Digiqole ad

ดีแต่ขอ..แต่ไม่ทำ

 ดีแต่ขอ..แต่ไม่ทำ
Advertisement
Advertisement

ศึกอภิปรายซักฟอก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และ 5 รัฐมนตรี สุดท้ายจบลงด้วยผลโหวตอย่างไร เดาได้ไม่ยาก หากพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ยังยึดมั่นในผลประโยชน์ทางการเมือง

โหวตให้ผ่านไม่แปลก แต่จะแปลกถ้ามีการโหวตไม่ให้ผ่าน ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้น

ตบหน้าสั่งสอนกันทางการเมือง อย่างมากก็แค่ให้ใครบางคนได้คะแนนน้อยกว่าคนอื่น ก็แค่นั้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้เห็นประโยชน์ก็คือ ได้เห็นการตอบ ได้เห็นซึ้งถึงวิธีคิดของเหล่าคนที่ถูกซักฟอก ว่าใครมีไอคิว มีอีคิวระดับไหน ใช่ 84,000 เซลล์สมองอย่างที่มีการพูดๆกันหรือไม่

รวมทั้งให้สังคมได้เห็นว่า บรรดานักการเมืองทั้งหลายนั้น ทำหน้าที่สมกับที่ประชาชนเลือกเข้ามาให้ทำหน้าที่ และได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนนั้น มันคุ้มค่าหรือไม่

หรือใครทำหน้าที่เพียงแค่มุ่งรักษาระบอบอำนาจการเมือง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก

แถมรอบนี้ยังช่วยให้ได้เห็นว่า ข้าราชการระดับสูงๆในประเทศนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในอำนาจการเมืองกันอย่างใกล้ชิดขนาดไหน

ข้าราชการที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ไม่รู้ว่าระหว่างผลประโยชน์ของประชาชน กับผลประโยชน์ของนักการเมืองผู้ครองอำนาจ คนพวกนี้เลือกที่จะยืนฝั่งไหน

หลายคนบอกว่า ให้ช่วยกันจดจำชื่อเสียงเรียงนามของใครหลายๆคน ทั้งผู้มีอำนาจการเมือง นักการเมือง องครักษ์พิทักษ์นาย ข้าราชการประจำ นักวิชาการ รวมทั้งแพทย์บางคน เอาไว้ให้ดี

ก็ไม่รู้ว่าจะจำเอาไว้ทำไม ตราบใดที่คนเหล่านี้ยังเชื่อว่า ด้วยอำนาจของรัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับตามใจแป๊ะ ที่เขียนโดย มีชัย ฤชุพันธุ์ จะยังช่วยให้สืบทอดอำนาจได้ต่อไป ไม่ว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร

ด้วยกลไกการเลือกตั้ง กลไกการใช้อำนาจ และการใช้ปัจจัยกระสุนดินดำ ทำให้ยังเชื่อในว่า สามารถอยู่เหนือประชาชนได้ต่อไป ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นแค่เกมปาหี่เท่านั้น

วันนี้จึงไม่แปลกที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมาบอกว่า ไม่ได้มีนิสัยเผด็จการ ไม่ได้คลั่งอำนาจ ทุกอย่างทำตามกฎหมาย และโยนว่าเป็นไปตามที่หน่วยงานทั้งหลายเสนอมาทั้งนั้น ใช้ความรุนแรงก็เป็นเรื่องของตำรวจ วัคซีนและการบริหารจัดการก็เป็นเรื่องสาธารณสุข เรื่องของคณะแพทย์แนะนำให้ทำ

ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด ส่วนถ้าล่าช้าไม่ทันใจก็เป็นเรื่องของระบบเรื่องของปัญหาที่มีมานาน

แล้วก็ขอว่าอย่าใช้โซเชี่ยลออนไลน์มาโจมตีกัน ทั้งๆที่มีขบวนการไอโอนั่นแหละที่เป็นตัวปั่นกระแสเล่นงานคนที่เห็นต่างไปทั่ว โดยที่ประยุทธ์ไม่เคยแม้แต่จะแตะหรือกระแอมไอใส่ไอโอพวกนี้

ยิ่งการออกมาขอว่า ไม่อยากให้ขัดแย้ง แบ่งแยก แต่ไม่เคยย้อนกลับไปดูว่า ไอ้ที่เลือกใช้คน ตะบี้ตะบันแต่งตั้งให้เข้ามารักษาอำนาจการเมืองของตนเองนั้น ก็ล้วนแต่คนที่ก่อความขัดแย้งทั้งนั้น

7 ปี ไม่เคยพยายามสร้างความปรองดอง ยังกล้ามาขอให้ปรองดองกัน

ถ้ากระจกไม่แตก ก็คงถูกน้ำลายไอ้ห้อยไอ้โหนจนฟั่นเฟือน

อัคคี กัมปนาท

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/dBwRD

Related post