Digiqole ad

ดันทุรัง หรือ ไร้สมอง

 ดันทุรัง หรือ ไร้สมอง

การตื่นตัวในเรื่องของการเปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยังคงเป็นเรื่องของความหวัง กับเรื่องของความเสี่ยง

เศรษฐกิจฟุบ ธุรกิจทนไม่ไหว รอคอยวันล้ม แรงงานเดือดร้อน ล้วนเป็นแรงกดดันว่า ต้องเปิดประเทศ ต้องมีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ได้แล้ว ก่อนที่ธุรกิจและเศรษฐกิจจะย่อยยับมากไปกว่านี้

มาตรการเยียวยาต่างๆ ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

การแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนเป็นแค่การปะทะปะทังให้คนจนประคองตัวไปได้แบบวันต่อวันเดือนต่อเดือนเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้มีรายได้ที่ดีขึ้นแต่อย่างใด ที่จะได้จริงๆ คือ ผลประโยชน์ทางการเมือง ที่เอาไปอ้างว่านี่ไงผลงานรัฐบาลประยุทธ์

หวังแค่ว่า คนพวกนี้จะรู้สึกติดค้างและเลือกให้ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งอย่างที่ต้องการ

แม้แต่การเยียวยาผ่านมาตรการคนละครึ่ง ที่ถือว่าเวิร์คมากที่สุด เพราะใช้เกมเงินต่อเงิน เอาเงินให้ 1,500 – 3,000 – 4,500 บาท ก็เพราะหวังจะดูดเงินออกจากกระเป๋าของคนที่ยังมีรายได้ มีเงินเก็บ มีเงินออม ให้เอาเงินออกมาใช้ ไม่น้อยกว่า 1,500 – 3,000 – 4,500 บาท ด้วยเช่นกัน

มาตรการนี้ ทำให้รัฐบาลใช้เงินเพียงแค่ 50,000 – 60,000 ล้านบาท ก็คุยโอ่คำโตได้ว่า มีเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นแสนล้านบาทแล้ว

ฉะนั้น ไม่แปลกที่การเพิ่มให้ครั้งหลังสุดอีก 1,500 บาท จะถูกบีบให้ต้องใช้ให้หมดภายในสิ้นปีนี้ เพราะกระทรวงคลังและรัฐบาล หวังให้คนเร่งใช้เงินโดยไม่ได้มองถึงคนที่เดือดร้อน ที่ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายเพิ่มในส่วนครึ่งของประชาชน พูดง่ายถ้าไม่มีเงินมาช่วยจ่าย ก็จะใช้ประโยชน์อะไรจากมาตรการนี้ไม่ได้เลย

ขณะที่หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ก็จ้องไปที่เงินเก็บเงินออมของพวกคนที่มีเงินมากๆ จึงพยายามเรียกร้องให้โหมเรื่องช้อปดีมีคืนให้มากขึ้น หวังให้คนกลุ่มนี้ออกมาใช้จ่ายโดยเอาสิทธิประโยชน์ภาษีมาล่อ

แต่ทั้งรัฐบาล ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงว่า ทำไมลึกๆแล้วผู้คนยังไม่กล้าใช้เงินไม่กล้าช้อป ใช่เพราะยังห่วงอนาคตที่ไม่แน่นอน ยังกลัวโควิดระลอก 4 ยังกังวลเรื่องรัฐบาลไม่มีปัญญากระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีไปกว่านี้ ด้วยมาตรการที่เจ๋งกว่านี้ ใช่หรือไม่

แม้แต่การท่องเที่ยว ตัวเลขเปิดประเทศ 8-9 วัน ที่ ททท.คุยนักคุยหนาว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเป็นหมื่นเป็นแสนคนนั้น มีเข้ามาได้จริงแค่ 15,600 คนเท่านั้น ยิ่งที่หัวหิน 10 วัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแค่ 8 คน

เพราะคอขวดในการตรวจสอบคัดกรอง ที่มีการเตือนแล้วว่า ระบบที่มีมันยังไร้ประสิทธิภาพ เป็นระบบลวงโลก สิ่งที่ทำกันจริงๆคือใช้คนตรวจเอกสารด้วยมือ มันถึงได้ผ่านได้แค่วันละ 1,500 – 2,000 คนเท่านั้น แต่ก็ยังไม่แก้ไข ไม่ผ่าตัด ไม่รื้อระบบตรวจสอบอย่างจริงจัง เพียงเพราะคุยโม้เอาไว้เยอะ

จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานดันทุรัง ทั้งๆที่เคยเห็นผลเสียจากการดันทุรังซื้อวัคซีนตัวเดียวมาแล้ว                                                                                                                                         อัคคี กัมปนาท

Advertisement
Facebook Comments

Related post