำข้าว’ (Rice Bran Oil) และสารสกัดจาก ‘ชิโซะ’ (Shiso) ที่มีจำหน่ายในร้านและ เคาน์เตอร์ ‘ธัญ’ (THANN) กว่า 100 สาขาในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป

‘น้ำมันรำข้าว’ (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้าน โภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ ออกซิแดนท์ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิว ได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน

‘ชิโซะ’ (Shiso) พืชที่อุดมด้วยสารสำคัญอันมีประโยชน์ อาทิ เช่น  โรสแมรินิค แอซิด (Rosemarinic Acid), แอล-เพอริลลาดีไฮด์ (L-Perilladehyde) และฟีนอล คอมพาวด์  (Phenol Compound) โดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟู เซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทรงประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการ ระคายเคือง ด้วยสัดส่วนของวิตามิน A (มากกว่าผลกีวีถึง 300 เท่า),วิตามิน C (มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า) และวิตามิน E สูง พร้อมวิตามิน B1, B2, B6, K, แร่ธาตุและโปรตีนหลากชนิด สารสกัดจากชิโซะยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากชิโซะนำมาผ่าน กระบวนการสกัดด้วย “นาโนเทคโนโลยี” ปราศจากการใช้สารเคมีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดนาโนเมตร (10-9) ทำให้ได้อนุภาคขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดประสิทธิภาพการบำรุงอย่างล้ำลึก

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับดูแลผิวหน้าให้พร้อมเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ได้แก่ ‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช’ (Purifying Face Wash) ขนาด 200 มล. ราคา 950 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ขจัดสิ่งสกปรกและความมัน ส่วนเกินได้อย่างหมดจด พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าในทำความสะอาดและบำรุงผิว อาทิ น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic coconut oil), สารสกัดจากข้าวออแกนิค (Organic rice extract), สารสกัดจากต้นไผ่ (Bamboo extract), สารสกัดวิชฮาเซล (Witch Hazel water) และสารสกัดถั่วเลนทิล (Lentil extract)

 

‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท สครับสำหรับผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ด้วยเม็ดสครับเนื้อละเอียดจากธรรมชาติอย่าง ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) และเมล็ดผลแอพพริคอท (Apricot seed) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว พร้อมมอบคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจากดอกมาชเมลโล่ (Marsh Mallow) และใบบัวบก (Centella) อุดมด้วยวิตามินเอ, บี และซี ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ มอบความเปล่งประกาย (Luminosity) สู่ผิวถึง 43%* ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากผลองุ่น (Grape fruit extract) ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ, สารสกัดจากรากหม่อน (Mulberry Root extract) ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว, สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) และ สารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose extract) ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ช่วยลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (* ทดสอบด้วยวิธี Sensory Evaluation (C.L.B.T) โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France) กับผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์)

‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating emulsion) ขนาด 100 มล.ขนาด 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Nano Shiso Extract) เพิ่มความชุ่มชื้นลดการอักเสบและอาการระคายเคืองต่างๆพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะสารสกัดจากต้นไมโรทัมนัส (Myrothamnus Extract) พืชทะเลทรายจากทวีปแอฟริกาใต้ที่ได้รับฉายาต้นไม้คืนชีพเพียงโดนน้ำแค่หยดเดียวก็สามารถฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง อุดมด้วยสารอาร์บูติน (Arbutin) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) เสริมความแข็งแรงให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์, น้ำมันเมล็ดชาออแกนิค (Organic Camellia Seed Oil) อุดมด้วยวิตามิน A, B, D, E, กรดโอเลอิก, โอเมก้า 3,6,9 และโพลีฟีนอล )Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์, น้ำมันสกัดจากถั่วอินคาออแกนิค (OrganicInca Inchi Seed Oil) อุดมด้วยโอเมก้า 3,6,9 ปกป้อง และลดการระคายเคืองของผิวจากแสงแดด, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), น้ำมันมะกอก (Olive oil), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Algin Extract) และว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ช่วยฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน บำรุงผิวที่อ่อนล้าได้อย่างอ่อนโยน

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวหน้าและเทคนิคการแต่งหน้าแบบมินิมอลตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่สาวแฟชั่นนิชต้า ณัฐสิมา ศิริสุนทร กล่าวว่า ช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ปัญหาผิวหน้าที่เบลล์มักเจอบ่อยๆ คือ ผิวขาดน้ำ โดยเฉพาะบริเวณทีโซนที่มักจะมีความมันส่วนเกินร่วมกับผิวแห้งเป็นขุย รวมถึงเกิดกระ ฝ้า และจุดด่างดำ แต่เบลล์ก็ไม่ค่อยเป็นกังวลเพราะเบลล์มีวิธีดูแลสุขภาพผิวโดยจะล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วย เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช เป็นประจำ และจะมาสก์หน้าเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่หากวันไหนต้องออกงานเบล์ลก็จะใช้มาส์กตัวนี้ก่อนการแต่งหน้า นอกจากจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นแล้วยังทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสง่ายๆ เพียง 15 นาที แล้วเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น หากวันไหนรู้สึกว่าผิวขาดน้ำก็จะใช้แทนสลิปปิ้งมาส์กไปเลย ที่สำคัญอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดด

ส่วนเรื่องการแต่งหน้าช่วงอากาศร้อนแบบนี้ เราจะเน้นการแต่งแบบโชว์ความเป็นธรรมชาติของผิวให้มากที่สุด โดยไม่ใช้รองพื้น ไม่ลงคอนซีลเลอร์ แต่จะเน้นแต่งบริเวณตาด้วยการปัดขนตาให้ยาวขึ้นเพื่อเสริมให้ตาดูกลมโต ปัดขนคิ้ว ปัดแก้มให้อมชมพูนิดหน่อย และทาปากด้วยลิปกลอสก็เพียงพอ”

และสาวยิ้มสวย รินทร์รตา อินทามระ เผยว่า ปัญหาผิวที่มาพร้อมกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวส่วนใหญ่จะเป็นผิวแห้ง ริ้วรอย ฝ้าและกระ ดังนั้นการทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ควรทาครีมบำรุงผิวเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทั้งก่อนและหลังออกแดดด้วย เนื่องจากความร้อนทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว บางคนอาจคิดว่าการทาครีมบำรุงผิวช่วงอากาศร้อนจัดจะทำให้หน้ามัน เกิดความเหนียวเหนอะหนะหรือเปล่า แต่เบลล์ก็ไม่เป็นกังวลเพราะมีตัวช่วยในการดูแลสุขภาพผิวอย่าง ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น สำหรับเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบาไม่ทำให้ผิวเหนะหนะหรือความมันหลังการใช้ หากวันไหนมีเวลาก็จะสครับหน้าด้วย โอ๊ตมีล เฟซ สครับ เพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ แล้วมาสก์หน้าด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นการคืนความกระจ่างใสให้กับผิวหลังการสครับ

ส่วนตัวมองว่าการที่ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมีสุขภาพดีทำให้เราไม่ต้องใช้เครื่องสำอางเพื่อปิดบังจุดบกพร่องมาก เราจึงให้ความสำคัญกับขั้นตอนการดูแลผิวเป็นอย่างมาก เมื่อผิวมีสุขภาพดีก็ทำให้แต่งหน้าได้ง่าย อย่างแนวที่ชอบแต่งประจำก็จะเป็นแบบเมคอัพโนเมคอัพเพียงแค่ลงคุชชั่นและแป้งฝุ่น แต่งคิ้วให้เป็นระเบียบและทาลิปกลอส แค่นี้ก็สวยแบบธรรมชาติแล้ว”

ดูแลสุขภาพผิวหน้าให้พร้อมเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศร้อนจัด กับผลิตภัณฑ์ ‘เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช’ (Purifying Face Wash), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalizing Face Mask) และ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ได้แล้ววันนี้ที่ ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

Facebook Comments

Related post