Digiqole ad

ชู‘Phuket First October’กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นศก.

 ชู‘Phuket First October’กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นศก.

ภาคเอกชนยันดันโมเดล” Phuket First October “ หวังฟื้นท่องเที่ยวกู้เศรษฐกิจ   ทั้งวอนรัฐเร่งลุยสร้างระบบสาธารณูปโภค  ลดเงื่อนไขกักกันตัว  อัดฉีดวัคซีน   ส่วนด้านจังหวัดพ้อไม่มีงบกลายเป็นจังหวัดยากจนสุดเพราะพิษโควิด-19  ชี้พร้อมช่วยสนับสนุนเต็มที่ ทั้งชวนคนไทยเที่ยวภูเก็ตไม่แพงอย่างที่คิด

หลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง  “จังหวัดภูเก็ต” อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุด  แม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อย   ทั้งนี้เป็นผลมาจากมาตรการล็อคดาวน์และการห้ามเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศของทุกประเทศทั่วโลก  เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19   นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เคยมุ่งหน้าสู่ภูเก็ตหยุดชะงักงันในชั่วข้ามคืน  ระบบเศรษฐกิจของภูเก็ตที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียว  จึงไม่อาจจะขับเคลื่อนได้อีกต่อไป

ต่อเรื่องนี้ “ นายพิเชษฐ์   ปาณะพงศ์ “   รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันของจังหวัดภูเก็ตว่าจากสถานการณ์โควิด-19  ทำให้จังหวัดภูเก็ตกลายเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุด  เพราะเป็นจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างเดียว   ซึ่งภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ทั่วโลก  โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดภูเก็ตถึง 14,545,187 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 135,975 คน แบ่งเป็นชาวไทย 26.9% และชาวต่างชาติ 73.1% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2562 อยู่ที่ 471,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 22,505 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต 5 อันดับแรก คือจีน รัสเซีย ออสเตรเลีย เยอรมัน และอังกฤษ

ขณะที่ปี 2563 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ตเพียง 6.7 ล้านคน  รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 108,464 ล้านบาท ลดลง 75%   โดย 91% ของรายได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. ก่อนใช้มาตรการล็อคดาวน์

สำหรับสถานที่พักในภูเก็ต  ข้อมูลปี 2562 มีโรงแรม  792 แห่ง รีสอร์ท 524 แห่ง เกสเฮ้าส์ 407 แห่ง บังกะโล  102 แห่ง แมนชั่น 91 แห่ง อพาร์ทเมนท์ 13 แห่ง และลักษณะอื่นๆ อีก 16 แห่ง รวม 1,945 แห่ง  คิดเป็นจำนวนห้องพักในภูเก็ตทั้งสิ้นเกือบ 100,000 ห้อง  นอกจากนี้ยังมีท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว 12 แห่ง  มีเรือเข้าออกจังหวัด 2,357 เที่ยว และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้า-ออกท่าเทียบเรือ ทั้งสิ้น 7,856,147 คน 

เมื่อเกิดการติดเชื้อรอบแรกทำให้นักท่องเที่ยวกลัวการติดเชื้อ  จนถึงเดือนมิ.ย.-ก.ค. 2563  จึงเริ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยหานักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเที่ยว  ขณะที่โรงแรมปิดให้บริการเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว  โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางที่ไม่มีคนดูแล ถูกลูกหลานทอดทิ้งเพราะต้องย้ายถิ่นไปหางานในจังหวัดอื่น  จึงต้องใช้งบประมาณไปให้ความช่วยเหลือและเยียวยา   หลังผ่านการติดเชื้อรอบ 2 มาได้ภูเก็ตจึงเป็นโมเดลต้นแบบในเรื่องที่เป็นจังหวัดแรกที่มีโรงพยาบาลสนามโดยได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและสมาคมต่างๆประมาณ 20 สมาคมร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของ

สำหรับภูเก็ตนี้เป็นจังหวัดที่เข้าถึงง่าย  เพราะมีสนามบินและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆได้ง่าย  

จึงเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อ  ทำให้เป็นบทเรียนนำมาป้องกันและสกัดในการติดเชื้อครั้งที่สอง ให้สามารถควบคุมได้เร็วเพราะมีการดูแลที่ดี  ดังนั้นเมื่อเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวคนไทย  จึงมีการคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ   จึงมีความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อาทิการเปิดเพจนำเรื่องโปรโมชั่นลดราคาของกลุ่มโรงแรม  เป็นต้น

“ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยวที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการกักตัวที่14วัน  เลยเกิดแนวคิดเรื่อง Phuket First October ซึ่งทางจังหวัดยินดีที่จะให้การสนับสนุนและหาแนวทางแก้ไขปัญหา  ทั้งเรื่องการจราจร  น้ำประปา การจัดการขยะ น้ำเสีย การดูแลสิ่งแวดล้อมและสถานที่ท่องเที่ยว  เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว  ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ช่วงนี้ธรรมชาติชายหาดกำลังสะอาดและบริสุทธิ์  ซึ่งทางจังหวัดก็หวังว่าต่างชาติจะเริ่มทยอยเข้ามาท่องเที่ยว  ถ้าไม่มีมาตรการการกักตัวก็น่าที่จะทำให้ต่างชาติมาจำนวนมาก  โดยแผนการรองรับต่างชาตินั้นจะเป็นความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน  คือชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเมื่อเข้ามาเที่ยวก็จะขอความร่วมมือ  หากมาพัก 7 วันขอให้อยู่ในที่พัก 3 วันและอีก  4 วันอยู่ในฟิตเนตหรืออยู่นอกห้องได้  หรือกลุ่มคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศก็ให้ใช้เกณฑ์เดียวกัน  หรืออาจกักตัว 10 วันโดยให้อยู่ในห้องพัก 5  วัน และอยู่นอกห้องอีก  5  วัน  

แต่ก่อนจะถึงช่วงเปิดให้ต่างชาติมานั้น  ทางกลุ่มลากูน่าและภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดงาน  เทศกาล “ลากูน่า ภูเก็ต รีไวฟ์ 555 เฟสติวัล” ที่จัดขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ตและการท่องเที่ยวในประเทศ  ซึ่งรวมเอาความบันเทิงและความสนุกมามอบให้กับทุกคน ไม่มีช่วงเวลาไหนจะดีไปกว่าการเที่ยวทะเลในหน้าร้อนซึ่งเหมาะกับการไปเยือนภูเก็ตมากที่สุด ทะเลอันดามันที่ใสสะอาด ชายหาดที่สวยงาม ภูมิทัศน์ที่มีป่าอันอุดมสมบูรณ์ ชาวภูเก็ตพร้อมต้อนรับทุกคนเหมือนเช่นเคย  เทศกาลจะจัดขึ้นต่อเนื่องกว่า 19 วัน และเป็นช่วงตรงกับเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นช่วงเวลายอดนิยมของการท่องเที่ยว   และการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวและเพื่อนฝูง   ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 18 เมษายน 2564 นี้” นายพิเชษฐ์  กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายธนูศักดิ์   พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต   กล่าวว่าจากที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตอาจถูกมองว่าภูเก็ตโรงแรมมีราคาแพง แต่ปัจจุบันมีให้เลือกในทุกระดับราคา  ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมไปจนถึงร้านอาหาร  แต่ที่ยังคงมีปัญหามากคือเรื่องรถสาธารณะ  การคมนาคม ซึ่งจะแก้ปัญหาด้วยการใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วย  และที่ผ่านมาที่ถูกมองว่าภูเก็ตไม่รับนักท่องเที่ยวคนไทยนั้น  แต่อาจเป็นเพราะจำนวนเที่ยวบินและโรงแรมเต็มโดยชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า 

“สิ่งที่คนภูเก็ตรู้สึกน้อยใจคือ  ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศราว 4-5 แสนล้านบาท   แต่จังหวัดได้รับงบประมาณจำนวนที่น้อยมาก  เพราะคนภูเก็ตแท้ๆมีจำนวนน้อยกว่าประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานในภูเก็ต  เมื่อเกิดล๊อคเมืองทำให้นักท่องเที่ยวเหลือ 0 คน รายได้ต่อหัวของคนภูเก็ตเหลืออยู่ที่ 1,972 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น  โรงแรมปิด คนตกงานราว 1.9 แสนคน  อย่างเช่นที่ป่าตองเมืองแสงสี ตอนนี้เงียบหมด  หรืออย่างปี 62 ขับรถระยะทาง10กม.ใช้เวลา 2.30 ชม. เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว  เป็นเมืองหาเงินแต่ใช้เงินตัวเองไม่ได้   ซึ่งเมื่อเกิดโควิด-19 ควรต้องกลับมาคิดเรื่องการพัฒนาเมือง เช่นระบบสาธารณูปโภค อย่างเช่น  ทางด่วน  

และที่ต้องการมากคือรถไฟฟ้ารางเบา  เพื่อที่จะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางง่ายขึ้น  นักท่องเที่ยวไม่ต้องเช่ารถขับ  ซึ่งก็เป็นแผนของจังหวัด  ที่ผ่านมาภาคเอกชนมีการผลักดันมาตลอดระยะเวลา 5 ปี  ส่วนด้านห้องพักที่รองรับนักท่องเที่ยวที่มีอยู่กว่า 1 แสนหน่วยนี้ หากมีระบบสาธารณูปโภคพร้อม  น่าที่จะสร้างรายได้เพิ่มได้ถึง 6-8 แสนล้านบาท  ซึ่งภูเก็ตพร้อมที่จะเป็นเมืองปั๊มเงิน  ส่วนเรื่องการขยายสนามบินก็ควรที่จะเริ่มดำเนินการพร้อมกันไปด้วย  หลายเรื่องที่ภาครัฐควรต้องพิจารณาในช่วงนี้โครงการใดที่เคยบรรจุอยู่ในแผนแล้วก็ควรรีบดำเนินการ  

สำหรับแผนในระยะยาวของจังหวัดคือ  การพัฒนาเมืองที่ต้องการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ  การก่อสร้างถนนเพิ่มเพื่อลดการเดินทาง  รถไฟรางเบารอบเกาะ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในทุกระดับ  ระบบน้ำประปาที่ต้องเตรียมรองรับ   และหากต้องการทำตามแผน Phuket First October ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม  แผนที่มีการเตรียมไว้ก็ต้องรีบดำเนินการ  ควรต้องทำก่อนที่จะเกิดปัญหา”นายธนูศักดิ์กล่าว

ด้านนายภูมิกิตติ์   รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าที่ผ่านมาภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามา14 ล้านคน เป็นคนไทย 4 ล้านคน ชาวต่างชาติ 10ล้านคน มีคนจีนมาราว 3 ล้านคน จึงเป็นการยืนยันว่ารับนักท่องเที่ยวคนไทยมาโดยตลอด  ซึ่งใน 4 ล้านคน คิดเป็นรายได้ราว 50 ,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวม 4.7 แสนล้านบาท นั้น เป็นรายได้ของต่างชาติที่เข้ามาราว 13-14% ที่มาพักเพียงหนึ่งเดือน แต่เมื่อต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวได้   ก็จำเป็นต้องดึงคนไทยในจำนวน 4 ล้านคนให้กลับมาเที่ยว  ซึ่งหลังโควิดต.ค.-ธ.ค. 2563 มีคนไทยมาเที่ยว 1.8 แสนคน หวังว่าม.ค.จะขึ้นถึง 2 แสนคน แต่ที่ผ่านมาลดลงเรื่อยๆ ก็หวังเดือนมี.ค.จะฟื้นตัวและช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ยอด Booking ที่เข้ามาค่อนข้างดี

“สิ่งที่หวังคือแผน  Phuket First October ที่มีการเสนอพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปเมื่อเดือนก.พ. อาทิ การมีวัคซีนเป็นกุญแจสำคัญของโครงการ โดยเอกชนภูเก็ตต้องการเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนและบุคลากรทางด้านท่องเที่ยวอย่างน้อย 70% ของจังหวัด  เพื่อให้ภูเก็ตสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ภูเก็ตให้ได้ภายในวันที่ 1 ต.ค. 2564 โดยไม่มีเงื่อนไขกักตัวเป็นเวลา 14 วัน  โดยภาคเอกชนภูเก็ตจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดหา จัดซื้อ และฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนและบุคลากรภาคท่องเที่ยวทั้งหมด โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ”

ทั้งนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ระยะแรก จำนวน 68,000โดส สำหรับคนในพื้นที่ 34,000 คน  งวดแรก จำนวน 4,000 โดสจัดส่งเมื่อปลายเดือนก.พ.และได้ฉีดเข็มแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1มี.ค. แก่บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล จำนวน 2,000 คน หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์จะฉีดซ้ำเป็นเข็มที่ 2 ส่วนวัคซีนชุดที่ 2 จำนวน 16,000 โดส และชุดที่3จำนวน  48,000โดส จะทยอยส่งมอบและดำเนินการตามลำดับ  สำหรับบุคลากรที่อยู่ส่วนหน้าต้องติดต่อกับนักท่องเที่ยว อาทิ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค ด่านศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยาน  รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ต้องประชุมเป็นคณะ เป็นต้น

“ในวันนี้มีบางเรื่องที่ได้รับคำตอบบ้างแล้ว  และคาดว่าภูเก็ตน่าจะได้รับวัคซีนมากหน่อย  เพราะมีแรงงานแฝงราวล้านคน รวมทุกอุตสาหกรรม  ในภาคท่องเที่ยวมีประมาณ 1 แสนคน และจะมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก  เหมือนเมืองหน้าด่าน จึงจำเป็นที่จะต้องมีวัคซีน” นายภูมิกิตติ์   กล่าวทิ้งท้าย

      อนึ่ง  เมื่อ วันที่ 10 ก.พ. 2564 องค์กรภาคธุรกิจด้านท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 14 องค์กรในภูเก็ต นำโดย นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และนายภูมิกิตติ์   รักแต่งงาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยื่นหนังถึงนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านทางนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยกรณีไม่สามารถให้เอกชนซื้อวัคซีนได้โดยตรง พร้อมขอให้พิจารณาและมีคำสั่งให้ภาคเอกชนและท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต  มีสิทธิในการจัดซื้อวัคซีนที่ได้รับอนุญาตจาก อ.ย. โดยตรงจากผู้ผลิตวัคซีน เพื่อการท่องเที่ยวจะได้กลับมาทันภายในปี 2564 ตามยุทธศาสตร์เปิดรับ นักท่องเที่ยว  Phuket First October และยังจะเป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูเก็ตด้วย

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/KVrau

Related post