Digiqole ad

‘ดร.พนธ์พันธ์’ เคล็ดลับ ‘มู’ จะปัง ดวงต้องเฮง 

 ‘ดร.พนธ์พันธ์’ เคล็ดลับ ‘มู’ จะปัง ดวงต้องเฮง 

เป็นอีกครั้งที่ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยกับ นักพยากรณ์ดวงชะตาคนดัง อย่าง อาจารย์เติ้ล หมอดูเศรษฐี หรือ ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร หลังจากที่เคยทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 ได้อย่างแม่นสุดๆ มาแล้ว ซึ่งวันนี้ จะมาไขข้อข้องใจให้กับหลายๆ คนที่ยังคงสงสัยว่า วันนี้ ทำไมกระแสมูถึงได้มาแรงกันนัก รวมไปถึงเรื่องของการมูอย่างไร ให้ปัง 

กระแสมู ยังแรงในปีนี้

ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร หรือ อาจารย์เติ้ล เล่าถึงสาเหตุ ที่ทำให้วันนี้ กระแสมูเตลู ถูกกล่าวถึงกันมากในสังคมบ้านเรา เป็นเพราะ สถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจ ที่ไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวังกันนับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน เป็นต้นมา กระแสการมูเตลู ในบ้านเรา มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นทุกวัน เหตุผลหนึ่งคือ เรื่องของเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรง 

พอสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี คนก็เริ่มหมดกำลังใจ เลยต้องหันมาหาที่พึ่งทางใจ ด้วยการไปไหว้พระ หรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพร ขอโชค ขอลาภและนั่นก็ทำให้ เทพองค์หนึ่งถูกนำมากล่าวถึงกันอย่างมากในช่วงนี้ท้าวเวสสุวรรณ  เป็นเทพที่มีมานานแล้วนับตั้งแต่อดีต แต่ทำไมถึงมาดัง และกลายเป็นกระแสในช่วงนี้ นั่นเป็นเพราะชื่อเสียงของท่าน ที่หลายคนเชื่อว่า หากบูชาท่านแล้ว ก็จะเกิดความปัง ดัง และร่ำรวย ทำให้เกิดกระแสการไปไหว้ขอพร ท้าวเวสสุวรรณ ตามสถานที่ต่างๆ ขึ้นมา 

ไหว้แล้วปัง เป็นเรื่องของดวง 

อาจารย์เติ้ล หมอดูเศรษฐี บอกด้วยว่า การได้ไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเหมือนการสร้างกำลังใจให้กับตัวเองอีกครั้งพอคนรู้สึกจิตใจย่ำแย่ ยิ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดีด้วย ก็ทำให้หลายคนหมดเรี่ยวแรง การได้ไปไหว้ตามความเชื่อ หรือไปทำศาสตร์ ไปทำพิธีกรรม จึงเป็นเหมือนการทำให้จิตใจของคนๆ นั้น ดีขึ้น และทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นด้วย 

ไหว้แล้วปัง หรือได้โชคลาภกลับมา รวมถึงทำให้ชีวิตปัง มีความจริงมากน้อยแค่ไหน ในส่วนนี้ หมอดูเศรษฐีคนดัง อธิบายให้ฟังว่า การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรก็ตาม เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนตัวบางคนอาจจะไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วปัง เพียงชั่วข้ามคืน ร่ำรวยได้โชคลาภ ขณะที่บางคน ไปไหว้ไม่รู้กี่ที่ ก็ยังไม่ปังสักที ตรงนี้ ผมอยากจะบอกว่า เป็นเรื่องของ ดวงที่แต่ละคนมีมากกว่า 

ยกตัวอย่าง คนสองคน ไปซื้อล็อตเตอร์ด้วยกัน เบอร์เลขท้ายสองตัวเหมือนกัน แต่คนหนึ่งถูกแบบปังๆ แต่อีกคนไม่ถูก หรือเฉียด นั่นเป็นเพราะ ดวงของคนสองคนไม่เหมือนกัน ดวงของคนหนึ่งอาจจะกำลังขึ้น ขณะที่ดวงของอีกคน ยังไม่ขึ้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกัน เราไม่สามารถไปบังคับดวงของใครได้เลย หรือบางคนดวงอาจขึ้น แต่มีเคราะห์กรรมเข้ามาแทรก ถูกหวยรวยเบอร์จริงแต่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ล้มป่วย หรือประสบอุบัติเหตุได้ 

เช็คดวง เช็คความปัง

จะรู้ได้อย่างไรว่า ดวงของเราขึ้น หรือ ลง หมอดูเศรษฐี ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องมีการตรวจเช็คดวงอยู่เสมออย่างตัวของผม เป็นหมอดู เราก็จะมีการเช็คดวงของตัวเองอยู่เป็นประจำ ในแต่ละเดือน  หรือ แต่ละสัปดาห์ บางคนอาจจะดูทุก 15 วันก็มี ซึ่งการเช็คดวงแบบนี้ ก็เพื่อมห้เรารู้ว่า ในเดือนนั้นๆ เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วเราจะมีวิธีแก้ไข หรือหลบหลีกอย่างไร 

เช่นเดียวกับเรื่องของ เส้นชีวิต ที่วันนี้ หลายคนกำลังนิยมไปสักเปลี่ยนเส้นชีวิต ซึ่งตามมุมมองของอาจารย์เติ้ล ยอมรับว่า การแก้ไขเส้นชีวิตนั้น เป็นเพียงเทคนิค ที่ครูบาอาจารย์ ท่านแนะนำเอาไว้ ซึ่งจะเกี่ยวพันถึงธุรกิจ ที่ถูกนำมาสอดแทรกให้เข้ากับเรื่องของความเชื่อเส้นชีวิตบนลายมือของเรา เป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ ขณะที่ลายมือของแต่ละคน ก็จะเปลี่ยนไปทุก 15 วัน ดังนั้น การสักลายมือ เปลี่ยนเส้นชีวิต จึงเป็นเรื่องของความเชื่อมากกว่า บางคนอาจไปสักลายมือ ในช่วงที่ดวงของเขากำลังดี พอไปสัก ก็จะประสบความสำเร็จ อย่างที่เขาอยากให้เป็น ทำอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการทั้งหมด 

เคล็ดลับมูอย่างไรให้ปัง 

กระนั้นก็ตาม อาจารย์เติ้ล ยังแอบกระซิบให้ฟัง ถึงเคล็ดลับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ปังอีกด้วยการไปไหว้เทพ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เราเชื่อ และนับถือ เป็นสิ่งที่ดีอยู่แลว แต่จะไหว้อย่างไรให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น อันดับแรกเลย เราต้องมีความตั้งใจจริง จากนั้น ให้ตั้งจิตอธิษฐาน รวมถึงให้ใช้หลักของพุทธศาสนา อย่างเรื่องของ ศีล สมาธิ ปัญญา เข้ามาเป็นองค์ประกอบ ก็จะทำให้เราได้รับพรดีๆ กลับมา และหากเรามีดวงที่กำลังขึ้นด้วย ก็จะยิ่งทำให้เราปัง 

แต่อย่างหนึ่งที่อยากขอฝากไว้ให้กับทุกคนได้คิดกัน คือ ความเชื่อ กับ ความงมงาย มีความหมายที่ต่างกันเพียงแค่เส้นบางๆ คั่นไว้ หากเราใช้ความเชื่อ และหลักของพุทธศาสนาเข้ามาประกอบกัน ก็จะเกิดความปัง แต่หากเราเอาความเชื่อ ไปผสมโรงกับความงมงาย สุดท้าย ชีวิตของเราก็อาจพัง มากกว่าปังก็เป็นได้ เพราะถูกหลอกให้พิธีกรรมต่างๆ ที่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง 

ผมเชื่อว่า หากเราทำอะไรด้วยสติ และใช้ปัญญา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม เราก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก และหากเรามีความตั้งใจจริง และสิ่งที่เราทำไปนั้น ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ผมเชื่อว่า เทวดาท่านก็จะประทานสิ่งต่างๆ มาให้เราในที่สุด และหากเมื่อไรก็ตามที่เราต้องเผชิญหน้ากับวิกฤต หรือสถานการณ์ที่ย่ำแย่อะไรก็ตาม เราก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี 

แก้ดวง ไม่ใช่เรื่องยาก 

สำหรับวิธีแก้ดวงตก หรือเสริมดวงให้แกร่งมากขึ้น ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยอาจารย์เติ้ลแนะนำว่า ให้ไหว้พระ สวดมนต์ แผ่เมตตา ให้กับเจ้ากรรมนายเวรอยู่เป็นประจำ และทำอย่างสม่ำเสมอ แม้เราจะมีวิบากกรรมอะไรก็ตาม ถึงแม้จะแก้ หรือทำให้หายไปไม่ได้ แต่ก็จะทำให้วิบากกรรมนั้น ลดน้อยลงไปได้ หรือ ผ่อนหนักให้เป็นเบาลงไปได้ ที่สำคัญ อาจารย์เติ้ล ยังบอกด้วยว่า การทำสมาธิ และการสวดมนต์เป็นประจำ จะทำให้ใจของเรารู้สึกแจ่มใส และรู้สึกดี ทำให้เราไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินทีละ 34 แสน เพื่อทำพิธีแก้เคล็ด หรือแก้กรรมเลย 

การแบ่งปัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการสร้างกุศลให้กับตัวของเราได้ เหมือนกัน เช่นใครมีของที่เหลือใช้ หรือไม่ได้ใช้แล้ว อย่าง เสื้อผ้า ก็สามารถนำไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ก็ได้บุญกุศล เหมือนกันอาจารย์เติ้ล ย้ำ ด้วยว่า การเดินตามหลักการทางพุทธศาสนา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามีความสุขอีกความสุขของผมคือการไม่มีหนี้ และการได้ทำบุญ ได้แบ่งปัน ได้ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งสิ่งที่เราทำไปนั้น จะสะท้อนความสุขกลับมาหาเรา 

ครึ่งปีหลัง ไทย ยังต้องลุ้น

นอกจากนี้ อาจารย์เติ้ล ยังทิ้งท้าย ด้วยการทำนายดวงของประเทศไทย ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ด้วยว่าหลังจากวันที่ 8 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ประเทศไทยของเรา ยังต้องเจอกับอุปสรรคอีกเยอะ โดยเฉพาะ การเมืองในประเทศยังไม่นิ่ง อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง อะไรบางอย่างเกิดขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ยังคงไม่สู้ดีสักเท่าไร ราคาข้าวของยังคงแพงขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของราคาน้ำมัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 

หรือแม้แต่เรื่องของการท่องเที่ยว ที่เชื่อว่า เป็นความหวังของใครหลายๆ คนแม้วันนี้ภาครัฐ จะมีการผ่อนปรนมาตรการในการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วก็ตาม แต่ในภาพรวมแล้ว การท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น ก็ยังไม่สามารถกลับมาได้เต็มร้อยในปีนี้  รวมถึงให้ระวังเรื่องของโรคระบาดใหม่ ที่อาจจะเข้ามาสร้างความวิตกกังวลให้กับคนไทยอีกด้วย

Advertisement
Facebook Comments

Related post