Digiqole ad

‘ธนัชพร’ ชูดีไซน์ สร้างจุดขายเอาใจผู้บริโภครุ่นใหม่ 

 ‘ธนัชพร’ ชูดีไซน์ สร้างจุดขายเอาใจผู้บริโภครุ่นใหม่ 
Social sharing

ปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ไม่เพียงจะเป็น อุปกรณ์ หรือ เครื่องมือสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวก ต่อการใช้ชีวิต แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ด้วยรูปทรง และดีไซน์ ที่มีความทันสมัย ทำให้วันนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวหลายๆ ชิ้น กำลังกลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ในการตกแต่งบ้านให้ดูสวยงาม และดูมีรสนิยมมากขึ้น 

ธนัชพร สวนศิลป์พงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่านพัฒนาธุรกิจ บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนแบรนด์ SMEG จากอิตาลี และแบรนด์ไทยอย่าง  MEX เล่าว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ ชิ้นที่ทางบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้มีการพัฒนา และปรับรูปลักษณ์ของตัวเองให้มีสีสัน และรูปลักษณ์ ที่สอดรับกับความต้องการของคนในยุคสมัยใหม่มากขึ้น “SMEG เป็นแบรนด์สินค้าจากประเทศอิตาลี ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็ก หรือ ชิ้นใหญ่ ตั้งแต่ เตาอบ กาน้ำ เครื่องชงกาแฟ ไปจนถึงเครื่องปิ้งขนมปัง ซึ่ง SMEG เน้นขายสินค้าที่เป็นไลฟ์สไตล์ ขายดีไซน์ ที่แมชได้กับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน 

ดีไซน์ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

คุณเฟิร์น เล่าว่า ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน หรือ จะมีบ้านดีไซน์แบบไหย ก็สามารถนำเลือกรูปแบบของเครื่องใข้ไฟฟ้าเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในบ้านได้เหมือนกันหากเราเป็นคนที่ง่ายๆ เรียบๆ ก็อาจจะเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสีสัน และดีไซน์ที่เรียบ ๆ อยู่กันแบบยาวๆ หรือ หากเป็นคนที่ชอบสีสัน ก็สามารถจับคู่ กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความทันสมัย มีสีสันโดษเด่น ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ออกแบบมาแค่ชิ้นเดียว แต่เราจัดมากันแบบเป็นคอลเลคชั่น ให้เลือกกันได้แบบถูกอกถูกใจกันเลย 

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เล่าด้วยว่า แบรนด์ SMEG ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทยแต่คนที่นำเข้ามายุคแรกๆ เลยก็เป็นรุ่นคุณพ่อของเฟิร์นค่ะ หากย้อนกลับไปเมื่อราว 20-30 ปีที่แล้ว ดีไซน์ของ SMEG ในตอนนั้น อาจจะยังไม่ได้ดูหรูหรามากสักเท่าไร แต่พอมาตอนนี้ ผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งทางผู้บริหารของ SMEG ที่อิตาลี ก็เป็นคนเจนใหม่ ที่มาสืบทอดงานต่อจากรุ่นก่อน และคนเจนใหม่นี้เอง ก็เป็นคนที่เข้ามาบุกเบิก และสร้างสีสันให้กับ SMEG ทำให้มีความเป็นแฟชั่นขึ้น เมื่อเทียบจากอดีต และทำให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวแบรนด์นี้มากขึ้นด้วย 

คุณเฟิร์น เล่าด้วยว่า ในช่วงแรกที่เธอเข้ามาทำงาน กับธุรกิจของครอบครัว เธอยอมรับว่า แทบไม่มีควมรู้ในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อนเลยงานที่ใกล้เคียงกับที่เฟิร์นเคยทำมากที่สุดก็คือ งานที่เกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งตอนนั้น เฟิร์นอยู่ในทีม Manufacturing Operation ซึ่งก็จะทำให้พอเห็นและรู้จักการทำงานของมอเตอร์ กลไกล รวมไปถึงเรื่องของมาร์เก็ตติ้ง บ้าง 

สร้างการรับรู้ เข้าถึงลูกค้า

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเล่าด้วยว่า เคยถามกับทีมงานในบริษัทเหมือนกันว่า ทำไมต้องขายตู้เย็นตัวละแพงๆ ขนาดนั้นในใจตอนนั้น ก็นึกว่า ถ้าเป็นเรา จะซื้อไหมนี่เป็นจุดเริ่มต้นแรก ที่ทำให้คุณเฟิร์น หันกลับมามองและคิดทบทวนใหม่ ว่าจะทำอย่างไรกับแบรนด์ SMEG “ถ้าจุดเด่นของเขาอยู่ที่ดีไซน์ที่สวย เราจะพาเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ให้ป๊อบขึ้น หรือสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าให้สูงขึ้นได้อย่างไร ซึ่งตอนนั้น โจทย์ที่เราได้รับมาพร้อมๆ กันก็คือ อยากให้แบรนด์โตขึ้น และเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา ยอดขายของ SMEG ไม่มีปัญหาเลย แต่ติดอยู่ที่ คนไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไร 

นั้นจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ ที่ทำให้คุณเฟิร์น ต้องมาวางแผน และสร้างกลยุทธ์ ในการทำตลาดกับแบรนด์ SMEG ให้มากขึ้นแพลนแรกที่วางไว้คือ เราพยายามบอกกับทุกคนในทีมว่า อยากให้นำแบรนด์นี้ ไปใส่กับความไฮโซ แล้วให้ตัวของแบรนด์ มีความเป็นเซเลบริตี้ หรือแฟชั่น เข้าไปดีไหม เพราะเครื่องใช้ในครัวแต่ละชิ้น มีราคาค่อนข้างสูงแต่นั่นก็ไม่ใช่แค่แผนแรก และแผนเดียวแต่คุณเฟิร์น ก็ได้มีการปรับตัวอยู่เรื่อยมา รวมถึงได้มีการพูดคุยกับทางแบรนด์ จะทำให้วันนี้ SMEG เริ่มกลายเป็นแบรนด์เครื่องใช้ในครัวเป็นที่รู้จักมากขึ้นค่อนข้างยากกับการตีโจทย์ค่ะ ยิ่งเรามาอยู่ในกลุ่มที่เป็นเวนเดอร์ เลยทำให้เรารู้สึกว่า ทุกอย่างเหมือนเกมพลิกไปคนละข้าง เพราะเวลาเราจะคิดอะไรสักอย่าง ก็ต้องมีการคำนวณ ต้นทุน กำไร คิดเยอะมาก และต้องมีการต่อรองกันอีก

คุณเฟิร์น บอกด้วยว่า แบรนด์ SMEG ค่อนข้าง ซีเรียสในเรื่องคุณภาพของสินค่ที่จะออกมาจำหน่าย ซึ่งก็ต่างจากสินค้าที่เราเคยเห็นในแบรนด์อื่น ๆ ที่คิดแค่เพียงว่า ทำอย่างไรให้ขายออกเร็วที่สุด และได้มาร์จิ้นที่เหมาะสม 

เฮ้าส์แบรนด์กับการเปลี่ยนวิถีชีวิต

นอกจากแบรนด์ SMEG แล้ว คุณเฟิร์น ยังต้องดูแล และรับผิดชอบกับแบรนด์ MEX ด้วยบริษัทเราชื่อ เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเราก็จะมีอีกแบรนด์สำคัญ ที่เป็นเฮ้าส์แบรนด์ของเราเอง นั่นคือ MEX ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็มีความใกล้เคียงกับ SMEG แต่เราจับตลาดกันคนละเซคเมนท์ โดย SMEG จะอยู่ในกลุ่มกึ่งๆ พรีเมี่ยม ที่มีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนไปทางมีฐานะ และมีกำลังซื้อที่มาก รวมถึงยังมีคอนเซ็ปต์ ที่ต้องการให้ทุกคนสนุกสนาน และหาความสุขไปกับความสวยของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เข้ากับบ้านของลูกค้า 

ส่วน MEX ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ อธิบายว่า เป็นสินค้าที่ตั้งใจจับกลุ่มลูกค้าระดับแมสเราต้องการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์นี้เข้าถึงกลุ่มคนทำงาน ที่มีกำลังในระดับหนึ่ง รวมไปถึงคนที่อยากจะเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบกล่อง มาเป็นแบบบิ้วอิน และต้องการโฟกัสไปกับการใช้เงินเพื่อซื้อดีไซน์ ที่สอดรับกับแอคทิวิตี้ และเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน ขณะที่ตัวสินค้าก็ดูหน้าตาเรียบง่าย และใช้งานง่ายด้วย 

สร้างแบรนด์โกอินเตอร์

ในส่วนของความคาดหวัง กับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งสองแบรนด์ คุณเฟิร์นตั้งใจว่า อยากให้ SMEG เป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีกแค่อยากให้ความรู้จักในตัวแบรนด์ มีเพิ่มมากขึ้น ส่วนในเรื่องยอดขาย ก็ไม่ห่วงมากนัก ซึ่งเมื่อคนรู้จักมากขึ้น ก็จะเป็นตัวผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้นตาม และขยายวกว้างมากขึ้น เช่นเดียวกับ MEX ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่บริษัทของเราสร้างขึ้นเอง ในส่วนนี้เฟิร์น มองว่า อยากจะพาเขาก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศให้ได้ ซึ่งภายใน 5 ปีแรกจากนี้ ในประเทศไทยเราจะพยายามทำให้เขาแข็งแรงขึ้นก่อน และหลังจากนั้น เราก็จะพาเขาค่อยๆ ออกไปสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคใกล้เคียง ก่อนที่จะโกอินเตอร์ไปสู่ตลาดในทวีปอื่นๆ ทั่วโลก ต่อไป 

ทายาทของบริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ยอมรับด้วยว่า เธอเป็นคนที่โชคดีมาก ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น คุณพ่อของเธอ ได้ทำไว้ให้หมดแล้วส่วนเฟิร์น ก็แค่เป็นคนรับไม้ต่อ และโชคดีที่คุณพ่อเองก็ยอมรับ และส่งต่องานหลายๆ อย่างให้เราดูแลคุณเฟิร์น ยอมรับด้วยว่า ในการทำธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่จะมีเรื่องของเงินเท่านั้นแต่ในความจริงแล้ว ต้องมีอะไรที่ลึกลงไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ทำงานแล้วได้เงินไปวันๆ แล้วจะทำให้เรามีความสุข เงินอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง แต่พอเฟิร์น ได้เริ่มเข้ามาทำงานช่วยคุณพ่อ เราเองก็อยากให้พ่อดีใจและแฮปปี้ ไปกับสิ่งที่เราทำ วันนี้ เลยคิดว่า เราจะเป็นคนลุย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ MEX ของเราด้วยตัวของเรา และทีมงานของเราให้ดีที่สุด และจะยายามตอบโจทย์ ขององค์กร ในการสร้างแบรนด์สินค้า ให้ไปถึงโกลด์ ที่เราตั้งเอาไว้ให้ได้ 

Facebook Comments

Related post