Digiqole ad

“ต้องเข็ดหลาบ”..พวกที่ “ประชาชน-รุมสาป” ยามหมดอำนาจ

 “ต้องเข็ดหลาบ”..พวกที่ “ประชาชน-รุมสาป” ยามหมดอำนาจ

“ไม่เข็ดหลาบกันหรืออย่างไร..ไม่รู้หรือไงประชาธิปไตย ไม่ใช่อีแอบ”

ควรจิกถาม ตั้ง “ปุจฉา” แก่ตัวเองดีกว่า.. “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” ชาติบ้านเมืองได้อะไรขึ้นมา มีแต่ความเสียหาย-พังเป็นแถบ

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ..ใครเขาจะไป “เข็ด” เกรงกลัว ขยาด ครั่นคร้าม ..เพราะเกิดมาเป็น “ประชาชน” แต่ไม่ได้สิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ  “เขาไม่เข็ดหรอก”..ที่จะให้ “พวกปล้นอำนาจไปจากมือ” อยู่บนศีรษะเขา..

Advertisement

“คณะราษฎร” เปรียบไปแล้ว เหมือนกับ “ชาวบ้านบางระจัน” ที่สู้เพื่อประชาธิปไตย ของลูกหลานวันข้างหน้า จนเป็นที่ “จารึกของเกียรติประวัติ” กันอย่างไม่รู้จบ..ผิดกับของเอาใจออกห่างประชาชน ถูกด่ากัน ๗ ชั่วโคตร

พวกที่ต้องเข็ดหลาบ..คือพวกที่โดนสาป -ยามอำนาจหมด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เสียงประชาชนดังไปทั้งประเทศ ส่งเสียงเอ็ดไปทั้งสิบทิศ”

แก้วหูเหมือนจะไม่ได้ยิน “นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา” ดูเหมือน ไม่ได้ยินเสียง “คณะราษฎร” กัน-สักนิด

แต่กระดาษแผ่นดินของเผด็จการ “พล.อ.มิน อ่อง หล่าย” ที่ปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลประชาธิปไตย ของ “อองซาน ซูจี” ที่ชาวพม่าชนะเลือกตั้งถล่มทลายเข้ามา “พล.อ.ประยุทธ์” กลับมีโสตประสาทไว ตอบสนองหนุนกัน-สุดฤทธิ์

ชาวหม่องทั้งประเทศประณาม “พล.อ.มิน อ่อง หล่าย” เป็นเผด็จการทำลายประชาธิปไตย “ยูเอ็น-สหรัฐ-ออสเตรเลีย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น”เห็นเช่นนี้ มีแต่ “นายกฯประยุทธ์”ว่าจะหนุนประชาธิปไตยของพม่าอยู่แล้ว

พม่าวันนี้เป็นเผด็จการทั้งดุ้น. “นายกฯประยุทธ์” เข้าไปหนุน เดี๋ยวได้ตาย-ดิ้นกระแด่ว

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ ๒ แรงบวก ไล่กระซวกทั้งไทยและพม่า”

ปฏิกิริยาของคนไทย และ ชาวพม่า เพิ่มดีกรียกระดับความแรง ให้ชาวบ้านหันมา-จับตา

“คณะราษฎร” ของ “นิสิต-นักศึกษา-เยาวชน และ ชาวบ้าน” มาชุมนุมที่สกายวอล์ค พร้อม ถ้วยโถโอชาม กะละมังชามไหและหม้อ จัดเต็มส่งเสียงดัง ใจกลางเมืองหลวงแห่งประเทศไทย เป็นที่อึกทึก

ขวัญดี ไม่มีหนีดีฝ่อ ถึงจะมีเสียงขู่ และ การตรวจค้นกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ผู้รักประชาธิปไตย มากันแน่นล้นหลาม ณ. หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จนแคบไปถนัดตา..สู้เพื่อ “ความชอบธรรม-คนไทยไม่มีหนี”

อำนาจ “จอมพลถนอม-จอมพลประภาส”ว่าสุดขั้ว..ยังโดนถูกเฉดหัว บันทึกนี้-ยังมี

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ศูนย์อำนาจแห่งประชาชน ถูกถอยร่นจนไม่เป็นขบวน”

ถ้าอำนาจ “สภาผู้แทนราษฎร” ปฏิบัติตามกลไก เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ หลักการก็สูญสิ้นแล้ว ควรลาออกจากประธานสภาผู้แทนราษฎรเสียเหอะ “พณะทั่นชวน”

ถ้าเข้าตามตรอกออกตามประตู ถึงให้ “ศุภชัย โพธิสุ” รองประธานคนที่ ๒ ออกมาการันตี รับประกัน เพื่อรับรอง..เทคนิคงานใหญ่ระดับชาติ ต้องให้มือกฎหมาย “ชั้นครู” อย่าง “ท่านชวน” ออกมาเป็นทัพหน้า ไฉนให้รองประธานฯรั้งท้ายมาแจง

“สภาผู้แทนราษฎร” มีอำนาจเป็นเอกเทศ ปฏิบัติหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก เฉพาะส่วน เฉพาะบุคคล.. “สว.ลากตั้ง-พรรคพลังประชารัฐ และ สส.บัตรเขย่ง” ให้ทำอย่างไรก็ต้องปฏิบัติ ..จะมี “สภาฯ” มาทำหน้าที่ทำไมกัน

ถ้า “สภาฯ” คือ “ลูกเมียน้อย”..น่าจะไม่เข้าช้อยส์ แห่งความเป็นประชาธิปไตย เหมือนชาวบ้าน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เตะลูกไซด์โค้ง ส่งไปให้ศาลวินิจฉัย อีกเรื่อง”

ถ้า “พรรคพลังประชารัฐ” จะไม่ให้ “ซักฟอก-เปิดอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล” งานนี้- “ฝ่ายค้าน”ไม่มีเคือง

เมื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ ความไม่โปร่งใส่ ของ “นายกรัฐมนตรี-รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” ผู้เป็น  “๓ ป.แห่งบูรพาพยัคฆ์” ไม่ได้

“ฝ่ายค้าน” เขาไม่ยี่หระ ไม่สะทกสะท้าน ไม่ใยดี..เมื่อ “พลังประชารัฐ” เป็นไอ้เข้ขวางคลองเขี้ยวโง้ง จนลายออก.. “ฝ่ายค้าน” พร้อมยกพลขึ้นบก ไปอภิปรายข้างนอก เพิ่มบทบาทให้ “คณะราษฎร” แกร่งขึ้น-เป็นอันดับ

ถีบฝ่ายค้านร่วมลงถนน..เพิ่มมวลชนก็สนุกมากยิ่งขึ้น-สิครับ

“กะพรุนไฟ”

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/FkL59

Related post